โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัยชนะของอาร์เจนตินาบนรอยแผลที่เคปเวิร์ดฝากเอาไว้ให้เห็น

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ชัยชนะของอาร์เจนตินาบนรอยแผลที่เคปเวิร์ดฝากเอาไว้ให้เห็น

ฟุตบอลโลกมีเกมบางประเภทที่ผลการแข่งขันไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมด เหมือนเกมที่อาร์เจนตินาชนะเคปเวิร์ด 3-2 ในการต่อเวลาพิเศษ 120 นาที ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย และตามตัวอักษร นี่คือชัยชนะของแชมป์เก่าที่พาตัวเองผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

แต่หากมองผ่านสกอร์ลงไปให้ลึกกว่านั้น เกมนี้ไม่ใช่ชัยชนะที่ทำให้อาร์เจนตินาดูแข็งแกร่งขึ้นเท่าไรนัก ตรงกันข้าม มันเป็นเกมแรกของฟุตบอลโลก 2026 ที่ทำให้เห็นรอยร้าวบางอย่างในทีมของ ลิโอเนล สกาโลนี

ทีมที่เคยดูมั่นคง เยือกเย็น และเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น กลับถูกชาติเล็กที่สุดที่เคยผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกทำให้ต้องใช้พลังเกินกว่าที่พวกเขาอยากใช้ และต้องออกแรงเอาตัวรอดจนถึงนาทีสุดท้าย

บนกระดาษ เกมนี้ไม่ควรใกล้เคียงกันเลยด้วยซ้ำ เพราะอาร์เจนตินาคือแชมป์โลก เป็นชาติที่มีประชากรกว่า 46 ล้านคน มีระบบฟุตบอลที่ผลิตนักเตะระดับโลกมาหลายชั่วอายุคน และมี ลิโอเนล เมสซี ผู้เล่นที่กำลังยิงประตูในฟุตบอลโลกครั้งนี้ราวกับกำลังเขียนบทสุดท้ายของตำนานตัวเอง

ขณะที่เคปเวิร์ดคือหมู่เกาะเล็กๆ นอกชายฝั่งตะวันตกของแอฟริกา มีประชากรราว 525,000 คน ลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก และมาถึงรอบนี้ได้จากการเสมอทั้งสเปน อุรุกวัย และซาอุดีอาระเบียในรอบแบ่งกลุ่ม

ไม่มีใครปฏิเสธว่าพวกเขาคือเทพนิยายของทัวร์นาเมนต์ แต่แทบไม่มีใครคิดว่าเทพนิยายนั้นจะเขียนต่อได้ไกลถึงขั้นทำให้แชมป์โลกเกือบตกหน้าผา

ช่วงต้นเกมเหมือนยืนยันความเชื่อเดิม เมสซีกลับมาออกสตาร์ตหลังได้พักในเกมก่อน และเมื่อ ลิซานโดร มาร์ติเนซ มองเห็นเขาวิ่งตัดแนวรับในนาทีที่ 29 ทุกอย่างก็เหมือนถูกกำหนดไว้แล้ว

บอลยาวลอยข้ามไหล่ เมสซีจับด้วยซ้ายอย่างนุ่มนวล ก่อนซัดผ่าน โวซินญา เข้าไปอย่างเด็ดขาด เป็นประตูที่ 20 ของเขาในฟุตบอลโลก และเป็นลูกที่ 7 ในทัวร์นาเมนต์นี้

ประตูนั้นควรทำให้อาร์เจนตินาเข้าสู่เกมที่คุ้นเคย คือคุมจังหวะ ครองบอล ดึงคู่แข่งออกจากแผน แล้วค่อยๆ ปิดเกมด้วยประสบการณ์ของแชมป์โลก

แต่เคปเวิร์ดไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นง่ายๆ ทีมของ บูบิสตา ลงสนามด้วยความรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีอะไรต้องเสีย แต่ไม่ได้เล่นแบบทีมที่มาเพียงเพื่อรอปาฏิหาริย์

รูปแบบ 4-5-1 ของพวกเขามีวินัย อดทน และกล้าพอจะเล่นบอลจากแดนหลัง แม้ต้องเจอกับการเพรสของอาร์เจนตินา

โวซินญา ผู้รักษาประตูวัย 40 ปี ไม่ได้เป็นเพียงคนเซฟประตู แต่เป็นตัวแทนของบุคลิกทั้งทีม เขาเล่นด้วยความนิ่ง มีความกล้าในการครองบอล หลบเพรส

และในขณะเดียวกัน โวซินญาก็ปฏิเสธเมสซีได้หลายครั้ง ทั้งจังหวะหลุดเดี่ยว ลูกฟรีคิก และลูกยิงแฉลบช่วงท้ายเกมปกติ การที่เคปเวิร์ดลากอาร์เจนตินาไปถึงต่อเวลาพิเศษได้ ส่วนหนึ่งมาจากมือของชายคนนี้โดยตรง

ประตูตีเสมอของ เดรอย ดูอาร์เต ในนาทีที่ 60 คือจุดที่เกมเปลี่ยนจากการแข่งขันตามหน้าที่ให้กลายเป็นบททดสอบทางจิตใจของแชมป์โลก

ไรอัน เมนเดส กัปตันทีมเคปเวิร์ด มีส่วนในจังหวะสร้างโอกาส ก่อนดูอาร์เตหลุดเข้าไปยิงผ่าน เอมิเลียโน มาร์ติเนซ เข้าไป

เสียงกลองและเสียงร้องของแฟนเคปเวิร์ดหลังประตูนั้นไม่ได้เป็นเพียงการดีใจจากการตีเสมอ แต่คือเสียงของประเทศเล็กๆ ที่กำลังบอกโลกว่า พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นตัวประกอบ เทพนิยายยังไม่จบ และแชมป์โลกก็ยังเป็นเพียงทีมฟุตบอลทีมหนึ่งที่สามารถถูกทำให้หวั่นไหวได้เหมือนกัน

อาร์เจนตินายังมีคุณภาพมากพอจะกลับมานำอีกครั้งในช่วงต่อเวลาพิเศษจาก ลิซานโดร มาร์ติเนซ แต่แทนที่ประตูนั้นจะปิดฉากทุกอย่าง เคปเวิร์ดกลับสร้างหนึ่งในช่วงเวลางดงามที่สุดของฟุตบอลโลกครั้งนี้

ซิดนี โลเปส กาบราล รับบอลทางฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ ทุกคนคาดว่าเขาจะเปิดบอล แต่เขากลับแตะหลบ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ แล้วปั่นด้วยขวา บอลลอยสูงเหมือนจะข้ามคาน ก่อนฮุกลงเสียบสามเหลี่ยมอย่างเหลือเชื่อ

ประตูนั้นไม่ใช่แค่ประตูตีเสมอ 2-2 แต่มันคือประตูที่ทำให้นักเตะอาร์เจนตินายืนนิ่ง มองหน้ากันด้วยความว่างเปล่า เพราะเป็นครั้งแรกในทัวร์นาเมนต์นี้ที่พวกเขาดูเหมือนจะ “กลัว” กันจริงๆ

กาบราลวิ่งไปหาครอบครัวบนอัฒจันทร์หลังยิงประตู เขาปีนข้ามป้ายโฆษณาเข้าไปในกลุ่มแฟนบอล ขณะที่ผู้ตัดสินยืนดูนาฬิกาและทั้งสนามเหมือนหยุดอยู่ในความโกลาหลชั่วขณะ

นี่คือเสน่ห์ของฟุตบอลโลกในรูปแบบที่ไม่มีบทภาพยนตร์ใดเขียนได้สมบูรณ์กว่า นักเตะจากชาติเล็กที่สุดในรอบน็อกเอาต์ ยิงประตูใส่แชมป์โลกในช่วงต่อเวลาพิเศษ และทำให้แฟนบอลทั้งโลกต้องหายใจลึกๆ ไปพร้อมกัน

สุดท้าย อาร์เจนตินายังเป็นอาร์เจนตินาที่หาทางออกเจอจากลูกเตะมุมของเมสซีที่ คริสเตียน โรเมโร โหม่งไปแฉลบแขน ดิเนย์ บอร์เจส เข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 111

มันไม่ใช่ประตูที่งดงามแบบลูกยิงของเมสซี หรือมหัศจรรย์แบบลูกของกาบราล แต่มันคือประตูแบบแชมป์โลก ประตูที่เกิดจากการยืนหยัดอยู่ในเกมนานพอ ใช้ประสบการณ์บีบคู่แข่ง และฉวยช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดได้ก่อน แม้หลังจากนั้นอาร์เจนตินายังต้องพึ่ง เอมิเลียโน มาร์ติเนซ และโชคจากธงล้ำหน้าเพื่อรักษาชัยชนะก็ตาม

ชัยชนะครั้งนี้จึงให้ความรู้สึกสองด้าน ด้านหนึ่ง อาร์เจนตินายังมีเมสซีที่ยอดเยี่ยมอย่างเหลือเชื่อในวัย 39 ปี เขายิงไปแล้ว 7 ประตูในฟุตบอลโลกครั้งนี้ และยังคงเป็นศูนย์กลางทางอารมณ์และฟุตบอลของทีม

ทุกครั้งที่เขาสัมผัสบอลในไมอามี เมืองที่ชาวเมืองแห่งนี้ยินดีให้เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของเขา เสียงเชียร์จากเสื้อฟ้าขาวกว่า 60,000 คนก็เหมือนยืนยันว่าเขายังเป็นศาสดาของฟุตบอลอาร์เจนตินา

แต่อีกด้านหนึ่ง ทีมของสกาโลนีเริ่มเผยให้เห็นช่องว่าง พวกเขาปล่อยให้เกมที่ควรปิดได้ยืดเยื้อ เสียพลังมากเกินไปในอากาศร้อนของไมอามี และเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งระดับรองสร้างโอกาสมากพอจะทำให้เกิดคำถามว่า

“หากเป็นฝรั่งเศส สเปน หรืออังกฤษ พวกเขาจะรอดจากสถานการณ์แบบนี้ได้ หรือไม่?”

แต่ต้องยกย่องผู้นำของทั้งสองทีมในเกมเดียวกัน เมสซีคือผู้นำในแบบที่โลกคุ้นเคย เงียบ นิ่ง แต่ชี้ขาดด้วยเท้าซ้ายและลูกเตะมุมที่นำไปสู่ประตูชัย

ส่วนโวซินญาและกลุ่มผู้นำของเคปเวิร์ดคือผู้นำในอีกแบบหนึ่ง ผู้นำที่ทำให้ทีมเล็กเชื่อว่าพวกเขามีสิทธิ์ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับแชมป์โลกโดยไม่ต้องก้มหน้า

พวกเขาแพ้ แต่ไม่พ่ายแพ้ในความหมายของศักดิ์ศรี เพราะตลอด 120 นาที เคปเวิร์ดทำให้อาร์เจนตินาต้องเล่นเหมือนทีมที่ถูกบีบให้ตอบคำถามยากที่สุด

ฟุตบอลโลกของเคปเวิร์ดจบลงแล้ว แต่เรื่องราวของพวกเขาจะถูกเล่าต่อไปอีกนาน พวกเขาไม่ได้ชนะใครในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่เสมอสเปน อุรุกวัย ซาอุดีอาระเบีย และลากอาร์เจนตินาไปถึงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งนั่นอาจยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะบางนัดด้วยซ้ำ

ส่วนอาร์เจนตินายังเดินหน้าต่อไปพบอียิปต์ในรอบต่อไป พร้อมเมสซีที่ยังไล่ล่าสถิติและความฝันสุดท้าย แต่ชัยชนะเหนือเคปเวิร์ดจะเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่า เส้นทางป้องกันแชมป์โลกไม่ได้โรยด้วยความงดงามอย่างเดียว

มันมีรอยแผล มีความเหนื่อยล้า และมีคืนที่แม้ชนะแล้วก็ยังต้องกลับไปมองกระจกถามตัวเองว่า พวกเขายังแข็งแกร่งพอจะไปถึงปลายทางหรือไม่

ภาพ: Catherine Ivill – AMA / Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...