ผู้ว่าฯ ชลบุรีบุกตรวจพูลวิลล่าต้องสงสัยนอมินีทุนจีน พบเปิดรายวันเถื่อน-เจอถังก๊าซหัวเราะ 20 ถัง
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ได้แก่ พาณิชย์จังหวัดชลบุรี ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง กรมที่ดิน กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี สำนักงานสรรพสามิต และสำนักงานช่างเมืองพัทยา นำหมายค้นศาลจังหวัดพัทยาเข้าตรวจสอบ พูลวิลล่า 5 แห่ง ในพื้นที่เมืองพัทยาและจอมเทียน ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง ตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้นอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์และประกอบธุรกิจท่องเที่ยวผิดกฎหมาย
จุดแรกเข้าตรวจสอบ Aura Villa Reserve ภายในซอยอรุโณทัย 8 พัทยากลาง ซึ่งเป็นพูลวิลล่าขนาดใหญ่ จำนวน 15 หลัง สูง 4 ชั้นครึ่ง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยขณะเข้าตรวจสอบพบลูกค้าชาวจีนกำลังเช็กเอาต์ออกจากที่พัก
จากการตรวจสอบเอกสารพบว่า พูลวิลล่าดังกล่าวจดทะเบียนในนามบริษัท ออร่า วิลล่า รีเซิร์ฟ จำกัด มีผู้ถือหุ้นทั้งชาวฮ่องกงและคนไทยร่วมลงทุน และพบพยานหลักฐานว่ามีการเปิดให้เช่ารายวัน ทั้งที่ได้รับอนุญาตเป็นอาคารพักอาศัย ไม่ใช่สถานประกอบการโรงแรม เจ้าหน้าที่จึงเชิญผู้เกี่ยวข้องไปสอบสวนเพิ่มเติม
พนักงานให้ข้อมูลว่า พูลวิลล่าเพิ่งเปิดให้บริการประมาณ 5 เดือน คิดค่าเช่าวันละ 6,500 บาท โดยส่วนใหญ่มีเอเจนซี่เช่าเหมาทั้งหลัง ก่อนนำไปขายต่อให้นักท่องเที่ยวชาวจีนในราคาประมาณ 8,000–10,000 บาทต่อวัน
ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบ ถังก๊าซหัวเราะ (ไนตรัสออกไซด์) จำนวน 20 ถัง วางอยู่ภายในบ้านพักหลังหนึ่ง พร้อมพบกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน 4 คน (ชาย 3 หญิง 1) พักอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาสอบสวน โดยทั้งหมดรับว่า ซื้อก๊าซผ่านกลุ่มชาวจีนทางแอปพลิเคชัน WeChat ในราคาถังละ 300 หยวน หรือประมาณ 1,000 บาท พร้อมยึดของกลางและนำตัวไปตรวจหาสารเสพติด รวมถึงขยายผลถึงผู้จำหน่าย
นายนริศ นิรามัยวงศ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อปราบปรามการใช้นอมินีของชาวต่างชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง โดยเบื้องต้นพบหลายแห่งเปิดดำเนินกิจการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงจะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุน และผู้มีอำนาจควบคุมกิจการว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ
ผู้ว่าฯ ชลบุรี ระบุเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบพบผู้ถือหุ้นบางรายอ้างถือหุ้นมูลค่า 70–80 ล้านบาท แต่ฐานะและอาชีพไม่สอดคล้องกับมูลค่าการลงทุน จึงเข้าข่ายต้องตรวจสอบเชิงลึก หากพบว่าเป็นนอมินี จะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวทันที
นอกจากนี้ จังหวัดชลบุรียังตั้งคณะทำงานร่วมกับสำนักงานที่ดินทุกสาขา เพื่อตรวจสอบการถือครองที่ดินของนิติบุคคลต่างชาติ ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นว่ามีบริษัทเข้าข่าย 349 บริษัท หากพบการถือครองที่ดินผิดกฎหมาย จะดำเนินการบังคับจำหน่ายภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และหากไม่ดำเนินการ อาจเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาด
ผู้ว่าฯ ชลบุรี ย้ำว่า จังหวัดจะติดตามผลทุกสัปดาห์ พร้อมเตือนคนไทยที่รับเป็นนอมินีถือหุ้นหรือถือครองทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติว่า มีความผิดทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการพูลวิลล่าและโรงแรมต้องดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย และช่วยสอดส่องไม่ให้สถานที่ถูกใช้เป็นแหล่งกระทำผิดกฎหมาย