“อิสราเอล” เพิ่มโจมตีเลบานอน เสี่ยงกระทบเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ตึงเครียดอีกระลอก "อิสราเอล" ยกระดับปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน พร้อมส่งกองกำลังรุกลึกมากขึ้น เสี่ยงกระทบเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.06 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อิสราเอลยกระดับการโจมตีในเลบานอน พร้อมประกาศขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินลึกเข้าไปในพื้นที่มากขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอาจกระทบต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
กองทัพอิสราเอล ระบุว่า กองกำลังภาคพื้นดินจะเคลื่อนพลเกินแนวพื้นที่กันชนเดิมที่ลึกประมาณ 10 กิโลเมตรทางตอนใต้ของเลบานอน ขณะเดียวกันอิสราเอลยังเพิ่มการโจมตีในหลายพื้นที่ และสามารถสังหารผู้นำคนใหม่ของฝ่ายทหารกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาได้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
สงครามในเลบานอนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนต้องพลัดถิ่น ขณะที่การเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ เพื่อขยายเวลาหยุดยิงออกไปราว 2 เดือน และเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงดำเนินไปอย่างล่าช้า
อิหร่านยืนยันว่า ข้อตกลงหยุดยิงจะต้องครอบคลุมทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอนด้วย ขณะที่อิสราเอล ซึ่งร่วมกับสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังไม่ต้องการให้มีข้อจำกัดต่อปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน โดยอ้างว่าการโจมตีมีเป้าหมายเพื่อปกป้องชุมชนของอิสราเอลจากการโจมตีด้วยจรวดและโดรนของกลุ่ม Hezbollah ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
แม้ทั้งอิหร่านและสหรัฐจะยืนยันว่า การเจรจาผ่านตัวกลางอย่างปากีสถานและกาตาร์มีความคืบหน้า แต่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า อาจต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะบรรลุข้อตกลงได้
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ยังคงตึงเครียดอย่างมาก โดยเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา สหรัฐโจมตีและสังหารทหารอิหร่านหลายราย หลังกล่าวหาว่าอิหร่านพยายามวางทุ่นระเบิดใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงใส่เครื่องบินรบสหรัฐ และระบุว่าสามารถยิงโดรนไร้คนขับตกได้ 1 ลำ
อาลี บาเกรี-คานี รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวระหว่างเข้าร่วมเวทีความมั่นคงในรัสเซียว่า การติดต่อทางอ้อมกับสหรัฐยังคงดำเนินต่อไป แต่ตราบใดที่ยังตกลงกันไม่ได้ทุกประเด็น เราจะถือว่ายังไม่มีข้อตกลงใดเกิดขึ้น
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการเจรจา คือ เรื่องเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากมีข้อตกลงชั่วคราวเกิดขึ้น ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะรวมถึงการที่สหรัฐยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านด้วย
สหรัฐยืนยันว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะต้องเปิดให้เรือผ่านได้อย่างเสรี แต่ฝั่งอิหร่านต้องการควบคุมการจราจรทางทะเลในพื้นที่ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของโลก
บาเกรี-คานี กล่าวว่าเงื่อนไขและขั้นตอนการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พร้อมระบุว่าอิหร่านและโอมานกำลังหารือกันเพื่อกำหนดกลไกใหม่ในการผ่านช่องแคบดังกล่าว
ทั้งสองฝ่ายยังต้องหารือเกี่ยวกับวงเงินทรัพย์สินของอิหร่านที่จะถูกปลดอายัด และกรอบเวลาการดำเนินการ โดยสื่อของอิหร่านรายงานว่า เตหะรานต้องการให้มีการปลดอายัดเงิน 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ทันที หลังบรรลุบันทึกความเข้าใจระหว่างสองฝ่าย
อย่างไรก็ตาม กลุ่มการเมืองสายแข็งในสหรัฐฯ รวมถึงวุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ เกรแฮม อาจคัดค้านแนวทางดังกล่าว และกดดันให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาใช้มาตรการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง
แม้สถานการณ์ยังเปราะบาง แต่นักลงทุนในตลาดพลังงานยังคงมีความหวังต่อการบรรลุข้อตกลง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลง 3% ในวันพุธ มาอยู่ต่ำกว่า 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และลดลงมากกว่า 5% ในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงสูงกว่าช่วงก่อนสงครามอย่างมาก สะท้อนว่าหากช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดเต็มรูปแบบ ก็อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าการขนส่งพลังงานจะกลับสู่ภาวะปกติ
ด้านการเดินเรือเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวเล็กน้อยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังมีซูเปอร์แทงเกอร์อย่างน้อย 2 ลำที่ไม่ใช่ของอิหร่านเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียได้สำเร็จ
ขณะเดียวกัน ศูนย์ข้อมูลการเดินเรือร่วม (Joint Maritime Information Center) รายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมัน Olympic Life เกิดเหตุระเบิดนอกชายฝั่งโอมานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ส่วนฝรั่งเศสรัฐมนตรีคลัง โรลองด์ เลสกูร์ ยืนยันว่า รัฐบาลยังคงตั้งเป้าลดการขาดดุลงบประมาณลงเหลือ 5% ของ GDP ในปีนี้ และต่ำกว่า 3% ภายในปี 2572 แม้เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่านก็ตาม
อ้างอิง : www.bloomberg.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง