“กพท.” ออกประกาศคุมเข้ม “ลูกเรือ” ห้ามรับฝาก-รับหิ้ว ฝ่าฝืนโดนเพิกถอนใบอนุญาต
เมื่อวันที่ 4 ก.ค. พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า กพท. ได้ออกประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง มาตรการควบคุมการรับฝาก หรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือของผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ พ.ศ. 2569 เพื่อยกระดับมาตรการกำกับดูแลสายการบิน และการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกลูกเรือ ป้องกันการใช้สถานะ หรือสิทธิของการเป็นสมาชิกลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว หรือรับขนสิ่งของของบุคคลอื่นในทางที่มิชอบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ความมั่นคงด้านการบิน และความน่าเชื่อถือของระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย
พลอากาศเอก มนัท กล่าวอีกว่า ประกาศฉบับนี้กำหนดให้ผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (Air Operator Certificate: AOC) ทุกแห่ง ต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมสัมภาระของสมาชิกลูกเรือ (Crew Baggage Control) อย่างเป็นระบบ กำหนดประเภท ขนาด น้ำหนัก และเงื่อนไขของสิ่งของที่สมาชิกลูกเรือสามารถนำขึ้นอากาศยานได้ พร้อมกำหนดข้อห้ามมิให้ใช้สถานะสมาชิกลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว รับขน หรือนำส่งสิ่งของของบุคคลอื่น ไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่สายการบินมอบหมาย
นอกจากนี้ยังให้สายการบินจัดให้มีระบบบริหารความเสี่ยง การสุ่มตรวจ และตรวจค้นสัมภาระของสมาชิกลูกเรือ การฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนัก ระบบรับแจ้งเบาะแส การสอบสวนข้อเท็จจริง และมาตรการทางวินัยอย่างชัดเจน รวมทั้งกำหนดให้บูรณาการมาตรการดังกล่าวไว้ในระบบบริหารจัดการ ระบบการจัดการด้านนิรภัย (SMS) ระบบกำกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance Monitoring System) และแผนรักษาความปลอดภัยของผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOSP) โดยในกรณีที่พบเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกลูกเรืออาจฝ่าฝืนประกาศ หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องประเมินความเสี่ยง พิจารณาระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว รายงานต่อ กพท. โดยไม่ชักช้า และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมาย
พลอากาศเอก มนัท กล่าวต่อว่า หากพบการฝ่าฝืน สายการบินต้องดำเนินการตามระเบียบของบริษัท และ กพท. จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต หรือใบรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษามาตรฐาน ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นต่อระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย นอกจากนี้ กพท. จะยกระดับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการตรวจค้น และการรักษาความปลอดภัยการบิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารและสมาชิกลูกเรือ ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับสายการบิน ผู้ดำเนินการสนามบิน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
พลอากาศเอก มนัท กล่าวด้วยว่า กพท. จะนำประกาศฉบับนี้มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจติดตามผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ ทั้งในการออกใบรับรอง การต่ออายุ และการตรวจติดตาม เพื่อให้มั่นใจว่าสายการบินทุกแห่งมีระบบควบคุมที่มีประสิทธิภาพ และปฏิบัติเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด อันจะช่วยเสริมสร้างความปลอดภัย ความมั่นคง และความเชื่อมั่นต่อระบบการบินพลเรือนของประเทศไทยในระดับสากล.