โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เอกนิติ" ย้ำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จำเป็นต่อการรับมือวิกฤตโลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ (4 ก.ค.) ที่รร.รอยัลริเวอร์ ในงานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติครบรอบ 29 ปี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อแก้วิกฤตพลังงาน ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินในส่วน 2 แสนล้านบาทหลังว่าขณะนี้ พ.ร.ก.ถือว่ามีผลบังคับใช้และรัฐบาลได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำทันทีเพราะหากประเทศไทยเปลี่ยนผ่านช้าเกินไป อาจเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหน่วงขึ้น ดังนั้นการใช้เงินตาม พ.ร.ก. จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ มีสัดส่วนกว่า 10% ของจีดีพีซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน โดยในช่วงที่เกิดวิกฤตในตะวันออกกลางในช่วง 2 เดือนล่าสุด ไทยเผชิญการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเกือบ 5 แสนล้านบาท ซึ่งทำให้เห็นถึงความจำเป็นว่าประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่เช่นนั้นจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ รวมทั้งวิกฤตค่าครองชีพในอนาคต

นายเอกนิติ กล่าวว่าการรัฐบาลได้กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เม็ดเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานไว้ 3 ด้านหลักและพร้อมเดินหน้าต่อทันทีหากคำพิพากษาของศาลไม่ได้สั่งระงับการดำเนินการ ได้แก่1.การเปลี่ยนผ่านด้านการใช้พลังงาน ที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด เช่น แสงแดด โซลาร์เซลล์ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนลดรายจ่ายค่าไฟฟ้าและสามารถขายไฟฟ้าคืนได้ (Net Metering) ซึ่งจำเป็นต้องมีการลงทุนปรับปรุงระบบสายส่ง (Grid) ให้รองรับการซื้อขายไฟฟ้า และการขายไฟฟ้าคืนในระบบได้ 2.การเปลี่ยนผ่านด้านการขนส่ง (Transportation) โดยลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลซึ่งมีมูลค่าสูงมาก โดยเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคขนส่ง หรือใช้พลังงานทดแทนที่ผลิตได้เองในประเทศ เช่น น้ำมันไบโอดีเซล B20 หรือเอทานอล (น้ำมันบนดิน)

3.การเปลี่ยนผ่านด้านบุคลากรที่มุ่งเน้นการสร้างทักษะ และพัฒนาคนไทยให้เข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้แรงงานไทยเก่งขึ้นและมีรายได้สูงขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้

นอกจากนี้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานนอกจากวงเงินกู้ตาม พ.ร.ก. รัฐบาลจะใช้การระดมทุนในรูปแบบต่างๆเช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) มาลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โซลาร์ฟาร์มของการไฟฟ้า แทนการกู้เงินโดยตรง เพื่อลดภาระหนี้สาธารณะ นอกจากนี้จะมีการใช้เม็ดเงินจากกองทุนพลังงานทดแทนเข้ามาช่วยเสริมในการปฏิรูปและเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่พลังงานสะอาด

“การเปลี่ยนผ่านนี้จึงไม่ใช่เพียงการช่วยเยียวยาในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวต่อไป” นายเอกนิติ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...