โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลากคำถาม TH-AI Passport จากผู้เชี่ยวชาญ AI คุ้ม-ไม่คุ้ม/ คนไทยจะได้อะไร

Thai PBS

อัพเดต 21 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่าจะดำเนิน โครงการ TH-AI Passport ที่มีมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท กลับมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และการแสดงความเห็นจากคนในแวดวงเทคโนโลยี นักการเมืองและสังคม จำนวนมาก ว่าโครงการนี้จะใช้งบประมาณได้คุ้มค่า และโปร่งใสจริงหรือไม่ ?

สรุปมุมมองต่อเหตุการณ์ TH-AI Passport

ไทยพีบีเอสออนไลน์ ประมวลมานำเสนอดังนี้ เริ่มเผยแพร่แผนจัดซื้อ-จัดจ้าง(TOR) ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย.2568 เพื่อประชาพิจารณ์ในวันที่ 15-22 ธ.ค.2568 ใช้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายผ่านระบบ e-bidding

28 พ.ค.2569 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของโครงการ TH-AI Passport

วันที่ 28 พ.ค.2569 นายภาวุธ โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/p/17vpJLxUan/

วันที่ 2 มิ.ย.2569 สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) ได้ออกมาเสนอขอเสนอแนวทางเพื่อให้โครงการ TH-AI Passport เกิดประโยชน์สูงสุด https://www.facebook.com/share/p/1GRk2EbNHw/

วันที่ 8 มิ.ย.2569 ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ ความพยายามสร้างความชอบธรรมให้โครงการเดินหน้าต่อ https://www.facebook.com/share/p/1D16GT6zTp/

วันที่ 9 มิ.ย.2569 ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ กรณีปลัดดีอีแจงว่ายกเลิกสัญญาไม่ได้ https://www.facebook.com/share/v/1DXvQnsNQr/

วันนี้ (10 มิ.ย.2569) รศ.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบัน ไอเอ็มซี โพสต์ สาเหตุที่บุคลากรในแวดวงไอทีจำนวนมากออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อโครงการ ไม่ได้เป็นเพราะเหตุผลทางการเมือง https://www.facebook.com/share/p/1JJMXjXdPt/

วันที่ 11 มิ.ย.2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเปิดเวที TH-AI Passport Forum ระดมรับฟัง-แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โครงการ TH-AI Passport https://www.facebook.com/share/p/1WhKaqLzTM/

โครงการ TH-AI Passport คืออะไร

โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยมีวงเงิน 1,621 ล้านบาท เพื่อจัดหาเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำนวน 12 โมเดล ให้ประชาชน 5 ล้านคนเข้าถึงการใช้งาน AI ระดับโปรเป็นเวลา 1 ปี ผ่านแพลตฟอร์มกลางที่รวบรวมบริการ AI หลายรายไว้ในระบบเดียว

กระทรวงดีอีระบุว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยเผยแพร่แผนจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. 2568 เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างขอบเขตงาน (TOR) ระหว่างวันที่ 15-22 ธ.ค. 2568 และดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ e-bidding

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวถูกตั้งคำถามจากทั้งนักการเมือง ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และภาคเอกชน ถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส และรูปแบบการดำเนินโครงการ

โดยประเด็นนี้เกิดเป็นกระแสวิพากวิจารณ์ที่ผ่านมา หลังจาก เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport พร้อมยังกล่าวถึง TOR ของโครงการฯ ว่า เข้าข่ายล็อกสเปก

โดยกำหนดว่า ต้องมีการประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขา ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มทุนเพียงรายเดียวที่ถือครองสิทธิจอในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งคือผู้ชนะประมูล อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับหลายโครงการของพรรคการเมือง

"สิ่งที่เราตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มบริษัทเหล่านี้จะมีความเชื่อมโยงกับทุนขาประจำ ที่ได้รับในงานกระทรวง ที่พรรคท่านบริหารมาโดยตลอดหรือไม่ ดังนั้นโครงการ TH-AI Passport คือโครงการที่มีความผิดปกติและมีความบังเอิญเต็มไปหมด TOR ผิดปกติ ความแปลกประหลาดและความไม่เหมาะสมหลายๆ ประการ การเร่งจบภายใน 30 กว่าวัน คนที่ชะนะโครงการคือโครงข่ายกินรวบที่เป็นหน้าเดิม ๆ และเกี่ยวข้องกับพรรคท่านมาโดยตลอด คำถามคือ ท่านรู้มาก่อนหรือไม่ และปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในกระทรวงของท่านได้อย่างไร" นายภาวุธ กล่าว

วันเดียวกัน นายภาวุธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/p/17vpJLxUan/ หลังได้ตั้งกระทู้ถามสดในสภา กับทาง รมว.กระทรวง DE โครงการ TH-AI Passport

คำถามแรก ทำไมต้อง 5 ล้านคน ?

นายภาวุธชี้ สดช. (สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ชี้แจงในกรรมาธิการว่า วิธีคิดคือ กองทุนมีเงินเหลือ 1,500-1,600 ล้าน หารด้วยราคา AI หัวละ 300 บาท ก็ได้ 5 ล้านคนพอดี ฟังแล้วตกใจ ว่าตัวเลข 5 ล้านคน ไม่ได้มาจากความต้องการของประชาชน

ส่วนด้านรัฐมนตรีตอบว่า มาจากการศึกษา AI Adoption Rate ของโลก ต้องการดันไทยขึ้นไปแข่งกับเวียดนาม แต่ที่น่าสังเกตคือรัฐมนตรีดีอีกล่าวว่า "ผมไม่ทราบว่าหน่วยงานไปชี้แจงยังไง" นั้นย้อนแย้งกับที่ สดช.แจงก่อนหน้า

"แปลว่ารัฐมนตรีกับ สดช. ให้เหตุผลคนละชุดกัน คนหนึ่งบอกคิดจากเงินที่เหลือ อีกคนบอกคิดจากตัวเลขโลก แล้วใครพูดความจริงครับ?" นายภาวุธกล่าว

คำถามที่ 2 ทำไมโครงการนี้ประกาศและเปิดให้ยื่น ภายในแค่ 34 วัน? ซึ่งเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์กองทุน DE

นายภาวุธตั้งข้อสังเกตต่อโครงการวงเงิน 1,600 ล้านบาท ตั้งคำถามถึงระยะเวลาการเปิดรับข้อเสนอที่ใช้เวลาเพียง 34 วัน หลังประกาศโครงการในช่วงปลายเดือน ธ.ค. โดยระบุว่า โครงการขนาดใหญ่ในลักษณะนี้โดยทั่วไปมักใช้เวลาเตรียมการและยื่นข้อเสนอ 3-6 เดือน

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกต 4 ประเด็น ได้แก่ บริษัทที่เข้ามาจัดทำราคากลางกลับเป็นผู้ชนะการประมูล และชนะด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคากลางเพียง 1.5% ข้อกำหนดใน TOR ที่ระบุให้มีการโฆษณาผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขา ซึ่งมีผู้ถือสิทธิ์รายใหญ่เพียงรายเดียวในประเทศไทยและอยู่ในกิจการร่วมค้าที่ชนะประมูล บริษัทที่จัดทำราคากลาง เป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยจัดทำราคากลาง ในโครงการด้าน Big Data และคลังหน่วยกิตของกระทรวง อว. และกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงกลุ่มบริษัทเดียวกันยังได้รับงานโครงการ MotoGP ที่ จ.บุรีรัมย์

ด้านรัฐมนตรีชี้แจงว่า กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาดำเนินการ 5 เดือน มีการรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมาย และ TOR มีความยาว 33 หน้า โดยส่วนที่เกี่ยวข้องกับสื่อมีเพียง 2 หน้า

อย่างไรก็ตามระยะเวลา 5 เดือนดังกล่าว เป็นการนับกระบวนการภายใน ขณะที่ภาคเอกชนรับทราบข้อมูลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันประกาศโครงการ ซึ่งเหลือเวลาเตรียมเอกสารเพียง 34 วัน และมองว่าอาจเป็นระยะเวลาที่ไม่เพียงพอสำหรับการจัดทำข้อเสนอของโครงการขนาดใหญ่

นอกจากนี้ยังระบุว่า ประเด็นทางกฎหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าของ TOR แต่ขึ้นอยู่กับเนื้อหาว่ามีเงื่อนไขที่อาจเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งหรือไม่ โดยเห็นว่าส่วนที่เกี่ยวข้องกับสื่อโฆษณาใน TOR มีลักษณะที่เข้าข่ายการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะเจาะจง

คำถามที่ 3 คุ้มค่าจริงหรือ?

นายภาวุธแสดงความเห็นว่า หากต้องการให้ประชาชน 5 ล้านคนเข้าถึงการใช้งาน AI อาจไม่จำเป็นต้องจัดซื้อบัญชีผู้ใช้งานแยกสำหรับแต่ละคน แต่สามารถจัดซื้อโทเคน เพื่อแบ่งปันการใช้งานร่วมกันได้ ซึ่งมองว่า น่าจะใช้งบประมาณในระดับหลักร้อยล้านบาท ไม่ใช่กว่า 1,500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงการจัดซื้อผ่านบริษัทตัวกลาง โดยยกตัวอย่างกรณีของสิงคโปร์ที่มีการทำข้อตกลงโดยตรงกับ OpenAI และได้รับการลงทุนจัดตั้งห้องปฏิบัติการภายในประเทศ

ด้านรัฐมนตรีชี้แจงว่า การจัดซื้อโดยตรงไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากข้อกำหนดของบริษัทผู้ให้บริการกฎหมายของไทย อีกทั้งหากจัดซื้อโดยตรงอาจทำให้ข้อมูลถูกส่งออกไปประมวลผลนอกประเทศ

อย่างไรก็ตาม นายภาวุธตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า หน่วยงานภาครัฐไทยเคยจัดซื้อบริการจากผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่โดยตรงมาแล้ว เช่น Microsoft Azure และ AWS จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดโครงการนี้จึงไม่สามารถดำเนินการในลักษณะเดียวกันได้

นายภาวุธทิ้งท้าย เรียกร้องให้ "ระงับการเปิดลงทะเบียนโครงการนี้" ที่กำลังจะเปิดเดือนหน้าไว้ก่อน และส่งให้ สตง. และ ป.ป.ช. เข้าตรวจสอบกระบวนการประมูลและผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งหมดให้ชัดเจนก่อน

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ยืนยันว่า กระบวนการดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย มีการรับฟังความคิดเห็นตามขั้นตอน และไม่สามารถจัดซื้อบริการบางประเภทโดยตรงได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎหมายและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

สมาคม AI ไทย เสนอแนวทางปรับปรุงโครงการ

วันที่ 2 มิ.ย. 2569 สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) เสนอแนวทางพัฒนาโครงการ TH-AI Passport ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/p/1GRk2EbNHw/ เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและสร้างประโยชน์ต่อระบบนิเวศ AI ของไทย ทั้งในด้านความคุ้มค่าของงบประมาณและการพัฒนาระบบนิเวศ AI ของประเทศไทย

โดยเสนอให้มีการวางกลยุทธ์การใช้แพลตฟอร์มเพื่อลดต้นทุน Token ผ่านการจัดสรรสิทธิ์การใช้งานโมเดล AI ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน และเปิดให้นักพัฒนาเข้าถึง Token ขั้นสูงผ่านระบบ API เพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมและลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ทอัพ

นอกจากนี้ ยังเสนอให้สนับสนุนโมเดล LLM ที่พัฒนาโดยคนไทย เช่น ThaiLLM ให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกของแพลตฟอร์ม พร้อมสร้างกลไกส่งต่อข้อมูลและผลการใช้งานกลับสู่ภาควิจัยและผู้พัฒนาไทย ภายใต้กรอบการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม เพื่อยกระดับขีดความสามารถของโมเดลไทย และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เสนอให้ลงทุนเพิ่มจำนวน AI Server ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักวิจัยและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผลได้ในต้นทุนต่ำ รวมถึงวางบทบาทของ TH-AI Passport ให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้ใช้งานกับผลิตภัณฑ์ AI ของไทย และเป็นพื้นที่เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีไทยไปใช้งานจริงในวงกว้าง อีกทั้งยังเสนอให้มีระบบรายงานการใช้ Token ของโมเดลแต่ละค่ายอย่างโปร่งใส เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนจัดสรรทรัพยากร การคัดเลือกโมเดล และการประเมินความคุ้มค่าของงบประมาณในอนาคต

อีกแนวทางหนึ่ง คือ การจัดสรรงบประมาณบางส่วนเพื่อจัดซื้อ Credit หรือสิทธิ์การใช้งานจาก AI Startup ของไทย และมอบให้ประชาชนรวมถึงผู้ประกอบการ SMEs ได้ทดลองใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนรายได้และการสร้างฐานผู้ใช้งานให้แก่ผู้ประกอบการ AI ภายในประเทศ

ส่วนข้อเสนอด้านธรรมาภิบาล ระบุว่าควรมีกลไกกำกับดูแลและตรวจสอบ AI Governance ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและกฎหมายไทย โดยครอบคลุมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ความน่าเชื่อถือของโมเดล ความโปร่งใสในการจัดสรรสิทธิ์และการใช้จ่ายงบประมาณ ตลอดจนการป้องกันการใช้ AI ในทางที่ไม่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้งานและทำให้โครงการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้

รักชนก ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม

วันที่ 8 มิ.ย. 2569 รักชนก ศรีนอก โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,600 ล้านบาท ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) https://www.facebook.com/share/p/1D16GT6zTp/

รักชนกระบุว่า มีการสร้างความพยายามความชอบธรรมให้โครงการเดินหน้าต่อ พร้อมยก 4 ประเด็นที่เห็นว่าน่าตั้งข้อสังเกต ได้แก่ กรณี ดร.ธารินี วรินทรากุล ออกมาแสดงความเห็นสนับสนุนโครงการ โดยรักชนกได้ตั้งคำถามถึงตัวตน ประวัติการทำงาน และผลงานทางวิชาการของบุคคลดังกล่าว

ประเด็นที่สอง คือคำชี้แจงของปลัดกระทรวงดีอี เกี่ยวกับการนำข้อมูลไปใช้พัฒนา ThaiLLM โดยตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ให้บริการ AI ระดับโลกหลายราย มีข้อกำหนดไม่ให้นำข้อมูลผู้ใช้งานไปใช้ฝึกโมเดล และในเอกสาร TOR ยังระบุให้ทำลายข้อมูลเมื่อสิ้นสุดโครงการ จึงมองว่ามีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการใช้ข้อมูล

ประเด็นที่สาม คือผลสำรวจความคิดเห็นของซูเปอร์โพลที่ระบุว่า ประชาชนร้อยละ 63.7 สนับสนุนโครงการ TH-AI Passport โดยตั้งคำถามถึงวิธีการสำรวจและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการจัดทำผลสำรวจดังกล่าว

ส่วนประเด็นสุดท้าย คือเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการที่กระทรวงดีอีเตรียมจัดขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย. 2569 โดยมองว่าควรมีการติดตามและตรวจสอบเนื้อหาการหารือ รวมถึงบทบาทของผู้เข้าร่วมจากภาคธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีอิทธิพลทางความคิดอย่างใกล้ชิด

ต่อมาในวันที่ 9 มิ.ย.2569 รักชนกโพสต์ถึงกรณีที่ปลัดกระทรวงดีอีชี้แจงว่า ไม่สามารถแก้ไขสัญญาโครงการได้ https://www.facebook.com/share/v/1DXvQnsNQr/ โดยระบุว่า แม้จะไม่สามารถแก้ไขสัญญาได้ แต่ยังสามารถยกเลิกสัญญาได้ตามที่ระบุไว้ใน TOR หน้า 31 ข้อ 15 ซึ่งกำหนดว่าสำนักงานฯ อาจยกเลิกการจัดจ้างได้ หากการดำเนินโครงการต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสำนักงานฯ หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

ทั้งนี้ น.ส.รักชนกเห็นว่า หากไม่สามารถแก้ไขสัญญาได้ ควรพิจารณายกเลิกสัญญาและยุติโครงการดังกล่าว เนื่องจากมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

ผู้เชี่ยวชาญไอทีชี้ ประเด็นอยู่ที่ความคุ้มค่า ไม่ใช่แค่การเมือง

ขณะที่ ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที โพสต์บนเฟซบุ๊ก วันนี้ (10 มิ.ย.2569) แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ระบุว่า สาเหตุที่บุคลากรในแวดวงไอทีจำนวนมาก ออกมาแสดงความ “ไม่เห็นด้วยต่อโครงการ” ไม่ได้เป็นเพราะเหตุผลทางการเมือง แต่เป็นการพิจารณาจากข้อเท็จจริงและมุมมองทางเทคนิคที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ได้

ดร.ธนชาติระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญ นักพัฒนา และผู้ใช้งาน AI เป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์ตรงกับเทคโนโลยี จึงสามารถประเมินได้ว่าโครงการมีความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือไม่ พร้อมมองว่าหากภาครัฐสามารถจัดหาเครื่องมือ AI ระดับคุณภาพสูงให้ประชาชนใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ก็จะได้รับการตอบรับจากผู้ใช้งานจำนวนมาก เนื่องจากปัจจุบันผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับบริการ AI ระดับ Plus หรือ Pro

อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าเครื่องมือ AI ที่นำเสนอภายใต้โครงการดังกล่าวยังไม่สามารถทดแทนบริการ AI เชิงพาณิชย์ที่ผู้ใช้งานจำนวนมากเลือกใช้ในปัจจุบันได้ โดยระบุว่าประสิทธิภาพอาจไม่แตกต่างจากบริการฟรีที่มีอยู่ในตลาดมากนัก จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ใช้งานและคนทำงานด้านเทคโนโลยียังคงยินดีจ่ายค่าบริการ AI ระดับพรีเมียมต่อไป

ทั้งนี้ ธนชาติทิ้งท้ายว่า หากมีบริการ AI ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและมีคุณภาพเพียงพอต่อการใช้งานจริง ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็คงเลือกใช้บริการดังกล่าวแทนการจ่ายค่าบริการรายเดือนด้วยตนเอง

เตรียมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น

อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย. 2569 ) กระทรวงดีอีเตรียมจัดเวที "TH-AI Passport Forum" เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ ท่ามกลางข้อถกเถียงที่ยังดำเนินอยู่ทั้งในแวดวงเทคโนโลยี ภาคการเมือง และสังคมออนไลน์

รายงานโดย : น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน นักศึกษาฝึกงาน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านข่าว :

TH-AI Passport คืออะไร กางไทม์ไลน์จัดซื้อจัดจ้างวงเงินกว่า 1.6 พันล้าน

ตั้งข้อสังเกต TH-AI Passport ใช้งบ 1.6 พันล้าน จัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส ?

กมธ.ปปง.เชิญ 3 หน่วยงาน แจงโครงการ TH-AI Passport 4 มิ.ย.นี้

“รังสิมันต์” รับสอบโครงการ TH-AI Passport

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ครม.ไฟเขียวเพิ่มงบ 99.3 ล้าน สร้างตึกต้านแผ่นดินไหว อาคารผู้ป่วย รพ.ฮอด เชียงใหม่

22 นาทีที่แล้ว

ย้อนวีรกรรม ทหารไทยพลีชีพ ท่องรอยจารึก "ปราสาทตาควาย-เนิน 350"

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไอที อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...