โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุชาติ ปลื้ม! พบ นาคาไททัน ไดโนเสาร์ตัวที่ 14 ของประเทศไทย ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

Khaosod

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
สุชาติ ปลื้ม! พบ นาคาไททัน ไดโนเสาร์ตัวที่ 14 ของประเทศไทย ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

รมว.สุชาติ ปลื้ม! พบ นาคาไททัน ไดโนเสาร์ตัวที่ 14 ของประเทศไทย ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

จากการค้นพบไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลก “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” (Nagatitan chaiyaphumensis) จากบ้านพนังเสื่อ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนับเป็นไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ตัวที่ 14 ของประเทศไทย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมอบหมายให้กรมทรัพยากรธรณีแถลงข่าวสร้างการรับรู้แก่สาธารณะชน และขอชื่นชมนักวิจัย พร้อมร่วมยินดีกับพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิ รวมถึงพี่น้องชาวไทยทุกคนในการค้นพบครั้งนี้

วันที่ 29 พ.ค.2569 กรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และจังหวัดชัยภูมิ จึงได้จัดแถลงข่าว การค้นพบไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลก “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” (Nagatitan chaiyaphumensis) จากบ้านพนังเสื่อ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ เป็นไดโนเสาร์กลุ่มไททาโนซอริฟอร์ม (Titanosauriformes) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนับเป็นไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ตัวที่ 14 ของประเทศไทย

โดย นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วย นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และ ศาสตราจารย์ ดร.มงคล อุดชาชน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ณ พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์

นายยงยุทธ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกเมื่อปี พ.ศ. 2519 ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันมีการค้นพบไดโนเสาร์แล้วอย่างน้อย 25 ชนิด และเป็นชนิดใหม่ของโลกถึง 14 ชนิด สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะแหล่งศึกษาวิจัยซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะไดโนเสาร์กินพืชกลุ่มซอโรพอดที่เคยอาศัยอยู่ในประเทศไทยเมื่อราว 200–100 ล้านปีก่อน

การค้นพบครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จากการสังเกตของนายถนอม หลวงนันท์ ชาวบ้านพนังเสื่อ ก่อนแจ้งข้อมูลมายังกรมทรัพยากรธรณีเพื่อเข้าตรวจสอบตาม พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 และนำไปสู่การสำรวจศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง นำทีมโดยนางสาวศศอร ขันสุภา นักธรณีวิทยาชำนาญการ (ในขณะนั้น) และนางสาวเฉิดฉัน โพธิไชยา นักธรณีวิทยาชำนาญการ (ในขณะนั้น) กรมทรัพยากรธรณี

ทำให้ค้นพบชิ้นส่วนซากดึกดำบรรพ์มากกว่า 10 ชิ้น อาทิ กระดูกสันหลัง กระดูกใต้กระเบนเหน็บ กลุ่มกระดูกเชิงกราน กระดูกขาหลัง รวมถึงกระดูกซี่โครงที่ยาวกว่า 2 เมตร และกระดูกต้นแขนขวาที่มีสภาพสมบูรณ์ยาวถึง 178 เซนติเมตร ซึ่งนับเป็นกระดูกต้นแขนไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในประเทศไทย ตามที่นักวิจัยประเมินว่าไดโนเสาร์ชนิดนี้น่าจะมีความยาวประมาณ 27–30 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 27 ตัน

นายอนันต์ เปิดเผยว่า การค้นพบ นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส นับความภาคภูมิใจของชาวชัยภูมิ และเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการรับรู้ถึงความโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดชัยภูมิ เนื่องจาก ในพื้นที่ชัยภูมิ มีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกโบราณ สัตว์เลื้อยคลายคล้ายจระเข้ รอยตีนไดโนเสาร์

ไดโนเสาร์ปากนกแก้ว “ชิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ” ไดโนเสาร์คอยาว “อิสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชิ” ซากดึกดำบรรพ์แพนด้ายักษ์ ลิงอุรังอุตัง ไฮยีน่า สัตว์จำพวกแรด ซึ่งแหล่งซากดึกดำบรรพ์ต่าง ๆ จะเป็นการเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาของจังหวัด ซึ่งจะช่วยสร้างองค์ความรู้และคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมแก่ชุมชนในระยะยาวต่อไป

สำหรับพื้นที่บ้านพนังเสื่อ จะได้พัฒนาเป็น “แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์บ้านพนังเสื่อ” เป็นสถานที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนในพื้นที่และประชาชนทั่วไป โดยจังหวัดชัยภูมิและขอรับคำแนะนำจากกรมทรัพยากรธรณี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ช่วยกันพัฒนาแหล่งนี้ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ของจังหวัดชัยภูมิต่อไป

ดร.ศิตะ มานิตกุล นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2567 ได้รับทุนสนับสนุนจากสมาคมเนชันแนล จีโอกราฟิก ผ่านโครงการ “Exploring the Titans : Investigating Thailand’s Largest Dinosaur and Engaging Local Communities in Chaiyaphum Geopark (Project Thaitan)”

ทำการศึกษาวิจัย อนุรักษ์ ตัวอย่างร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี รวมถึงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชุมชน และอุทยานธรณีชัยภูมิ รวมทั้งการศึกษาสกุลและสายพันธุ์อย่างละเอียดของ นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส

“โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน และชุมชนในพื้นที่ ได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้การสำรวจและขุดค้นซากดึกดำบรรพ์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ผ่านกิจกรรมค่ายสำรวจขุดค้น การอบรม และนิทรรศการภาคสนาม ณ แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์บ้านพนังเสื่อ ซึ่งช่วยสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรณีและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาในพื้นที่”

ทั้งนี้ “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” เป็นไดโนเสาร์กินพืชคอยาว หรือซอโรพอด อยู่ในกลุ่ม Titanosauriformes พบในหมวดหินโคกกรวด กลุ่มหินโคราช มีอายุอยู่ในช่วงยุคครีเทเชียสตอนต้น ราว 100–115 ล้านปีก่อน

โดยชื่อ “นาคาไททัน” มาจากคำว่า “นาคา” ซึ่งหมายถึงพญานาคในคติความเชื่อไทย และ “ไททัน” หมายถึงยักษ์ในตำนานกรีกสื่อถึงไดโนเสาร์คอยาวขนาดมหึมา ขณะที่ “ชัยภูมิเอนซิส” ตั้งชื่อตามจังหวัดชัยภูมิซึ่งเป็นแหล่งค้นพบ

นายยงยุทธ นาควิโรจน์ กล่าวสรุปว่า การค้นพบครั้งนี้นับเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางชีวภาพและสภาพแวดล้อมในอดีตของประเทศไทย อีกทั้งยังช่วยยกระดับองค์ความรู้ด้านธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยาของประเทศ ตลอดจนสามารถต่อยอดการพัฒนาแหล่งขุดค้นให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่สำคัญของจังหวัดชัยภูมิและประเทศไทยในอนาคต

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทำหน้าที่คุ้มครองและอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์ตามพ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 ควบคู่กับการสนับสนุน ส่งเสริมความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทุกระดับ เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านบรรพชีวินวิทยาของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ทรัพยากรที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ ณ พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และธรรมชาติวิทยา สังกัดกรมทรัพยากรธรณีทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

“กรมทรัพยากรธรณี ขอเชิญชวนนักวิจัยทั้งชาวไทยและนานาชาติ เข้ามาศึกษาตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ในคลังตัวอย่างของกรมทรัพยากรธรณี เพื่อร่วมต่อยอดองค์ความรู้ด้านบรรพชีวินวิทยาในระดับสากล เพราะ “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” เป็นเครื่องยืนยันว่า ใต้ผืนแผ่นดินไทยยังมีทรัพยากรทางวิชาการและองค์ความรู้อันทรงคุณค่ารอการค้นพบอีกมาก”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุชาติ ปลื้ม! พบ นาคาไททัน ไดโนเสาร์ตัวที่ 14 ของประเทศไทย ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...