โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลกล่องดำ รถไฟชนรถเมล์ ออกแล้ว คนขับใช้ emergency brake หยุดรถ ก่อนปะทะ 100 เมตร

Khaosod

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผลกล่องดำ รถไฟชนรถเมล์ ออกแล้ว คนขับใช้ emergency brake หยุดรถ ก่อนปะทะ 100 เมตร

ผลกล่องดำ รถไฟชนรถเมล์ ออกแล้ว เผยคนขับใช้ emergency brake หยุดรถ ก่อนปะทะ 100 เมตร แต่หยุดช้าเกินไปจนเกิดเหตุการณ์ เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดรถได้ทัน เนื่องจากต้องใช้ระยะถึง 2 กม.ในการเบรก

กรณี เกิดเหตุ รถไฟตู้สินค้าชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา

วันที่ 17 พ.ค.2569 ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า ผลการตรวจกล่องดำของหัวรถจักร รถไฟขบวนเกิดเหตุ พบว่า

''รถไฟวิ่งเข้ามาปะทะรถเมล์ ด้วยความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหยุดรถด้วยการใช้ emergency brake ก่อนจุดปะทะประมาณ 100 เมตร เท่ากับว่า คนขับเริ่มเหยียบเบรกตั้งแต่ 100 เมตรก่อนหน้านั้น และต้องหาทุกวิถีทางเพื่อหยุดรถ หรือขยับตัวรถไม่ได้ แต่หยุดช้าเกินไปจนเกิดเหตุการณ์ขึ้น''

ดร.พิเชฐ ยืนยันว่า ระบบอาณัติสัญญาณไม่ผิดปกติ ไม่บกพร่องยังทำงานได้อยู่ เพียงแต่ไม้กั้น ไม่สามารถลงกั้นการจราจรได้ และคนขับรถไฟควรจะหยุด แต่หยุดช้าเกินไป

อย่างไรก็ตามการหยุดขบวนรถไฟ โดยเฉพาะขบวนที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีน้ำหนักนับพันตัน การหยุดรถที่มีโมเมนตัมหรือมีน้ำหนักจำนวนมาก ต้องใช้ระยะทางประมาณเกือบ 2 กิโลเมตรในการเบรก ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดรถได้ทันในระยะเพียง 100 เมตร

ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำพนักงานขับรถไฟ ซึ่งปัจจุบันทางกรมการขนส่งทางราง ได้ระงับการให้ใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟคนนี้แล้ว

ที่มา : สำนักข่าวไทย

ข่าว รถไฟชนรถเมล์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผลกล่องดำ รถไฟชนรถเมล์ ออกแล้ว คนขับใช้ emergency brake หยุดรถ ก่อนปะทะ 100 เมตร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...