โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อุทาหรณ์! เมียหวังช่วยผัวโดนงูเห่ากัด ใช้ปากดูดพิษแบบในทีวี สุดท้ายโดนพิษเข้า รพ.ทั้งคู่

เดลินิวส์

อัพเดต 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 0.27 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ภรรยาของเกษตรกรรายหนึ่งตกใจที่เห็นสามีโดนงูเห่ากัด จึงรีบใช้ปากดูดพิษงูตามที่เคยเห็นในละครโทรทัศน์ สุดท้ายพิษเข้าสู่ร่างกายจนต้องหามส่งโรงพยาบาลทั้งคู่

วานนี้ (2 ก.ค.) สำนักข่าวในจีนรายงานกรณีที่กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเมื่อหญิงคนหนึ่งพยายามช่วยสามีของตัวเองที่โดนงูเห่ากัดด้วยการใช้ปากดูดพิษงูจนพลอยได้รับพิษไปด้วย ด้านแพทย์เตือนเข้ม ห้ามทำเช่นนี้เด็ดขาดเพราะไม่ใช้วิธีช่วยเหลือที่ถูกต้อง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ที่อำเภอหยวนหยาง มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน สำนักข่าวจี๋มู่นิวส์รายงานว่า เกษตรกรสูงวัยคนหนึ่งถูกงูเห่ากัดนิ้วระหว่างที่เขากำลังทำงานอยู่ในที่นาของตนเอง บาดแผลของเขาเริ่มบวมเป่งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีอาการเวียนศีรษะและอ่อนแรง ภรรยาของเขาที่กำลังตกใจ ตัดสินใจใช้วิธีปฐมพยาบาลแบบที่เคยเห็นในละครโทรทัศน์มาใช้ ซึ่งเป็นการใช้ปากดูดพิษงูออกจากบาดแผลโดยตรง และไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใดๆ

หลังจากนั้นสามีของเธอก็ได้รับการนำส่งโรงพยาบาล แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ฝ่ายภรรยาก็เริ่มมีอาการชาที่บริเวณปาก ลิ้น ใบหน้า รวมไปถึงแขนและขา พอถึงวันรุ่งขึ้น เธอก็รู้สึกอ่อนเพลียอย่างรุนแรงจนญาติๆ ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลตามไปอีกคน

ทีมแพทย์ประจำโรงพยาบาลประชาชนลำดับที่ 3 แห่งเขตหงเหอ ได้วินิจฉัยว่าทั้งคู่ได้รับพิษจากงูเห่าสายพันธุ์ท้องถิ่น และได้ทำการฉีดเซรุ่มแก้พิษงูพร้อมให้การรักษาจนอาการคงที่และอนุญาตให้ทั้งคู่กลับบ้านได้ในอีกไม่กี่วันต่อมา

คณะแพทย์จากโรงพยาบาลในยูนนานออกมาย้ำเตือนว่า ความเชื่อเรื่องการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่โดนงูพิษกัดด้วยการดูดพิษงูออกจากแผลนั้นเป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาก และเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่ออันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากเยื่อบุช่องปากของมนุษย์มีเส้นเลือดฝอยอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อสัมผัสโดนพิษงูแล้ว พิษจะสามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดของผู้ที่ดูดพิษและกลายเป็นการรับพิษเข้าไปด้วยในทันที

ยิ่งไปกว่านั้น แผลงูกัดมักจะมีขนาดเล็กมากเหมือนรูเข็ม ซึ่งพิษจะซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังหรือกระแสเลือดไปอย่างรวดเร็ว ในความเป็นจริงแล้วจึงไม่มีทางที่จะดูดพิษออกทางปากแผลได้เลย

นอกจากนี้ แพทย์ยังชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจผิดอีกประการหนึ่ง ซึ่งก็คือความเชื่อที่ว่าควรกรีดแผลเพื่อให้เลือดไหลและนำพิษออกมาด้วย ซึ่งเป็นวิธีที่อันตรายมากเพราะอาจทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดมากเกินไปหรือเกิดการติดเชื้อซ้ำเติม รวมถึงการใช้ไฟลนแผลหรือการประคบน้ำแข็ง ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเช่นกัน

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อถูกงูกัดคือ ควรโทรแจ้งสายด่วนกู้ชีพทันที และพยายามให้ผู้ที่โดนงูกัดเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด พร้อมทั้งจดจำลักษณะของงู เช่น สี ลวดลาย หรือรูปทรงของหัว และหากเป็นไปได้ก็ให้ถ่ายภาพงูเอาไว้ เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกใช้เซรุ่มแก้พิษได้อย่างถูกต้อง

เหตุการณ์เกี่ยวกับงูกัดมักจะได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์ของจีน โดยกรณีล่าสุดนี้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก ผู้ใช้งานออนไลน์รายหนึ่งระบุว่า “เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า สิ่งที่เห็นกันในละครโทรทัศน์บางครั้งมันก็เชื่อถือไม่ได้เลย” ขณะที่ชาวเน็ตอีกคนมองในแง่ของความผูกพันโดยแสดงความเห็นว่า “อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า คนที่เป็นภรรยารักสามีของเธอมากจริง ๆ”

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Anil sharma from Pixabay, Handout

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...