โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เลียนแบบในทีวี! ภรรยาชาวจีนดูดพิษงูเห่าช่วยสามี สุดท้ายเข้าโรงพยาบาลทั้งคู่

Khaosod

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภรรยาชาวจีนดูดพิษงูเห่าช่วยสามี สุดท้ายเข้าโรงพยาบาลทั้งคู่ - ภาพประกอบจาก scmp / sohu

อุทาหรณ์! ภรรยาชาวจีนดูดพิษงูเห่าช่วยสามี หลังเลียนแบบวิธีจากโทรทัศน์ สุดท้ายตัวเองต้องเข้าโรงพยาบาล แพทย์เตือนอย่าทำตาม เพราะอาจยิ่งเสี่ยงอันตราย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลผู้ถูกงูกัด หลังหญิงรายหนึ่งพยายามช่วยชีวิตสามีด้วยการใช้ปากดูดพิษงูเห่าออกจากบาดแผล ตามวิธีที่เคยเห็นในรายการโทรทัศน์ แต่สุดท้ายกลับได้รับพิษงูเข้าสู่ร่างกาย จนต้องเข้ารับการรักษาพร้อมกับสามี

รายงานระบุว่า สามีของเธอกำลังทำงานอยู่ในไร่ที่อำเภอหยวนหยาง ก่อนถูกงูเห่ากัดที่นิ้วมือ ไม่นานหลังจากนั้น แผลเริ่มบวมอย่างรวดเร็ว พร้อมมีอาการเวียนศีรษะและอ่อนแรง ทำให้ภรรยาตกใจและรีบช่วยเหลือทันทีด้วยวิธีที่จำมาจากโทรทัศน์ โดยใช้ปากดูดพิษออกจากบาดแผลโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใด ๆ

บาดแผลของสามีเริ่มบวมอย่างรวดเร็ว

บาดแผลของสามีเริ่มบวมอย่างรวดเร็ว และมีสีคล้ำขึ้น ทำให้เขารู้สึกเวียนศีรษะ และอ่อนแรง - ภาพจาก scmp

หลังจากสามีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ไม่นาน ภรรยากลับเริ่มมีอาการผิดปกติ ทั้งชาที่ปาก ลิ้น ใบหน้า และแขนขา ก่อนจะรู้สึกอ่อนเพลียอย่างหนักในวันรุ่งขึ้น ครอบครัวจึงรีบนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลเช่นกัน ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าทั้งคู่ได้รับพิษจากงูเห่าสายพันธุ์ท้องถิ่น และได้รับการรักษาด้วยการฉีดเซรุ่มต้านพิษงู จนอาการปลอดภัยและสามารถกลับบ้านได้ในเวลาต่อมา

แพทย์อธิบายว่า ความเชื่อที่ว่าการใช้ปากดูดพิษงูสามารถช่วยผู้บาดเจ็บได้ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะภายในช่องปากมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก หากพิษสัมผัสเยื่อบุในปาก ก็สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดของผู้ช่วยเหลือได้โดยตรง จึงเสี่ยงได้รับพิษเช่นเดียวกับผู้ถูกงูกัด

ดูดพิษงูไม่ช่วย

หมอชี้ ดูดพิษงูไม่ช่วย อาจอันตรายกว่าเดิม - ภาพประกอบ

นอกจากนี้ แผลจากงูกัดมักเป็นเพียงรูเขี้ยวขนาดเล็ก แต่พิษจะซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อและกระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะดูดพิษออกมาได้ทัน แพทย์ยังเตือนว่า การกรีดแผลให้เลือดไหล การใช้ไฟลนแผล หรือการประคบน้ำแข็ง ล้วนเป็นวิธีที่ไม่แนะนำ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียเลือด ติดเชื้อ หรือทำให้อาการแย่ลง

แนวทางที่ถูกต้องเมื่อถูกงูกัด คือรีบโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน พยายามเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุดเพื่อลดการกระจายของพิษ และหากทำได้อย่างปลอดภัย ควรจดจำหรือถ่ายภาพงูเอาไว้ เพื่อช่วยให้แพทย์ระบุชนิดของงูและเลือกใช้เซรุ่มต้านพิษได้อย่างเหมาะสม

โดนกัดอย่าขยับมาก

โดนกัดอย่าขยับมาก จำลักษณะงู โทรฉุกเฉินแจ้งแพทย์ รีบไปโรงพยาบาล - ภาพประกอบ

เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้รับความสนใจในจีน ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม มีนักเรียนชายวัย 14 ปี ในมณฑลกวางตุ้ง ถูกสิ่งที่ไม่ทราบชนิดกัดระหว่างเดินบนสนามหญ้าในโรงเรียน ตอนแรกเขาไม่รู้สึกเจ็บจึงไม่ได้ใส่ใจ แต่หลายชั่วโมงต่อมากลับเริ่มมีอาการชาตามแขนขาและมองเห็นไม่ชัด แพทย์เผยว่าหากมาถึงโรงพยาบาลช้ากว่านั้นเพียง 1 - 2 ชั่วโมง เด็กชายอาจหยุดหายใจและเสียชีวิตได้

เรื่องราวของสามีภรรยาคู่นี้กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ของจีน โดยชาวเน็ตจำนวนมากมองว่าเป็นบทเรียนสำคัญว่า สิ่งที่เห็นในละครหรือโทรทัศน์ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเสมอไป ขณะที่บางคนก็แสดงความเห็นว่า แม้วิธีช่วยเหลือจะผิด แต่ก็สะท้อนถึงความตั้งใจของภรรยาที่พยายามช่วยชีวิตสามีอย่างสุดกำลัง จนยอมเสี่ยงอันตรายไปพร้อมกัน

ที่มา:scmp

อ่านข่าวเพิ่มเติม: ค่าไฟพุ่งสูงผิดปกติ ตัดสินจำคุกชายจีน แอบเพาะเลี้ยงงูหลามกว่า 300 ตัว ภายในคอนโด พบหลักฐานชี้ชัด ภาพงูบนโซเชียล แถมซื้อ-ขายอย่างผิดกฎหมาย

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลียนแบบในทีวี! ภรรยาชาวจีนดูดพิษงูเห่าช่วยสามี สุดท้ายเข้าโรงพยาบาลทั้งคู่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...