โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผบ.ตร.ออก “กฎเหล็ก” ห้ามโยก “สายสอบสวน” ไปช่วยงานอื่นโดยเด็ดขาด

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ผบ.ตร.ประชุมบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล พัฒนางานสอบสวน กวดขันวินัย และสร้างขวัญกำลังใจข้าราชการตำรวจ
วันนี้ (28 พฤษภาคม 2569) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 โดยมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช. และผู้บัญชาการทุกหน่วยในสังกัด ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สั่งการให้ผู้บัญชาการ และผู้บังคับการทุกพื้นที่ ขับเคลื่อนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีในการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล 1. ด้านการป้องกัน ทำงานในรูปแบบ “ทีมจังหวัด” 2. ด้านการปราบปราม เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท เร่งสืบสวนขยายผล 3. ด้านการช่วยเหลือประชาชน รับเรื่องร้องเรียน และแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด นำเทคโนโลยีสนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงรุก ร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ สร้างความสงบสุขและความปลอดภัย
ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าฯ ตรวจสอบและปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เร่งขับเคลื่อนการปฏิบัติ “เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง” “ขุดรากถอนโคน”
พร้อมกำชับขับเคลื่อนการพัฒนางานสอบสวนในทุกมิติ โดยเฉพาะในเรื่องค่าตอบแทน การเพิ่มปริมาณพนักงานสอบสวน ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น นำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน และให้หัวหน้าหน่วยทุกระดับดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวน ห้ามมิให้มีคำสั่งไปช่วยราชการที่มิใช่สถานีตำรวจ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่มิใช่งานสอบสวนโดยเด็ดขาด

ผบ.ตร. ยังได้สั่งการให้ส่งเสริมโครงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ข้าราชการตำรวจทุกนายต้องเข้าใจถึงรากเหง้าและที่มาของชาติ รวมทั้งการแก้ปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง กำชับให้ผู้บังคับบัญชาติดตาม สอบถาม สร้างพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับรายได้ รายจ่าย และการออมเงิน และสานต่อโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” โดยขอขอบคุณทุกหน่วยที่ได้กำหนดแผน และได้ตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจและครอบครัวในสังกัดอย่างต่อเนื่อง โดยให้ผู้บังคับบัญชากำหนดแผนการตรวจเยี่ยม ดูแล ช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังต่อไป

สำหรับกรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สำรวจตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ จัดลำดับหน่วยงานที่มีอัตราเสนอสิ่งตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก (ตำรวจทางหลวง/จราจร) ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น เข้าใจสภาพปัญหาและมุมมองจากบุคคลภายนอกต่อการทำงานของตำรวจ ขอให้ทุกนายร่วมมือกันทำงานอย่างตรงไปตรงมา ประชาสัมพันธ์การทำงานที่ถูกต้อง เหมาะสม สร้างการรับรู้และความเข้าใจ ไม่รับสิ่งตอบแทนหรือสิ่งอื่นใดในการทำงาน มอบหมายให้จเรตำรวจศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำชับการพิจารณาดำเนินการทางวินัยในกรณีที่มีความผิดร้ายแรง ให้หน่วยพิจารณาการให้ออกจากราชการไว้ก่อน ติดตามการพิจารณาตามกรอบระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินการทางวินัย การตรวจสอบเรื่องร้องเรียน แจ้งเบาะแสในระบบ jcoms หรือช่องทางอื่น ๆ จะต้องดำเนินการโดยด่วน รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินการตามการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ให้เป็นไปตามที่กำหนดและให้มีผลคะแนนผ่านตามหลักเกณฑ์ต่อไป

นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังได้สั่งการเดินหน้าโครงการตำรวจ “ทำดี มีรางวัล (ทำไม่ดี มีโทษ)” ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับการยกย่อง ส่งเสริม เชิดชูเกียรติตำรวจที่ทำหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ มีจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานหรือยศ ตำแหน่งใด จึงให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณามอบรางวัลในการทำงานของตำรวจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการรักษาระเบียบวินัยเกี่ยวกับการแต่งกาย เป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งทรงผมและเครื่องแบบ ถูกต้องตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ จตช. และ โฆษก ตร. ควบคุม กำกับ ดูแลในภาพรวม
ทั้งนี้ ก่อนการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร.ได้เป็นประธานมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีผลการปฏิบัติดีเด่น ในการสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ และจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พร้อมมอบประกาศเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ให้ห้วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2569 เพื่อแสดงความชื่นชมและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผบ.ตร.ออก “กฎเหล็ก” ห้ามโยก “สายสอบสวน” ไปช่วยงานอื่นโดยเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...