‘เท้ง’ อัด ‘อนุทิน’ ไม่จริงใจปราบโกงสอบท้องถิ่น แซะรัฐบาลดิ้นแก้ไขเพราะเป็นข่าวหน้าหนึ่ง
เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 3 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ในกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ล่าสุดเลขานุการ รมว.คมนาคม ของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ขอลาออกจากตำแหน่ง มองว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ ว่า ขณะนี้ควรตั้งต้นที่คนที่เข้าสอบ และเป็นคนธรรมดาที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากเป็นวงกว้าง สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการตนคิดว่าผิดพลาดอย่างไร ขณะที่พวกเราได้รับข่าว เบื้องต้นก็ได้รับข่าวมาด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นความขัดแย้งของข้าราชการประจำข้างใน ซึ่งข่าวที่ได้รับมาก็ทราบว่าจากสายสีน้ำเงินทั้งคู่ ขัดแย้งกันเอง กลายเป็นว่าเรื่องนี้ถูกปูดขึ้นมา เนื่องจากความขัดแย้งในสายราชการต่างๆ แต่พอปูดขึ้นมาแล้ว กลายเป็นว่าคนที่ได้รับผลกระทบคือคนที่เข้าสอบโดยสุจริตเป็นจำนวนมาก
“เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นี้ ผมก็เพิ่งได้รับหนังสือร้องเรียน ซึ่งคนที่เขาเข้าสอบโดยสุจริต ครอบครัวเขามีความหวังกับตัวเขาในการที่ได้รับการสอบมาแล้ว และผ่านแล้วก็ควรจะได้รับการบรรจุ เพราะยังมีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูอีกจำนวนมาก เขาแจ้งผมว่ามีคนเข้าร่วมลงรายชื่อเป็น 1,000 คน และผมก็เชื่อว่ามีคนได้รับผลกระทบที่เป็นคนสุจริตอีกเป็นจำนวนมาก” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ ประเด็นแรกอยากจะให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ลองทบทวนดูว่ามาตรการที่มีการสั่งการออกไป ทำให้เกิดผลกระทบต่อคนสุจริตจำนวนมาก ควรจะต้องมีการทบทวนกลับมาใหม่หรือไม่และดูเป็นรายกรณีไป ประเด็นถัดมา คิดว่าสิ่งที่สังคมต้องการรับรู้ ถ้าไม่ได้มีความขัดแย้งระหว่างสายสีน้ำเงินด้วยกันเองในระบบราชการ ประเด็นนี้ก็คงไม่มีใครเห็น หากไม่เป็นข่าวออกมาใช่หรือไม่ ตกลงแล้วการที่ตัวนายกฯ ออกมาพูดหลายครั้งว่าต้องการขจัดเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน อยากทำให้ประเทศไทยมีความโปร่งใส อยากทำให้ดัชนีชี้วัดการทุจริตคอร์รัปชันดีขึ้น ตกลงแล้วถ้าไม่มีความขัดแย้งกันเองภายในหรือไม่มีข่าวถูกเปิดเผยออกมา ก็คงไม่มีการดำเนินการใช่หรือไม่
“สิ่งที่อยากเรียกร้องกับตัวนายกรัฐมนตรี อยากจะให้การจับทุจริต การทลายเรื่องเครือข่ายสีเทาในประเทศ ต่างเป็นการดำเนินการจากภายในของรัฐบาล ดังนั้นขอให้ทำให้พวกเราเห็นหน่อย ไม่ใช่เกิดหน้าข่าวขึ้นมาแล้วก็ไปตามแก้ อย่าลืมว่านายกรัฐมนตรีเป็น รมว.มหาดไทย มาหลายสมัยแล้ว และท่านเองก็น่าจะต้องทราบ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านต้องทราบว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่ในกระทรวงมหาดไทยมานานแล้ว ดังนั้นทันทีที่นายกรัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีชุดนี้เข้าบริหารประเทศ ถ้ารู้อยู่แล้ว มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ก็ควรเป็นการแอ๊คชั่นจากนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าพอเกิดความขัดแย้ง มีการปูดกันเองขึ้นมาภายใน เป็นหน้าข่าวขึ้นมาแล้วค่อยมาตามแก้ทีหลัง สุดท้ายประชาชนก็ได้รับผลกระทบแบบนี้ ผมคิดว่าไม่ได้มีความจริงใจในการแก้ไข แต่เป็นการไปตามเก็บกวาดเช็ดล้างปัญหาภายในของตัวเอง”หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว.