ญี่ปุ่นเตรียมขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่า 5 เท่า ครั้งแรกในรอบ 48 ปี เริ่ม ก.ค.นี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ว่า นายโทชิมิตสึ โมเตงิ รมว.การต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศแบบครั้งเดียว จะเพิ่มจาก 3,000 เยน (ราว 610.75 บาท) เป็น 15,000 เยน (ราว 3,053.77 บาท) ส่วนค่าธรรมเนียมวีซ่าแบบเข้าออกได้หลายครั้ง จะเพิ่มจาก 6,000 เยน (ราว 1,221.51 บาท) เป็น 30,000 เยน (ราว 6,107.55 บาท)
การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2521 มีขึ้นเพื่อสะท้อนภาวะเงินเฟ้อและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นเชื่อว่า การขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบในทันทีต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ
ทั้งนี้ ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 และปัจจุบันอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี ประกอบกับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเยือนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเมื่อปีที่แล้ว ญี่ปุ่นต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นสถิติสูงสุดถึง 42.7 ล้านคน
นอกจากนี้ เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา วุฒิสภาญี่ปุ่นยังผ่านกฎหมายปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอื่นที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติด้วย
ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ ค่าธรรมเนียมการยื่นขอถิ่นพำนักถาวร จะมีเพดานสูงสุดเพิ่มเป็น 300,000 เยน (ราว 61,075.47 บาท) จากเดิม 10,000 เยน (ราว 2,035.85 บาท) หรือเพิ่มขึ้นถึง 30 เท่า
ส่วนค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนสถานะการพำนัก หรือการต่ออายุระยะเวลาพำนักในญี่ปุ่น จะเพิ่มเป็นสูงสุด 100,000 เยน (ราว 20,358.49 บาท) จากเดิม 10,000 เยน (ราว 2,035.85 บาท)
รัฐบาลญี่ปุ่นให้เหตุผลในเรื่องนี้ว่า ค่าธรรมเนียมด้านวีซ่าและการพำนักของญี่ปุ่นควรอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศสมาชิกในกลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ จี7.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES