โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สุริยะ” สั่งบริหารน้ำเชิงรุก รับมือเอลนีโญปี 2569–2570

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ลงพื้นที่จันทบุรี–ระยอง ติดตามสถานการณ์น้ำ EEC พร้อมสั่งทุกหน่วยงานเดินหน้าบริหารน้ำเชิงรุก รับมือฝนน้อยและเอลนีโญต่อเนื่องปี 2569–2570 วาง 5 มาตรการดูแลเกษตร ประชาชน และภาคอุตสาหกรรม

“สุริยะ” ลงพื้นที่ EEC ติดตามน้ำ สั่งทุกหน่วยงานรับมือฝนน้อย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งโครงการคลองระบายน้ำภักดีรำไพอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี และอ่างเก็บน้ำประแสร์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำและเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนของสภาพอากาศในช่วงปี 2569–2570

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงผู้บริหารหน่วยงานด้านน้ำเข้าร่วมรับฟังสถานการณ์ในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

นายสุริยะ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะมีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติในบางช่วง ตั้งแต่กลางปี 2569 ต่อเนื่องไปถึงปี 2570 จากอิทธิพลของสภาพอากาศแปรปรวนและปรากฏการณ์เอลนีโญ

จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินมาตรการ “บริหารน้ำเชิงรุก” ครอบคลุมทั้งการเก็บกักน้ำ การจัดสรรน้ำ และการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของภาคเกษตร ประชาชน และภาคอุตสาหกรรม

EEC เร่งสูบผันน้ำเชื่อมอ่างเก็บน้ำ รองรับภาคอุตสาหกรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า พื้นที่ EEC ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ จำเป็นต้องมีความมั่นคงด้านน้ำควบคู่กับพลังงานและระบบโลจิสติกส์

จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานด้านน้ำเร่งดำเนินการสูบผันน้ำเชื่อมโยงระหว่างคลองและอ่างเก็บน้ำ เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อความต้องการในพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิต

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามข้อมูลฝนและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรได้ทันที หากเกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงหรือภัยแล้ง

กำชับป้องกันพื้นที่สำคัญ หากเกิดน้ำท่วม

นายสุริยะ กล่าวว่า หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วม ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันดูแลพื้นที่สำคัญ ทั้งโรงพยาบาล วัด โบราณสถาน และพื้นที่เศรษฐกิจของชุมชน เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ขณะเดียวกัน หากเกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงหรือขาดแคลนน้ำ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานจัดเตรียมรถบรรทุกน้ำและเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือประชาชนทันที

รัฐบาลวาง 5 มาตรการบริหารน้ำระยะยาว

นายสุริยะ ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้มองสถานการณ์ครั้งนี้เป็นวิกฤต แต่เลือกใช้แนวทาง “เตรียมพร้อมล่วงหน้า” เพื่อบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ผ่าน 5 มาตรการสำคัญ ได้แก่

1. เร่งเก็บกักน้ำต้นทุน

เพิ่มปริมาณน้ำสำรองในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำชุมชน และระบบกระจายน้ำขนาดกลาง–ขนาดเล็ก เพื่อรองรับช่วงฝนทิ้งช่วงและฤดูแล้ง

2. จัดสรรน้ำตามลำดับความสำคัญ

บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำ พลังงาน อุตสาหกรรม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อบริหารน้ำตามสภาพพื้นที่จริง

3. สนับสนุนการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลักดันระบบชลประทานแม่นยำ การวิเคราะห์ดิน การวางแผนเพาะปลูก และเทคโนโลยี climate-smart agriculture เพื่อลดการใช้น้ำโดยไม่จำเป็น

4. ติดตามและพยากรณ์สถานการณ์ล่วงหน้า

ติดตามข้อมูลน้ำและผลผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนเกษตรกรและผู้ประกอบการล่วงหน้า ลดความเสียหายและลดความผันผวนของตลาด

5. เพิ่มผลิตภาพการใช้น้ำ

ผลักดันแนวคิด water productivity หรือการเพิ่มมูลค่าจากน้ำหนึ่งหน่วย ให้สามารถสร้างผลผลิต รายได้ และมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น

ชี้น้ำคือโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจไทย

นายสุริยะ กล่าวว่า น้ำไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนการผลิตภาคเกษตร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ที่ต้องมีความมั่นคงด้านน้ำควบคู่กับการลงทุนอุตสาหกรรมและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับแนวคิดจากการแก้ปัญหาภัยแล้งเฉพาะหน้า ไปสู่การบริหารจัดการน้ำเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อรองรับทั้งความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ และการลงทุนระยะยาวของประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์และระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ประเทศไทยจะสามารถรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศได้ และเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นโอกาสในการยกระดับภาคเกษตรและเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...