ปืน' วัดใจพี่ต้า! ปล่อยของหรือรัดแน่นชนเปแอสเช
มิเกล อาร์เตต้า เจอโจทย์ใหญ่ส่งท้ายซีซั่น เมื่ออาร์เซน่อลต้องดวล ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในนัดชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่ปุสกัส อารีน่า กรุงบูดาเปสต์ โดยกุนซือสแปนิชต้องหาสมดุลระหว่างอิสระใหม่หลังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก กับความแน่นอนแบบเดิมที่พา "ปืนใหญ่" มาถึงจุดนี้
เพียง 11 วันหลังอาร์เซน่อลปลดล็อกแชมป์ลีก ความรู้สึกก่อนเกมนี้จึงต่างจากหลายปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน หากชนะ เปแอสเช นี่อาจถูกมองเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร แต่ในอีกมุม มันก็เป็นนัดชิงที่ทีมได้ลงเล่นแบบเบาตัวกว่าที่เคย
ยุคของ อาร์เตต้า มักถูกผูกกับแรงกดดันแทบทุกย่างก้าว ทั้งเรื่องโปรเจกต์ วิธีการเล่น และคำถามว่าเขาดีพอหรือไม่ ทว่าการพา อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ทำให้สถานะของเขาขยับขึ้นชัดเจน จากกุนซือที่โดนตั้งคำถาม กลายเป็นโค้ชระดับหัวแถวที่มีเครดิตเต็มมือ
อย่างไรก็ตาม เปแอสเชยังถูกมองเป็นทีมที่มีภาษีดีกว่า โดยเฉพาะคุณภาพเกมรุกของลูกทีม หลุยส์ เอ็นริเก้ ซึ่งเต็มไปด้วยอาวุธหนัก พวกเขาไม่ได้เป็นทีมบุกตามใจฉัน แต่เป็นเครื่องจักรเกมรุกที่ถูกวางโครงสร้างมาอย่างมีระบบ
จุดตัดสินอาจอยู่ที่การรับมือและสวนกลับริมเส้นของ "ปืนใหญ่" เพราะทั้งสองทีมต่างมีพื้นฐานจากการคุมเกม และยังเป็นอันดับ 1 กับ 2 ในบรรดาทีมลีกใหญ่ยุโรปเรื่องการเสียโอกาสยิงน้อยที่สุด
เกมที่ปารีสเมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อนยังเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า อาร์เซน่อลเคยกดดัน เปแอสเชได้ดีในช่วง 26 นาทีแรก ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่ และเยอร์เรียน ทิมเบอร์ หุบเข้ากลางอย่างกล้าเล่น ช่วยให้ทีมเพรสซิ่งสูงและครองจังหวะได้ เพียงแต่จบสกอร์ไม่ได้ ก่อน ฟาเบียน รุยซ์ จะยิงประตูสำคัญพลิกโมเมนตัม
ตรรกะยังบอกว่า เปแอสเชมีพลังเกมรุกเหลือมือ แต่ถ้า อาร์เซน่อลยื้อเกมให้ไร้สกอร์ไปได้ถึงราวหนึ่งชั่วโมง โอกาสอาจเอนมาหาแชมป์พรีเมียร์ลีกทีมใหม่ ท้ายที่สุดนัดชิงแบบนี้มักตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ และบางทีอาจรวมถึงการลงสนามแบบไม่กลัวอะไรอีกแล้วของทีมพี่ต้าด้วย
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก The Guardian Sport