ปรับเป้า SET Index ขึ้นเป็น 1,560 จุด
สินทรัพย์เสี่ยงกลับมามีความหวังอีกครั้งหลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯให้ความเห็นว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ขณะที่ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯให้ความเห็นทั้ง2 ฝ่ายไม่ต้องการกลับมาทำสงครามหนักต่อกันอีกแล้ว ส่วนอิหร่านกำลังพัฒนาระเบียบการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้การกลับมาเดินเรือเป็นไปอย่างปลอดภัยมากขึ้น สะท้อนว่า การทยอยเปิดช่องแคบฮอร์มุซมีโอกาสเกิดขึ้นในไม่ช้าเช่นกัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเมื่อคืนปรับตัวลงเฉลี่ย-5% และBond Yield อายุ10 ปีของสหรัฐฯ-5bps. อยู่ที่4.59% ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงSentiment ต่อEmerging Market ในวันนี้ โดยในส่วนของSET Index เราคาดว่ากลุ่มไฟแนนซ์จะฟื้นตัวเด่น เพราะยังไม่ได้ฟื้นตามกลุ่มDomestic Play อื่นที่ได้แรงหนุนจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส เนื่องจากก่อนหน้านี้ถูกกดดันจากBond Yield ที่ทรงตัวในระดับสูง
สรุปผลประกอบการ1Q26 ของSET Index ดีกว่าคาดมากโดยกำไร1Q26 ของSET Index อยู่ที่3.6 แสนล้านบาท+59% QoQ, +21% YoY ดีกว่าเราคาด24% จากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ที่มีกำไรจากสต็อกน้ำมัน รวมถึง กลุ่มสื่อสาร, ค้าปลีก, ธนาคารพาณิชย์, และไฟแนนซ์ ที่มีความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น
ปรับเป้าSET Index ขึ้นเป็น1,560 จุดผลจากกำไร1Q26 ดีกว่าคาดมาก เราจึงปรับคาดการณ์EPS ของSET Index สิ้นปีนี้ขึ้นเป็น95 บาท/หุ้น จาก87 บาท/หุ้น และปรับเป้าSET Index ขึ้นเป็น1,560 จุด จาก1,440 จุด โดยยังคงอิงPER Multiplier เท่าเดิมที่16.5 เท่า แนวโน้มผลประกอบการช่วงที่เหลือของปี คาดกำไร2Q26 ชะลอQoQ จากLow Season ของหลายธุรกิจ และลดลงYoY จากฐานสูงในปีก่อน แต่จะกลับมาโตทั้งQoQ, YoY ใน3Q-4Q26 จากฐานต่ำ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล+ การลงทุนภาคเอกชนที่เห็นผลบวกมากขึ้น ธีมหลักในการลงทุน1) มาตรการดูแลค่าครองชีพ2) การลงทุนMega Project ของรัฐบาลและเอกชน เช่นData Center 3) แผนPDP ฉบับใหม่เพื่อปรับโครงสร้างพลังงาน4) อัตราเงินเฟ้อทรงตัวในระดับสูง และ5) ปันผลสม่ำเสมอ หุ้นแนะนำ คือCPALL, GULF, GUNKUL, GLOBAL, SCB, TIDLOR, และTRUE