ปรับแนวเขตป่าทับลาน จับตา!สวมสิทธิ-คดีรุกป่า
ภายหลังการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 พิจารณาปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานและเสนอแนวทางการเพิกถอนพื้นที่บางส่วนของอุทยานแห่งชาติทับลานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ชาวบ้านในชุมชนดั้งเดิมและเกษตรกรในพื้นที่ทับซ้อนเขตอุทยานแห่งชาติทับลานคลายความกังวล เพราะจะได้มีสิทธิในที่ดินทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมายหลังจากที่มีประเด็นข้อพิพาทมายาวนานเกือบ 45 ปี นับตั้งแต่ประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 2524
แต่อีกมุมจากมติที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติดังกล่าว เกิดข้อวิตกกังวลขององค์กรพัฒนาเอกชนและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเรื่องการพิสูจน์สิทธิกลุ่มดั้งเดิม 5,200 ราย ให้เสร็จภายในเวลา 6 เดือน ความโปร่งใส และปัญหาการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน โอนสิทธิที่ดินในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาย้ำเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาไม่ใช่การเพิกถอนอุทยานแห่งชาติทับลานทั้งหมด แต่เป็นการปรับปรุงแนวเขตพื้นที่แก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชนและชุมชนดั้งเดิม รวมถึงพื้นที่สาธารณูปโภคบางส่วน ควบคู่กับการเตรียมประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติมเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ
ประเด็นร้อนแรงอุทยานแห่งชาติทับลานออกประกาศด่วน เรื่อง ห้ามมิให้ซื้อ ขาย หรือเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อแจ้งเตือนและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน หลังจากเกิดกระแสข่าวลือจนนำไปสู่การปั่นราคาและประกาศซื้อขายที่ดินในเขตอุทยานฯ เป็นจำนวนมาก ให้มีผลดำเนินการทันที ระบุมติหรือข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติยังไม่ได้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายหรือระเบียบที่กำหนด ให้มีผลเปลี่ยนแปลงแนวเขตของอุทยานแห่งชาติทับลานแต่อย่างใด พื้นที่ดังกล่าวยังคงเป็นอุทยานแห่งชาติ และอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามพระราชบัญญัติ อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
สำหรับการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานเป็นการดำเนินการตามมติครม.เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (One Map) จำแนกพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 พื้นที่ที่เสนอให้เพิกถอนออกจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ประกอบด้วย 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เนื้อที่ประมาณ 53,416 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ เนื่องจากประชาชนได้รับสิทธิตามกฎหมายแล้ว
กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2520 เนื้อที่ประมาณ 8,328 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. บริหารจัดการ กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2535 เนื้อที่ประมาณ 87,500 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ โดยพื้นที่ที่ยังไม่ได้ออกเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ให้พิจารณาเป็น ส.ป.ก. แปลงรวมตามแนวทาง คทช.
กลุ่มที่ 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง เนื้อที่ประมาณ 109,420 ไร่ คณะกรรมการเห็นควรให้คงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยใช้มาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อพิสูจน์สิทธิของประชาชนที่ครอบครองมาก่อนการประกาศอุทยานฯ ซึ่งมีการสำรวจไว้แล้วประมาณ 5,200 ราย จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน กลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ เนื้อที่ประมาณ 6,621 ไร่ เห็นควรเพิกถอนอุทยานแห่งชาติให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในราชการทหาร
ส่วนที่ 2 พื้นที่เตรียมการขยายเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื้อที่ประมาณ 86,966 ไร่ โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ สำรวจและพิจารณาความเหมาะสมในการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติเพิ่มเติมต่อไป
นายภานุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า มติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติล่าสุดซึ่งได้แยก 5 กลุ่มพื้นที่ ในการแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทางมูลนิธิสืบฯ เห็นด้วยในการแยกกลุ่มแทนการเหมารวมโดยใช้เส้นแนวสำรวจ ปี 2543 ตามมติครม. วันที่ 14 มีนาคม 2566 เพราะเรามีข้อกังวลผู้ที่อยู่อาศัยโดยไม่มีคุณสมบัติ รวมถึงกลุ่มนายทุนที่เข้าไปครอบครอง เปลี่ยนมือที่ดิน พัฒนาที่ดินไม่ใช้ลักษณะการเกษตร รวมถึงมีคดีบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มพื้นที่เหล่านี้ด้วย เราไม่ติดใจกลุ่ม 1 พื้นที่ทับซ้อนเขต ส.ป.ก. และกลุ่ม 3 โครงการความมั่นคง
แต่กังวลกลุ่มที่ 2 ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี ตนเรียกว่า “ พื้นที่ ส.ป.ก. บวม” ซึ่งมีแนวทางจะเพิกถอน เพื่อประกาศเขต ส.ป.ก. อยู่ระหว่างสำรวจและจัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติ บริเวณนี้พบการเปลี่ยนมือ การพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง รีสอร์ท เกิดเป็นคดีบุกรุกป่ากว่า 100 คดี ซึ่งรอคดีสิ้นสุด มีการขอให้ศาลชะลอพิจารณาตัดสิน รอฟังผลบอร์ดอุทยานฯ พิจารณาแนวทางออกมา ซึ่งจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ และไม่ควรได้รับสิทธิ์อย่างแท้จริงเห็นว่า การพิสูจน์สิทธิควรตั้งคณะกรรมการร่วมตรวจสอบประวัติการถือครองที่ดินในพื้นที่ที่เตรียมกันออกเป็นเขต ส.ป.ก.
ส่วนกลุ่มที่ 4 ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. ไม่ได้มีการเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ แต่ต้องพิสูจน์สิทธิของประชาชนที่ครอบครองมาก่อนการประกาศอุทยานฯ ภายใต้มาตรา 64 ซึ่งกรมอุทยานฯ จะเร่งทำให้เสร็จใน 6 เดือน อย่างไรก็ตาม พื้นที่กลุ่มนี้ พบแปลงคดีค่อนข้างเยอะ ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ
“ มองว่า 6 เดือน แค่สำรวจผู้ถือครองจะเสร็จสิ้นหรือเปล่า ตั้งแต่มีอยากให้กรมอุทยานฯ มีไทม์ไลน์ชัดเจนและเป้าหมายที่ชัดเจน ตั้งแต่มี พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 จนถึงวันนี้ มาตรา 64 เรื่องการแก้ไขปัญหาชุมชนยังไม่จบ ได้แค่สำรวจแนวเขตและผู้ถือครอง แต่โครงการแก้ปัญหาชุมชนในพื้นที่บริเวณนี้ การส่งเสริมอาชีพ ความเป็นอยู่ สาธารณูปโภค ยังไม่มี จะทำให้ชาวบ้านขาดความมั่นใจว่า จะอยู่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถพัฒนาพื้นที่ได้มากน้อยแค่ไหน แตกต่างจากพื้นที่เพิกถอนเป็นเขต ส.ป.ก. “ นายภานุเดช กล่าว
ข้อห่วงใยประการถัดมา ประธานมูลนิธิสืบฯ กล่าวว่า ส.ป.ก. หน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบพื้นที่เพิกถอน มีกระบวนการพิสูจน์สิทธิที่ถูกต้อง โปร่งใส ได้ผู้มีความเหมาะสมตามคุณสมบัติของพื้นที่ให้ได้รับสิทธิ์อย่างแท้จริง ไม่ใช่การสวมสิทธิ์แล้วสุดท้ายมีการเปลี่ยนมือ แปลงพื้นที่ ส.ป.ก. เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ล่าสุด อุทยานฯ ทับลานเพิ่งมีประกาศยังคงเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เพราะในพื้นที่ราคาที่ดินพุ่งสูง
“ ข้อกังวลยังมีเรื่องผลกระทบต่อสัตว์ป่า เนื่องจากพื้นที่ชุมชนอยู่อาศัย ซึ่งจะเพิกถอน เป็นที่ราบรอนคลื่น มีสัตว์ป่าเข้ามาใช้ประโยชน์ และอยู่อาศัย หลังเพิกถอนเขตอุทยานฯ จะมีการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างตามมา ควรจะมีมาตรการแก้ปัญหาและป้องกัน ไม่ให้เกิดความขดแย้งคน-สัตว์ป่าในอนาคต ส่งเสริมเกษตรที่เหมาะสม รวมถึงแนวรั้วเฝ้าระวังรวมถึงกระทบเส้นทางเชื่อมต่อสำหรับสัตว์ป่า หรือแนว Corridor ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ บริเวณอุทยานฯ ทับลานและอุทยานฯเขาใหญ่ เริ่มมีสัตว์ป่าเข้าใช้เส้นทาง ทั้งช้างป่า กระทิง รองลงมากวาง เก้ง ส่วนเสือโคร่งอยู่ห่างจากเส้นทางเชื่อมต่อ 2-3 กิโลเมตร ทับลานมีข้อมูลเสือโคร่ง 24 ตัว อาจกระทบระบบนิเวศ คุณค่าถิ่นที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าตามเกณฑ์มรดกโลกทางธรรมชาติอีกด้วย ต้องทำมาตรการให้ชัดเจน รายงานยูเนสโก แทนที่จะตั้งรับ โดนคณะกรรมการมรดกโลกตั้งคำถาม“ นายภานุเดช ย้ำ
ประเด็นสุดท้าย ประธานมูลนิธิสืบฯ กล่าวว่า แนวทางปรับปรุงเขตและเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานดังกล่าว อาจส่งผลให้พื้นที่อนุรักษ์ที่มีปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินสามารถใช้เป็นบรรทัดฐาน ขอให้มีการเพิกถอนพื้นที่ชุมชนในเขตอุทยานฯ ทั่วประเทศได้ โดยเฉพาะพื้นที่ปัญหาร้อนๆ อย่างอุทยานฯ สินีนาถ จ.ภูเก็ต อุทยานฯ หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง หรืออุทยานฯ ในพื้นที่ภาคเหนือ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตการชัดเจนในการแก้ปัญหาชุมชนในผืนป่า เพื่อให้ชาวบ้านอยู่กับป่าอย่างมั่นใจ ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาประกาศอุทยานทับพื้นที่
ส่วนพื้นที่เตรียมการขยายเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื้อที่ประมาณ 86,966 ไร่ โดยให้กรมอุทยานฯ จะ ร่วมกับกรมป่าไม้ สำรวจและพิจารณาความเหมาะสมในการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติเพิ่มเติมต่อไปนั้น ภานุเดช ตั้งข้อสังเกตว่า รมว.ทส. และอธิบดีกรมอุทยานฯ พยายามบอกเราได้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น แต่ในความจริง จากการตรวจสอบข้อมูลการจัดตั้งป่าชุมชนของกรมป่าไม้ และข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ พบว่า เป็นพื้นที่ราษฎรใช้ประโยชน์ก่อนแล้ว การจะดึงพื้นที่เข้ามาผนวกเขตอุทยานฯ จะทำให้อุทยานฯ รับปัญหาชาวบ้านอยู่ในเขตป่าเพิ่มขึ้น อีกทั้งพื้นที่ผูกพันตามกฎหมายของกรมป่าไม้ไม่สามารถถ่ายโอนให้กรมอุทยานฯ ได้อยู่แล้ว ฉะนั้น เมื่อตรวจสอบแล้วจริงๆ อาจไม่หลงเหลือสภาพพื้นที่ป่าคืนด้วยซ้ำ ไม่ได้ตามตัวเลขที่ตั้งไว้
ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติ ,อุทยานแห่งชาติทับลาน