คนไทยกังวล กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังรัฐบาลลดค่าครองชีพ ราคาสินค้า
สวนดุสิตโพล เปิดผลโพล ความคาดหวังของประชาชนต่อการทำงานของ "รัฐบาลอนุทิน" กังวลภาระหนี้สาธารณะ กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังเร่งลดค่าครองชีพ ค่าพลังงานราคาสินค้ามากที่สุด
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ความคาดหวังของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลอนุทิน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,143 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 12-15 พ.ค. 2569
ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างอยากให้รัฐบาลอนุทินเร่งดำเนินการเรื่องลดค่าครองชีพ ค่าพลังงานราคาสินค้ามากที่สุด 77.97% รองลงมาคือ แก้ปัญหาหนี้สินประชาชน 63.78% และมองว่าเศรษฐกิจไทยในอีก 3เดือนข้างหน้า (มิ.ย.-ส.ค.) อาจจะแย่ลง 46.89% ส่วน 32.81% คิดว่าเหมือนเดิม
สำหรับเรื่องที่กังวลมากที่สุด ณ วันนี้ คือ ภาระหนี้สาธารณะ การกู้เงิน 4 แสนล้านบาท 44.44% เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อการทำงานของรัฐบาลอนุทิน พบว่า 33.16% ไม่ค่อยคาดหวัง ขณะที่ 31.06% ค่อนข้างคาดหวัง
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่าปัญหาเศรษฐกิจยังเป็นโจทย์ใหญ่ของทุกรัฐบาลที่ประชาชนอยากให้เร่งดำเนินการ แม้รัฐบาลอนุทินเตรียมกู้เงิน 4 แสนล้านบาทมาเพื่อแก้ปัญหา แต่สิ่งที่ประชาชนกังวล ณ วันนี้ คือภาระหนี้สาธารณะรวมถึงความคุ้มค่าและผลกระทบระยะยาวจึงอาจเป็นเหตุผลให้ประชาชนมองว่าเศรษฐกิจหลังจากนี้อาจจะแย่ลงและยังรอดูว่าจะคาดหวังกับผลงานรัฐบาลได้มากน้อยเพียงใด
ดร.งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลโพลสะท้อนชัดว่าความชอบธรรมของรัฐบาลยุคปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงเสียงข้างมากในสภาอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และ ความน่าเชื่อถือในการบริหารประเทศ มากกว่า
ประชาชนจำนวนมากไม่ได้ปฏิเสธรัฐบาลทันที หากแต่อยู่ในภาวะรอดูผลงาน เพราะสังคมไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา เผชิญการเมืองที่เต็มไปด้วยคำสัญญา แต่มักไม่สามารถเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่ประชาชนรู้สึกได้จริง
เมื่อประชาชนกังวลทั้งค่าครองชีพ หนี้สินส่วนบุคคลและภาระหนี้สาธารณะ จึงสะท้อนว่าความกดดันที่รัฐบาลกำลังเผชิญไม่ใช่เพียงปัญหาเศรษฐกิจเชิงตัวเลข แต่คือวิกฤตความเชื่อมั่น ว่ารัฐยังมีศักยภาพเพียงพอในการบริหารประเทศหรือไม่
ในอีกมิติหนึ่ง ผลโพลยังสะท้อนว่าประชาชนเริ่มให้ความสำคัญกับ คุณภาพของการบริหาร มากกว่าความนิยมทางการเมือง เพราะต่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในสภา แต่หากไม่สามารถสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทางสังคมได้ก็อาจเผชิญแรงกดดันสะสมในระยะยาว ความรู้สึกไม่ค่อยคาดหวัง อาจค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความไม่ไว้วางใจและพัฒนาไปสู่แรงกดดันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นต่อรัฐบาลและต่อระบบการเมืองโดยรวมในระยะต่อไปได้เช่นกัน
านข่าวเพิ่มเติม
- ‘นายกฯ อนุทิน’ ลงพื้นที่เพชรบูรณ์ ติดตามมรดกโลกศรีเทพ เปิดงานฮักบั้งไฟพุเตย
- ‘อนุทิน’ ยิ้มหวานหลังคุย ‘เจ้าสัว’ บอกหูชาเลย! คนระดับนี้ไม่ได้มาคุยเล่น ๆ
- ‘อนุทิน’ โชว์ลูกคอเพลง ‘ขอพบในฝัน’ เปิดโครงการ ‘เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย’
ติดตามเราได้ที่