โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จบศึกหมิ่น! "ไอซ์ รักชนก" ยอมขอโทษ "สุชาติ" กลางศาล ถอนฟ้องแค่คดีเดียว

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

3 ก.ค. 2569 เวลา 13.30 น. ที่ศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีระหว่าง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.รักชนก หรือไอซ์ ศรีนอก สส.พรรคประชาชน, ปธ.กมธ.ศึกษาติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณี น.ส.รักชนกกล่าวหานายสุชาติว่า "ไอ้รัฐมนตรีมาจากการโกงเลือกตั้ง"

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลได้นัดคู่ความทั้งสองฝ่ายให้มาไกล่เกลี่ยก่อนทำการไต่สวนมูลฟ้อง โดยทางนายสุชาติ และ น.ส.รักชนก เดินทางมาศาล ตามกำหนดนัดไกล่เกลี่ย

นายสุชาติ เปิดเผยภายหลังการไกล่เกลี่ยคดีว่า ศาลเสนอให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยทำความเข้าใจ เนื่องจากคดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการกล่าวหาว่า ตนทุจริตการเลือกตั้งในเขต 1 จังหวัดชลบุรี และใช้ถ้อยคำพาดพิงว่าเป็น "รัฐมนตรีเฮ้งซวย" ทั้งที่ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าตนได้รับชัยชนะจากคะแนนเสียงที่บริสุทธิ์

ในฐานะนักการเมืองยอมรับการตรวจสอบได้ แต่สิ่งที่กระทบจิตใจมากที่สุด คือ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีอายุมากและเจ็บป่วยจนต้องเข้ารักษาตัวในห้อง ICU รวมถึงลูกที่ต้องเผชิญกับการถูกเพื่อนล้อเลียน จากข่าวที่เผยแพร่ออกไป จึงเห็นว่า ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเองเพียงคนเดียว แต่ขยายวงไปถึงคนในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม วันนี้คู่กรณีได้เดินทางมาขอโทษด้วยตนเองต่อหน้าศาล โดยกล่าวขอโทษที่ทำให้ตนและครอบครัวได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งตนในฐานะผู้ใหญ่กว่าเห็นว่า เมื่ออีกฝ่ายสำนึกและกล่าวขอโทษแล้ว ก็ถือว่ายุติเรื่องนี้

นายสุชาติ ยืนยันว่า จะถอนฟ้องเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาเรื่องการเลือกตั้งเท่านั้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นคดีที่สามารถให้อภัยกันได้ แต่คดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชันยังคงดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เพราะเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตนมาเป็นเวลานาน

ทั้งนี้ นายสุชาติ ยังฝากถึงผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์และประชาชนว่า การโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทหรือกล่าวหาใคร ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงเรื่องสนุกหรือทำเพื่อสร้างคอนเทนต์ เพราะทุกคนล้วนมีครอบครัว มีพ่อแม่ และมีลูกที่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลที่เผยแพร่ออกไป แม้นักการเมืองจะพร้อมรับการตรวจสอบ แต่การนำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงไปเผยแพร่ย่อมสร้างบาดแผลทางความรู้สึกแก่คนในครอบครัวได้

"ขณะนี้รู้สึกสบายใจที่เรื่องดังกล่าวจบลง และต้องการนำเวลาไปทุ่มเทให้กับการทำงานมากกว่าการต่อสู้คดีที่สามารถให้อภัยกันได้ ส่วนคดีอื่นที่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชันนั้น ยังคงยืนยันจะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้"

ต่อมาเวลา ไอซ์ รักชนก ลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยมีผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีร่วมสังเกตการณ์ ระหว่างก่อนการให้สัมภาษณ์ได้เกิดเหตุโต้เถียงกันเล็กน้อย เมื่อทนายความของนายสุชาติ เดินเข้ามาอยู่บริเวณด้านข้างของวงสัมภาษณ์ พร้อมระบุว่า ให้รอผู้สังเกตการณ์ก่อนและขอร่วมรับฟังการให้สัมภาษณ์

ด้าน ไอซ์ รักชนก ขอให้บุคคลดังกล่าวออกไปยืนด้านอื่น พร้อมกล่าวว่า ไม่ต้องการมีภาพร่วมเฟรมกับทนายความของคู่กรณี

ขณะที่อีกฝ่ายยืนยันว่า ต้องการรับฟังข้อความที่ให้สัมภาษณ์ด้วยตนเอง ไม่ใช่รับฟังผ่านสื่อ ก่อนที่ทนายความฝ่าย ไอซ์ รักชนก จะบอกว่า ขอให้ไปอยู่กับกลุ่มผู้สังเกตการณ์แทน ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง และ ไอซ์ รักชนก จึงให้สัมภาษณ์สื่อต่อตามปกติ

ไอซ์ รักชนก เปิดเผยว่า วันนี้นายสุชาติได้เดินทางมาศาลตามนัด หลังจากก่อนหน้านี้ไม่ได้มาศาลตามกำหนดนัด ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสพูดคุยกันภายในห้องพิจารณาคดี นายสุชาติระบุว่าไม่ได้ติดใจเอาความแล้ว แต่เล่าว่าการนำเสนอข่าวและกระแสที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อคุณแม่และบุตรของตัวเอง โดยเฉพาะบุตรที่ถูกเพื่อนล้อที่โรงเรียน ตนจึงได้กล่าวขอโทษนายสุชาติ รวมถึงขอโทษคุณแม่และบุตรของนายสุชาติ ที่ได้รับผลกระทบจากการสื่อสารและกระแสข่าว พร้อมขอบคุณนายสุชาติที่ตัดสินใจถอนฟ้อง

“ก็ต้องขออภัย ขอโทษท่านด้วย ขอโทษครอบครัวท่านที่การสื่อสารของเราอาจส่งผลกระทบ ทำให้คุณแม่หรือว่าลูกของท่านได้รับผลกระทบทางสังคม”

โดยหลังจากนี้ตนจะมุ่งทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการศึกษาติดตามงบปะมาณอย่างเต็มที่ โดยจะเดินหน้าตรวจสอบการใช้งบประมาณและโครงการต่าง ๆ ต่อไป เช่น กรณีอาคารสกายไนน์ รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การถอนฟ้องครั้งนี้มีเงื่อนไขหรือไม่ น.ส.รักชนก ตอบว่า เป็นไปตามที่ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยและตกลงกันภายในศาล โดยตนได้แถลงขอโทษคุณแม่และบุตรของนายสุชาติ รวมถึงประชาชน หากการใช้ถ้อยคำในการสื่อสารที่ผ่านมาอาจทำให้เกิดความไม่สบายใจหรือไม่ถูกใจ พร้อมกล่าวขออภัยต่อทุกฝ่าย

สำหรับบรรยากาศการพูดคุยภายในศาล น.ส.รักชนกยืนยันว่า เป็นไปด้วยดี ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยทำความเข้าใจกัน ไม่มีการยื่นคำแถลงขอโทษเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาล เนื่องจากได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้วภายในห้องพิจารณาคดี และต้องการให้กระบวนการเสร็จสิ้นโดยเร็วเพื่อแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่

เมื่อถูกถามถึงคดีหรือการตรวจสอบประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนายสุชาติ น.ส.รักชนก ยืนยันว่าจะยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบในฐานะ ส.ส.และกรรมาธิการต่อไป ส่วนหากนายสุชาติจะดำเนินคดีอื่นเพิ่มเติมก็เป็นสิทธิของอีกฝ่าย

ส่วนกรณีที่มีคำถามว่าการกล่าวขอโทษครั้งนี้เป็นการยอมลดท่าทีหรือเสียภาพลักษณ์หรือไม่

น.ส.รักชนก ชี้แจงว่า เป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นภายในศาลเพื่อยุติข้อพิพาท โดยย้ำว่าเป็นขั้นตอนที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน ก่อนเข้าสู่กระบวนการถอนฟ้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้จะมีการโพสต์ขอโทษผ่านโซเชียลหรือไม่นั้น นายนิธิ ละเอียดดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะทนายความ ไอซ์ รักชนก ตอบว่า เบื้องต้นคดีนี้จบแล้ว ส่วนเรื่องการโพสต์ขอโทษนั้นต้องรอติดตามว่าจะออกมาเป็นอย่างไรและลักษณะไหน ให้รอดูผ่านทางสื่อที่จะออกมาอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...