โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ยันระบบไม้กั้นปกติ! บก.น.1 ไล่เช็กวงจรปิด 5 ซุ้มคดีรถไฟชนบัส 206 พรุ่งนี้เตรียมจำลองนาทีชน

เดลินิวส์

อัพเดต 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 4.52 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณการันตีระบบสัญญาณไฟและไม้กั้นถนนทางรถไฟมักกะสันใช้งานได้ดี ด้านตำรวจเตรียมนำชุดสืบสวนขึ้นขบวนจริงจำลองนาทีชนพรุ่งนี้ พร้อมลุยจับ-ปรับพวกชอบจอดรถคร่อมราง

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 69 กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) สรุปความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถไฟขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ชนรถโดยสารประจำทาง ขสมก. สาย 206 บริเวณแยกอโศก–กำแพงเพชร 7 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยมี พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผู้กำกับการ สน.มักกะสัน พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บก.น.1 ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีอาญาที่ 320/2569 ของ สน.มักกะสัน

สำหรับความคืบหน้าทางคดี พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเดินรถไฟแล้วจำนวน 4 ปาก ประกอบด้วย

  • ผู้เชี่ยวชาญตำแหน่งสารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่อง ให้การยืนยันว่า พนักงานขับรถไฟเคยขับผ่านจุดแยกสถานีรถอโศกฯ (ซุ้มอโศก) มาแล้วจำนวน 58 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2566–2569 รวมระยะเวลากว่า 3 ปี ส่วนช่างเครื่องเพิ่งปฏิบัติหน้าที่ได้เพียง 14 วัน และขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนขบวนรถไฟดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2
  • หัวหน้าแผนกบริหารเทคนิคด้านการลากเลื่อน ให้การสอดคล้องกับสารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ
  • เจ้าหน้าที่กองเดินรถฝ่ายปฏิบัติการ ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถไฟและพนักงานกั้นรถไฟ โดยให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางส่วนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับรูปคดี
  • เจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลและซ่อมบำรุงระบบสัญญาณไฟ ไม้กั้นถนน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ยืนยันว่า อุปกรณ์ทุกชิ้นสามารถใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีความขัดข้อง

ส่วนเรื่องการเยียวยา ขณะนี้ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาทนายความ และหน่วยงานคุ้มครองสิทธิ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ หากได้ข้อสรุปจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป

ด้านยอดผู้บาดเจ็บทั้งหมด 30 ราย ขณะนี้ตรวจสอบพบว่าออกจากโรงพยาบาลแล้ว 14 ราย โดยสอบปากคำไปเมื่อวานนี้ 2 ราย และเข้าสอบปากคำเพิ่มเติมในวันนี้อีก 9 ราย ส่วนอีก 3 รายเป็นชาวต่างชาติ อยู่ระหว่างติดตามตัวมาให้ปากคำ

ขณะที่ผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมีจำนวน 16 ราย สามารถสอบปากคำเพิ่มเติมได้แล้ว 10 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ซึ่งไม่สามารถให้ปากคำได้ 4 ราย และมีอีก 1 รายยังไม่ได้สอบปากคำ ส่วนอีก 1 รายออกจากโรงพยาบาลแล้ว อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบสวน

สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ขณะนี้สามารถพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์บุคคลได้แล้ว 6 ราย คงเหลืออีก 2 ราย อยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์

นอกจากนี้ ฝ่ายสืบสวนยังได้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในจุดสำคัญรวม 5 จุด ได้แก่

  • ซุ้มอโศก–ดินแดง
  • ซุ้มเพชรพระราม
  • ซุ้มพระราม 9
  • ซุ้มนารายณ์
  • ซุ้มศูนย์วิจัย

เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่และการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟ รวมถึงพนักงานควบคุมไม้กั้น เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.) ฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน บก.น.1 จะร่วมกันจำลองเหตุการณ์จริง โดยขึ้นรถไฟในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

จากภาพกล้องวงจรปิดบริเวณซุ้มพระราม 9 (ถนนเพชรอุทัย) และซุ้มอโศก–ดินแดง ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ สามารถยืนยันได้ว่า ขณะรถไฟแล่นผ่านทั้งสองจุดดังกล่าว พนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในหัวรถจักร

ส่วนมาตรการด้านการจราจร บก.น.1 ได้จัดระเบียบการจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟรวม 14 จุด พร้อมดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยสามารถจับกุมผู้ฝ่าฝืนข้อหาหยุดรถคร่อมรางรถไฟ หรือหยุดรถในระยะ 5 เมตรจากรางรถไฟ ได้ทั้งหมด 32 ราย ปรับแล้ว 5 ราย รายละ 500 บาท ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการออกใบสั่ง

ขณะเดียวกัน งานจราจร สน.มักกะสัน จะเพิ่มความเข้มงวดบริเวณจุดตัดทางรถไฟ โดยห้ามหยุดรถค้างบนรางรถไฟในช่วงเวลา 10.00–18.00 น. พร้อมใช้มาตรการ “จัด–จับ–ปรับ” ได้แก่ จัดการจราจร ปลูกฝังวินัยจราจร จับกุมผู้ฝ่าฝืน และปรับจริง ปรับหนัก บริเวณถนนกำแพงเพชร ตัดถนนอโศก–ดินแดง อย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...