“เจนสุดา-ไฮโซข้าวโพด” เล่านาทีประจันหน้า! “นานา-เวย์” ไม่เหลือแล้วความเป็นเพื่อน
(25 พ.ค. 69) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานและสอบคำให้การจำเลย ในคดีหมายเลขดำที่ อ.508/2569 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสาวนานา ไรบีนา และ นายปริญญา อินทชัย หรือ เวย์ ไทยเทเนียม สองสามีภรรยาคนดัง ร่วมกับพวก รวม 4 คน ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม จากกรณีหลอกลวงผู้เสียหาย 11 ราย ซึ่งรวมถึงกลุ่มเพื่อนสนิทในวงการบันเทิง
บรรยากาศที่ศาลวันนี้ ทางฝั่งผู้เสียหาย นำโดยนักแสดงสาว เจนสุดา ปานโต ที่ระบุว่าสูญเงินไปกว่า 40 ล้านบาท เดินทางมาพร้อมกับ ไฮโซข้าวโพด-สมิตินันทน์ ทั้งคู่มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แจกยิ้มและไหว้ทักทายสื่อมวลชนก่อนเดินเข้าอาคาร ขณะที่ทางฝั่ง นานา และ เวย์ ได้หลบเลี่ยงกองทัพสื่อมวลชนขึ้นไปรอที่ห้องพิจารณาคดีทันที ซึ่งในชั้นศาลฝั่งอัยการโจทก์ได้ยื่นพยานเอกสาร 71 ฉบับ พยานบุคคล 38 ปาก ขณะที่ศาลอนุญาตให้ผู้เสียหาย 6 รายเข้าเป็นโจทก์ร่วม ด้าน นานา-เวย์ แถลงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันไม่มีเจตนาฉ้อโกง แต่เป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่งที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเท่านั้น
หลังเสร็จสิ้นกระบวนการ เจนสุดา ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวว่า "ไม่มีการพูดคุยกันค่ะ เจนค่อนข้างเชื่อในกฎแห่งกรรมนะ มองดูกรรมมันทำงานก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย ฝั่งเขาดูเครียดมาก มีการสบตากันเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องไม่เคยสบตากันเลย แต่ไม่ทักค่ะ เพราะคิดว่าความเป็นเพื่อนมันขาดกันไปแล้ว คงไม่ต้องทักกันอีก แน่นอนว่าอยากได้เงินคืน ทุกคนหาเงินมาอย่างสุจริต เจนหวังให้ผู้เสียหายทุกคนได้คืน ส่วนที่ถามว่าคบกันมานานไหม…ตอนนี้ไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วค่ะ สิ่งที่สร้างความเสียใจที่สุดคือครั้งหนึ่งเขาเคยบอกว่าเขาเป็นพี่สาวเรา เจนไม่มีพี่น้อง บทเรียนครั้งนี้สอนว่าอย่าไว้ใจใครเลย ให้เชื่อตัวเอง ไม่มีอะไรจะพูดกับเขาเลยแม้แต่คำเดียวก็ไม่มีค่ะ"
ขณะที่ ไฮโซข้าวโพด เผยถึงนาทีประจันหน้าในห้องพิจารณาคดีว่า "บรรยากาศอึดอัดมาก คุณนานาพยายามหลบหน้า มีบังเอิญจ้องตากันแวบ ๆ สองรอบ ส่วนคุณเวย์มีหันมาจ้องหน้าประมาณ 2-3 วินาที ทางเราเปิดใจเคลียร์ตลอดแต่ฝั่งนั้นนิ่ง ไม่คิดว่าจะมีการเจรจานอกรอบแล้ว ตอนนี้หวังพึ่งความยุติธรรมและกฎแห่งกรรมอย่างเดียว"