จับตา! นายกฯอังกฤษ ประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันนี้ หรือไม่
สื่ออังกฤษรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ อาจประกาศกำหนดเวลาลาออกจากตำแหน่ง เร็วที่สุดในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. นี้ ท่ามกลางแรงกดดันภายในพรรคแรงงานที่เพิ่มขึ้น หลังคู่แข่งสำคัญคว้าชัยเลือกตั้งและเปิดทางสู่การท้าชิงผู้นำ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันผู้นำอังกฤษยังมุ่งทำหน้าที่บริหารประเทศต่อ
สถานการณ์ทางการเมืองของสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อสื่อยักษ์ใหญ่หลายสำนัก ทั้ง เดอะ อ็อบเซิร์ฟเวอร์, เดอะ เทเลกราฟ และ บีบีซี รายงานตรงกันว่า นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากทั้งคณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคแรงงาน ที่ต้องการให้เขาประกาศลาออกและวางกำหนดเวลาในการลงจากตำแหน่งอย่างชัดเจน
สาเหตุสำคัญที่ทำให้อำนาจของสตาร์เมอร์สั่นคลอนอย่างรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เมื่อ นายแอนดี เบิร์นแฮม วัย 56 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์และคู่ปรับทางการเมืองคนสำคัญของเขา สามารถเอาชนะตัวแทนจากพรรคประชานิยมของนายไนเจล ฟาราจ ในการเลือกตั้งซ่อมที่เขตเมเกอร์ฟิลด์ และคว้าเก้าอี้ สส. ในสภาสามัญชนได้สำเร็จ
ซึ่งความสำเร็จนี้เปิดทางให้เบิร์นแฮมสามารถท้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรคและนายกรัฐมนตรีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
รายงานระบุว่า ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ได้เดินทางไปพักผ่อนที่บ้านพักประจำตำแหน่งในชนบท "เช็กเกอร์ส" ร่วมกับภริยา เพื่อทบทวนอนาคตทางการเมืองของตนเอง โดยแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลเปิดเผยกับเดอะ เทเลกราฟ ว่า สตาร์เมอร์เริ่มตระหนักแล้วว่า "เกมจบลงแล้ว" และกำลังพิจารณาว่าจะลงจากตำแหน่งอย่างไรเพื่อรักษาเกียรติยศและผลงานที่ผ่านมา
ปัจจุบัน นายแอนดี เบิร์นแฮม ได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส. ในพรรคแล้วเกือบ 300 คน ทำให้พันธมิตรของเขามองว่าการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยไม่ต้องมีการลงคะแนนแข่งขัน เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ตัวเต็งอีกคนอย่าง นายเวส สตรีตติง อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุข มีรายงานว่าเตรียมจะยอมถอยเพื่อหลีกทางให้เบิร์นแฮม แลกกับการรับตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์เดอะ ไทมส์ ยังรายงานว่า หากเบิร์นแฮมได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เขามีแผนที่จะปลด นางราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกจากตำแหน่งทันที เนื่องจากทีมที่ปรึกษามองว่าแนวทางการบริหารเศรษฐกิจของเธอไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้ามากพอ
อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งทำเนียบนายกรัฐมนตรีบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ยังคงออกมาปฏิเสธรายงานข่าวเหล่านี้ โดยยืนยันว่า สตาร์เมอร์ยังคงมุ่งมั่นกับการทำหน้าที่บริหารประเทศ และพร้อมจะต่อสู้กับทุกการท้าชิงอำนาจตามที่เคยลั่นวาจาไว้เมื่อวันศุกร์ รวมถึงมีกำหนดการลงพื้นที่และประกาศนโยบายภายในประเทศในต้นสัปดาห์หน้า
หากสตาร์เมอร์ต้องพ้นจากตำแหน่งจริง สหราชอาณาจักรจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีเป็นคนที่ 7 ในช่วงเวลาเพียงแค่หนึ่งทศวรรษเศษ ซึ่งถือเป็นอัตราการเปลี่ยนผู้นำที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 2 ศตวรรษ สะท้อนถึงความโกรธเคืองของประชาชนต่อความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ปัญหาบริการสาธารณะและผู้อพยพผิดกฎหมาย
#การเมืองอังกฤษ
#สตาร์เมอร์ลาออก