โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีระเบิดราชประสงค์ ทนายยืนยันลูกความไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดอ่านคำพิพากษาคดีระเบิดบริเวณราชประสงค์ ขณะที่ทนายความของจำเลยยืนยันต่อสู้คดีมาตลอด โดยเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เชื่อมโยงลูกความกับเหตุการณ์

ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีเหตุระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก หลังกระบวนการพิจารณาคดีดำเนินมาเป็นเวลานานเกือบ 11 ปี

คดีดังกล่าว พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอาเด็ม คาราดัก และจำเลยที่เกี่ยวข้อง โดยตลอดการพิจารณาคดีมีการสืบพยานฝ่ายโจทก์มากกว่า 400 ปาก ฝ่ายจำเลยกว่า 45 ปาก และมีเอกสารในสำนวนรวมกว่า 10,000 หน้า

ก่อนการอ่านคำพิพากษา นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเด็ม คาราดัก ให้สัมภาษณ์ว่า ทีมทนายความต่อสู้คดีมาโดยตลอด และเห็นว่าพยานหลักฐานที่นำสืบในชั้นศาลไม่สามารถยืนยันได้ว่าลูกความมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

ทนายความระบุว่า หลักฐานด้านการเดินทางและภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นประเด็นสำคัญที่ฝ่ายจำเลยใช้ต่อสู้คดี โดยเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยเดินทางเข้ามาในประเทศไทยภายหลังเกิดเหตุ ขณะที่ลักษณะทางกายภาพของบุคคลที่ปรากฏในภาพซึ่งถูกกล่าวถึงในสำนวนคดี ก็มีความแตกต่างจากลูกความของตน

นอกจากนี้ นายชูชาติยังกล่าวอ้างว่า จำเลยไม่เคยให้การรับสารภาพต่อข้อกล่าวหา และยืนยันว่าการลงลายมือชื่อในเอกสารบางฉบับเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่จำเลยไม่ได้สมัครใจ

สำหรับประเด็นการตรวจพบวัตถุต้องสงสัยภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านหนองจอก ทนายความระบุว่า ลูกความพักอาศัยอยู่คนละห้องกับจุดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบวัตถุดังกล่าว และเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเชื่อมโยงไปถึงการครอบครองหรือการมีส่วนเกี่ยวข้อง

นายชูชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การทำหน้าที่ทนายความในคดีลักษณะนี้เป็นการดำเนินการตามหลักสิทธิในการต่อสู้คดีของผู้ถูกกล่าวหา โดยเชื่อว่าทุกคนควรได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม และพร้อมรับฟังคำพิพากษาของศาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...