โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทย-เวียดนามเชื่อมสัมพันธ์ 50 ปี ร่วมหุ้นส่วนเศรษฐกิจ

The Better

อัพเดต 28 พ.ค. เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. เวลา 11.20 น. • THE BETTER
สมาคมมิตรภาพไทย–เวียดนาม เปิดเวที Thailand–Vietnam Business Forum 2026 ยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กล่าวในงาน Thailand–Vietnam Business Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Growing Together” โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยพันธมิตรองค์กรชั้นนำ ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย,

สภาธุรกิจไทย–เวียดนาม และ หอการค้าไทยในเวียดนาม เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่ง ว่า การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ในโลกปัจจุบัน ไม่มีประเทศใดสามารถเติบโตได้อย่างโดดเดี่ยว ไทยและเวียดนามจำเป็นต้องเดินไปด้วยกัน เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน เวียดนามมีประชากรกว่า 100 ล้านคน และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะฐานการผลิตและอุตสาหกรรมสำคัญของภูมิภาค

ขณะที่ประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ อาหาร พลังงาน การค้า และบริการ รวมถึงมีภาคเอกชนที่เข้มแข็งและมีศักยภาพสูง ดังนั้น ไทยและเวียดนามจึงสามารถผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน เชื่อมโยงฐานการผลิต และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและการส่งออกที่สำคัญของภูมิภาค เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศและอาเซียนโดยรวม

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน มูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ประมาณ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในอนาคตเราควรร่วมกันผลักดันให้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ วันนี้ประเทศไทยมีการลงทุนในเวียดนามเป็นจำนวนมาก จึงอยากเห็นภาคธุรกิจเวียดนามเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นเช่นกัน เพราะเศรษฐกิจของไทยและเวียดนามมีขนาดใกล้เคียงกัน เราไม่ใช่คู่แข่งแต่คือคู่ค้าและหุ้นส่วนที่จะเติบโตไปด้วยกัน

นอกจากนี้ที่สำคัญเศรษฐกิจของเราทั้งสองประเทศเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง กว่าครึ่งของสินค้าที่ไทยส่งออกไปเวียดนาม เป็นวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ใช้ในภาคการผลิตเพื่อการส่งออกของเวียดนาม นี่แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของเราไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือการเติบโตร่วมกันผ่านห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน และนี่คือความหมายของคำว่า Strategic Partnership อย่างแท้จริง

นายสนั่น อังอุบลกุล นายกสมาคมมิตรภาพไทย–เวียดนาม และประธานอาวุโสหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานงานครั้งนี้เป็นความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการขับเคลื่อนความร่วมมือผ่านแนวคิด “Three Connects” ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจร่วมสมัย การเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ท้องถิ่น และประชาชน และการเชื่อมโยงสู่อนาคตแห่งความยั่งยืน เทคโนโลยี และนวัตกรรมร่วมกัน

ทั้งนี้ไฮไลท์สำคัญของการจัดงานครั้งนี้คือการที่ท่านประธานาธิบดีเวียดนามได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยเข้าพบในลักษณะ One-on-One เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะโดยตรง ซึ่งจะช่วยผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของทั้งสองประเทศและพลังของผู้นำภาคธุรกิจไทย–เวียดนาม จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เป้าหมายการค้าระหว่างกัน 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ พร้อมยืนยันว่า สมาคมมิตรภาพไทย–เวียดนามและเครือข่ายภาคเอกชนไทย พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศ

สำหรับกิจกรรมภายในงาน Thailand–Vietnam Business Forum 2026 ประกอบด้วยการหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ในหลายมิติ ทั้งด้านการค้า การลงทุน การเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาโลจิสติกส์ และการยกระดับความร่วมมือในอุตสาหกรรมศักยภาพของทั้งสองประเทศ พร้อมด้วยเวทีเสวนาระดับสูงจากผู้บริหารชั้นนำของภาคธุรกิจ การจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจทางธุรกิจ หรือ MoU ระหว่างภาคเอกชนไทยและเวียดนาม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...