คพ. โต้ผลสำรวจ กกร. ชี้ข้อมูลไม่รอบด้าน ยันพร้อมตรวจสอบ
กรมควบคุมมลพิษ หรือ คพ. ออกแถลงการณ์ตอบโต้ผลการสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลระบุว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่มีการเรียกรับสินบนสูงสุด โดยอ้างตัวเลขเฉลี่ย 102,160 บาทต่อครั้ง
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า คพ. ได้พิจารณารายละเอียดเอกสารงานวิจัยและระเบียบวิธีสำรวจของ กกร. แล้ว พบข้อสังเกตหลายประการที่เห็นว่าอาจไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และอาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณะ
ยืนยันพร้อมตรวจสอบ หากพบผิดฟันวินัยทันที
อธิบดี คพ. ยืนยันว่า กรมฯ ไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบเรื่องการต่อต้านทุจริต และพร้อมให้มีการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เนื่องจากปัญหาคอร์รัปชันส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และความเชื่อมั่นของประชาชน
พร้อมย้ำว่า หากพบเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมทุจริต จะดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
ที่ผ่านมา คพ. ได้ร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ท. นำระบบบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต หรือ CRMS มาใช้ในองค์กร จนได้รับผลการประเมินเชิงคุณภาพระดับ “ดีเยี่ยม” ต่อเนื่อง 3 ปี
ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังได้แต่งตั้งคณะทำงานทบทวนมาตรการตรวจสอบและแนวทางปฏิบัติในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะกระบวนการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงด้านการใช้อำนาจหน้าที่
คพ. ตั้งข้อสังเกต 7 ประเด็นต่อกระบวนการวิจัย
ดร.สุรินทร์ ระบุว่า หลังได้รับเอกสารชี้แจงหลักการและวิธีสำรวจจาก กกร. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ทาง คพ. พบข้อสังเกตสำคัญ 7 ประเด็น ได้แก่
- การจำแนกกลุ่มตัวอย่างไม่ครอบคลุมระบบราชการทั้งหมด
- ใช้แนวทางแบบสอบถามอ้างอิงข้อมูลเก่าตั้งแต่ปี 2542
- จำกัดกลุ่มตัวอย่างเฉพาะภาคเอกชนบางส่วน
- แบบสอบถามออนไลน์และแบบเผชิญหน้ามีโครงสร้างแตกต่างกัน
- ระยะเวลาสำรวจเพียง 16 วัน เสี่ยงต่อการควบคุมมาตรฐาน
- จำนวนผู้ให้ข้อมูลต่อหน่วยงานมีน้อยเกินไป
- คำถามบางส่วนมีลักษณะชี้นำและตั้งสมมติฐานเชิงลบ
อธิบดี คพ. ระบุเพิ่มเติมว่า ในหนังสือชี้แจงของ กกร. เอง ก็ยอมรับว่าค่าความเชื่อมั่นของการสำรวจเป็นเพียงกรอบภาพรวม ไม่ควรนำไปตีความในระดับรายหน่วยงาน
ดังนั้น การสรุปว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่มีการเสนอสินบนสูงสุด จึงถือว่าไม่สอดคล้องตามหลักวิชาการ และอาจขัดต่อจรรยาบรรณงานวิจัย
เตือนระวังผู้แอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์
ดร.สุรินทร์ กล่าวด้วยว่า การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร และกระทบต่อขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่จำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม คพ. เห็นด้วยกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านกระบวนการที่เป็นธรรมและโปร่งใส แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการวิจัยที่ใช้ในการสำรวจครั้งนี้
พร้อมกันนี้ ยังได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังมิจฉาชีพหรือบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ คพ. หรือแอบอ้างผลตรวจวัดมลพิษ เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ หากพบพฤติกรรมผิดปกติสามารถแจ้งร้องเรียนต่อกรมควบคุมมลพิษได้โดยตรง
ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 10.55 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางกลับเข้ากระทรวงฯ ภายหลังเข้าตอบกระทู้ถามในที่ประชุมวุฒิสภา เกี่ยวกับความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีช้างสีดอหูพับเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายจากจังหวัดขอนแก่นไปยังพื้นที่ฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จังหวัดเลย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง