โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปอศ.รวบหนุ่มม้ง เปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกกู้เงินออนไลน์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 160 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปอศ.รวบหนุ่มม้ง เปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกกู้เงินออนไลน์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 160 ล้านบาท

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) โดย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก. บก.ปอศ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.5 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นายเทน (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี เป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 31 ต.ค. 2566 ฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ มีส่วนร่วมกระทำการใดๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือโดยรู้ถึงเจตนาที่จะกระทำความผิดร้ายแรงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” จับได้ที่ หมู่ที่ 2 ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณช่วงต้นปี 2565 มีผู้เสียหาย จำนวน 4 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ด้วยเหตุถูกกลุ่มผู้กระทำผิดแอบอ้างตนเองโดยการเปิดเพจเฟซบุ๊กสาธารณะชื่อ “สินเชื่อเงินกู้ด่วน1” โฆษณาชักชวนให้กู้เงินผ่านเพจเฟซบุ๊กโดยอ้างว่า สามารถ ปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่เช็คเครดิต กู้ได้ทุกอาชีพ รับเงินจริง เชื่อถือได้ ดอกเบี้ยต่ำ เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อจะให้ติดต่อทาง แอปพลิเคชันไลน์ ต่อมาคนร้ายจะหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงินให้ก่อน ซึ่งอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมในการ ปล่อยเงินกู้,ค่าธรรมเนียมเอกสาร เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนไป แต่กลับไม่ได้รับโอนเงินกู้จริงแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย

จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า คนร้ายใช้บัญชีในการกระทำผิดโดยแบ่งหน้าที่เป็นบัญชีที่ใช้รับโอนเงินจากผู้เสียหาย , บัญชีที่ใช้โอนเงินเป็นทอดๆ และบัญชีที่ใช้รับผลประโยชน์โดยถอนเงินออกและนำไปใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งภายในระยะเวลา 1 ปีมียอดเงินหมุนเวียนกว่า 160 ล้านบาท พบเส้นทางการเงินที่น่าเชื่อว่าเป็นการรับโอนเงินจากผู้เสียหายกว่า 500 ราย จากการสืบสวนพบว่าบัญชีที่รับผลประโยชน์สุดท้ายนั้น เป็นบัญชีของชาวต่างชาติซึ่งมีการตระเวนกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มบริเวณแนวตะเข็บ ชายแดนไทย- พม่า จำนวนหลายครั้ง ยอดรวมกว่า 10 ล้านบาท อีกทั้งยังมีการโอนเงินไปซื้อสินค้าเครื่อง อุปโภคบริโภคส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกกว่าหลายรายการ จนสามารถออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดรวมทั้งสิ้นจำนวน 9 ราย คือบัญชีม้า จำนวน 4 ราย และผู้รับผลประโยชน์จากการกระทำความผิด จำนวน 5 ราย โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2566 และวันที่ 4 กันยายน 2566 กก.5 บก.ปอศ. ได้ระดมกำลังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย บัญชีม้า 2 ราย และผู้รับผลประโยชน์ 3 ราย ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือได้หลบหนีการจับกุมเรื่อยมา

ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ได้สืบสวนทราบว่า นายเทน (นามสมมุติ) เป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ซึ่งรับเปิดบัญชีธนาคารให้กับเครือข่ายคนร้าย ใช้บัญชีในการรวมยอดเงินที่หลอกลวงผู้เสียหายรายต่างๆ ก่อนจะมีการกระจายยอดเงิน ไปยังบัญชีธนาคารแถวที่ 3 เพื่อทำรายการถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มบริเวณตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ได้หลบหนีการจับกุมมากว่า 3 ปี มากบดานอยู่ในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จึงได้นำกำลังลงพื้นที่เข้าทำการจับกุมตัวนายเทน (นามสมมุติ) ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 31 ต.ค. 2566 นำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น นายเทน (นามสมมุติ) ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนโดนเพื่อนขโมยบัญชีธนาคารไป ไม่สามารถติดต่อเพื่อนได้ และตนไม่รู้ว่ามีการเอาบัญชีของตนไปใช้แต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...