โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“กองทุนบำนาญทั่วโลก” ทยอยยกเลิกเฮดจ์ค่าเงิน หลังดอลลาร์แข็งค่า รับแรงหนุนเฟดสายเข้ม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.23 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"กองทุนบำนาญทั่วโลก" ทยอยลดการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) หลังค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าจากแรงหนุนนโยบายการเงินแบบเข้มงวดของเฟด และต้นทุนการทำเฮดจ์ที่สูงขึ้น

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.05 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าต่อเนื่องในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวด (Hawkish) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะที่กองทุนบำนาญรายใหญ่ทั่วโลกเริ่มทยอยยกเลิกการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) ที่เคยทำไว้ในช่วงตลาดผันผวนจากเหตุการณ์ Liberation Day เมื่อปีก่อน

นักวิเคราะห์ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับการเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดของเควิน วอร์ช ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) ของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้สินทรัพย์สกุลดอลลาร์มีความน่าสนใจมากขึ้น

ข้อมูลการวิเคราะห์ของ Wells Fargo พบว่า กองทุนบำนาญในแคนาดา เนเธอร์แลนด์ และเดนมาร์ก ได้ลดสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินดอลลาร์ลง หลังจากเคยเพิ่มการทำเฮดจ์เมื่อปีที่แล้วเพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด

การป้องกันความเสี่ยงค่าเงินของนักลงทุนต่างชาติทำได้โดยการขายดอลลาร์ล่วงหน้า (Forward) แต่ต้นทุนของการทำเฮดจ์ขึ้นอยู่กับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับประเทศของนักลงทุน เมื่ออัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของสหรัฐสูงกว่ายูโรโซนราว 140 จุดเบสิส (Basis Points) ต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ผลตอบแทนสุทธิของการลงทุนลดลง

การ์ธ แอปเปิลต์ หัวหน้าฝ่ายอนุพันธ์อัตราแลกเปลี่ยนและตลาดเกิดใหม่ของ Mizuho Americas กล่าวว่า ดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐที่สูงขึ้นทำให้การลงทุนในสินทรัพย์สกุลดอลลาร์น่าสนใจขึ้น แต่ก็ทำให้ต้นทุนการเฮดจ์สูงขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันจำนวนมากเลือกถือครองหุ้นสหรัฐโดยไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินมากขึ้น

ด้าน คาร์ล ชามอตตา หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Corpay ระบุว่า การทำเฮดจ์ระยะยาวมีต้นทุนสูงและกระทบผลตอบแทน กองทุนหลายแห่งจึงปล่อยให้สัญญาเฮดจ์เดิมหมดอายุ โดยไม่ต่ออายุใหม่

ข้อมูลของ Wells Fargo ยังพบว่าสัดส่วนการเฮดจ์ค่าเงินของกองทุนเดนมาร์กลดลงประมาณ 5 จุดเปอร์เซ็นต์ ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ขณะที่กองทุนบางแห่งของแคนาดาลดลงราว 1 จุดเปอร์เซ็นต์

เอริก เนลสัน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนของ Wells Fargo กล่าวว่า แม้กระแส Sell America ที่นักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์สหรัฐเมื่อปีก่อนจะเกิดขึ้นจริงในระดับหนึ่ง แต่แรงจูงใจในการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินได้อ่อนแรงลง และแนวโน้มดังกล่าวกำลังกลับทิศ

ก่อนหน้านี้ ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากมาตรการภาษีศุลกากร Liberation Day ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงต้นปี 2568 ซึ่งทำให้ทั้งค่าเงินดอลลาร์และตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงพร้อมกัน ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติที่ถือครองหุ้นสหรัฐได้รับผลกระทบทั้งจากราคาหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ ดอลลาร์กลับมาทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดความตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

ขณะเดียวกันความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของ Fed ซึ่งเคยกดดันค่าเงินดอลลาร์ หลังทรัมป์โจมตีอดีตประธานเฟด เจอโรม พาวเวล อย่างต่อเนื่อง ก็เริ่มคลี่คลายลงหลังวอร์ชเข้ารับตำแหน่ง

นักวิเคราะห์มองว่า การลดการทำ FX Hedging ช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ เพราะเมื่อนักลงทุนต่างชาติไม่ขายดอลลาร์ล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง ก็ทำให้แรงขายดอลลาร์ในตลาดลดลง

อย่างไรก็ตาม ทิศทางของดอลลาร์ในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ คือ ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐและกระแสการลงทุนในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งยังคงเป็นแรงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก

หากการเติบโตของธุรกิจ AI หรือเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาด กองทุนต่าง ๆ อาจกลับมาทบทวนกลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงค่าเงินอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ นักวิเคราะห์ยังเชื่อว่าดอลลาร์มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนจาก อัตราดอกเบี้ยที่สูง ผลตอบแทนจากการถือครองสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ (Carry) ที่จูงใจ และผลตอบแทนของตลาดหุ้นสหรัฐที่ยังแข็งแกร่ง ทำให้แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ยังอยู่ในทิศทางแข็งค่าต่อไป

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...