โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” หนีสงครามรัสเซีย-คูเครน กลับไทยปลอดภัย รับเจอ”ฮุน มาเนต” ย้ำจุดยืนไทย

INN News

อัพเดต 20 มิถุนายน 2569 เวลา 0.48 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยา และคณะ ได้เดินทางถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย หลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ พร้อมได้หารือทวิภาคีกับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด เมื่อกองทัพยูเครนเปิดฉากโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี พุ่งเป้าโจมตีกรุงมอสโก ส่งผลให้เกิดเหตุเพลิงไหม้หลายพื้นที่ และกระทบต่อระบบคมนาคมของรัสเซียอย่างหนัก ทำให้กำหนดการเดินทางกลับของคณะนายกรัฐมนตรี ต้องเร่งเร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิมถึง 1 ชั่วโมง และเมื่อถึงไทย นายเยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ยังได้มารอเข้าพบนายกรัฐมนตรีไทย ที่คาดว่า เพื่อรายงานสถานการณ์ล่าสุดในกรุงมอสโก ภายหลังการโจมตีครั้งใหญ่ของยูเครน

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้มีการเปิดเผยว่า ระหว่างอยู่ในรัสเซีย ทางการรัสเซียได้แจ้งเตือนผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนให้เพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยไม่จำเป็น เนื่องจากมีความเสี่ยงจากการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น

แม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบ แต่รัฐบาลไทยได้ติดตามความปลอดภัยของคนไทยในรัสเซียอย่างใกล้ชิด โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าคนไทยในรัสเซียยังปลอดภัย และได้กำชับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ให้เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือในทุกกรณีฉุกเฉิน พร้อมทั้งได้หารือกับเอกอัครราชทูตไทย ซึ่งมีความพร้อมในการดูแลคนไทยอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ในขณะด้านความมั่นคงของไทย โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐบาล และกองทัพ ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และต้องมีความพร้อมตลอดเวลา

สิ่งที่น่าสนใจ คือ ระหว่างการประชุมอาเซียน-รัสเซีย นายอนุทิน มีโอกาสพบกับ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และได้ใช้โอกาสดังกล่าวพูดคุยกันสั้น ๆ ในลักษณะไม่เป็นทางการ หรืออย่างที่เจ้าตัวเปรียบเปรยว่า "เหมือนดึงข้อศอกมาคุยกัน" ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจมารยาททางการทูต และไม่มีประเด็นใดที่เหนือความคาดหมาย

โดยนายกรัฐมนตรี ได้มีการยืนยันจุดยืนของประเทศไทย ทั้งในเรื่องการใช้กลไกตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ตลอดจนแนวทางการเจรจาในกรอบทวิภาคีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) พร้อมระบุชัดเจนว่า หากกระบวนการตาม UNCLOS เดินเข้าสู่แนวทาง “การประนีประนอมภาคบังคับ” ประเทศไทยอาจจำเป็นต้องชะลอการเจรจาในกรอบอื่นไว้ก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางที่รัฐบาลได้กำหนดเอาไว้

ขณะที่ในมุมของกัมพูชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายฮุน มาเนต ยืนยันเช่นกันว่า ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งเกิดขึ้น เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนทั้งสองประเทศ

แม้ต่างฝ่ายต่างไม่ต้องการเผชิญหน้า แต่ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยไทยเสนอให้ใช้การพูดคุยในกรอบที่มีอยู่ ขณะที่กัมพูชาเลือกใช้แนวทางประนีประนอมภาคบังคับ ซึ่งไทยก็ได้จัดเตรียมทีมผู้แทนไว้แล้ว และพร้อมพิจารณาผลที่ออกมาตามความเหมาะสม

ส่วนประเด็นการเปิดด่านชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนทั้งสองประเทศให้ความสนใจ นายกรัฐมนตรีถึงกับหัวเราะ ก่อนกล่าวติดตลกว่า ไม่คิดจะหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพูด เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อความรู้สึกของคนไทย พร้อมกล่าวว่า “ไม่เอา”

อย่างไรก็ดี หากมองในเรื่องของภารกิจการเดินทางเยือนรัสเซียครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความมั่นคงระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องมีความพร้อมตลอดเวลา เพราะไทยเองได้เห็นภาพของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริงในอีกซีกโลกหนึ่ง ขณะที่ในภูมิภาคของเราเอง ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องบริหารอย่างระมัดระวัง เพราะบทเรียนจากหลายพื้นที่ทั่วโลก ที่ยังมีความเปราะบาง และไฟพร้อมปะทุเกิดได้ทุกเมื่อ..

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...