โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 มิถุนายน 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 มิถุนายน 2569

>> จ.สุราษฎร์ธานี รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ ลูกชาย 9 ขวบซ้อนท้ายบาดเจ็บ ส่วนพ่อคนขับขี่เสียชีวิตที่ รพ.

07.28 น. รับแจ้งมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ว่ามีอุบัติเหตุ รถกระบะ ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าซอยวัดโพธิ์ 31 ซอย 7 ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า รีโว่ สีขาว ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี จอดอยู่ในสภาพข้างหน้ารถฝั่งขวา มีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอนแม็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี ล้มคว่ำสภาพหน้ารถพังเสียหาย

ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยเป็นผู้ชายไทย 1 ราย อายุประมาณ 30 35 ปี อาการสาหัสไม่รู้สึกตัว ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ และนำส่ง รพ.สุราษฎร์ธานี และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีกรายเป็น เด็กผู้ชาย อายุประมาณ 9 ขวบ อาการถลอกตามร่างกายรู้สึกตัวดี อาสากู้ภัยช่วยเหลือปฐมพยาบาลและนำส่ง รพ.สุราษฎร์ธานี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี

>> คนร้ายลอบวางระเบิด! หน้าโรงเรียน ในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา บาดเจ็บ 3 คน

08.35 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ยะลา ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยครูและโรงเรียน บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านปูลัย หมู่ 6 ตำบลบาลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา แรงระเบิดส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่เร่งเข้าควบคุมพื้นที่ ปิดกั้นจุดเกิดเหตุ และนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเช้าที่นักเรียนและครูกำลังเดินทางเข้าโรงเรียน สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาที่ตกเป็นเป้าหมายทางอ้อมจากการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ขณะนี้หน่วยงานความมั่นคงอยู่ระหว่างตรวจสอบจุดเกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

>> รถบรรทุกน้ำแข็งถอยทับคุณยายวัย 82 ปี เสียชีวิตหน้าบ้าน ที่อำเภอพิมาย โคราช
09.03 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยฮุก 31พิมาย เกิดเหตุรถบรรทุกส่งน้ำแข็ง ถอยชนทับคน และมีผู้เสียชีวิต บนถนนภายในหมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.หนองระเวียง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
ที่เกิดเหตุ พบรถ 6 ล้อส่งน้ำแข็ง ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน นครราชสีมา จอดอยู่บนถนน บริเวณท้ายรถ พบร่างของ คุณยาย วัย 82 ปี นอนเสียชีวิตในสภาพศพถูกรถทับบริเวณลำตัวและศีรษะ

ด้านคนขับรถ เผยว่า ขับรถมาส่งน้ำแข็งในซอยดังกล่าวเป็นประจำ และเคยเห็นคุณยายเดินเล่นอยู่ในละแวกนี้ทุกวัน แต่ขณะกำลังถอยรถออกจากซอย ไม่ทันสังเกตว่าคุณยายยืนอยู่ท้ายรถ จึงเกิดเหตุสลดขึ้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมเตือนผู้ขับขี่รถบรรทุกและรถตู้ทึบ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษขณะถอยรถในชุมชน

>> สานต่อผลสำเร็จ นายกฯ หารือ ปธน.เวียดนาม ต่อยอดวิสัยทัศน์ “จับมือและเติบโตไปด้วยกัน”

11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเวียดนาม ณ ทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนาม เพื่อสานต่อความร่วมมือและติดตามผลการหารือระหว่างกัน ภายหลังการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ ปธน.เวียดนามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำความสำเร็จของการเยือนและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของผู้นำทั้งสองประเทศ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านไทย–เวียดนาม ทั้งการผลักดันยุทธศาสตร์ Three Connects และเป้าหมายการค้าระหว่างกันที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวและการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย และการดูแลและส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในเวียดนาม

นอกจากนี้ ไทยพร้อมสนับสนุนนกกระเรียนจำนวน 12 ตัวให้แก่เวียดนามภายในปีนี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ ความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วม “จับมือและเติบโตไปด้วยกัน” อย่างเป็นรูปธรรม

>> รมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่ชลบุรี แถลงผลจับกุมโกดังบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ยึดของกลางกว่า 99,000 ชิ้น

11.00 น. พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี แถลงผลการจับกุมเครือข่ายผลิตและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายรายใหญ่

พลตำรวจโท รุทธพล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ สามารถตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้กว่า 99,000 ชิ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยบรรทุกบุหรี่ไฟฟ้าประมาณ 8,000 ชิ้น จึงขยายผลไปยังโกดังแห่งหนึ่งในตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง และเข้าตรวจค้น พบเป็นสถานที่ผลิตและประกอบบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายเอ (นามสมมุติ) และแรงงานสัญชาติเมียนมา 2 ราย

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าสำเร็จรูป ไส้บุหรี่ไฟฟ้า บารากุไฟฟ้า เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด รวมของกลางกว่า 99,000 ชิ้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ แหล่งผลิต แหล่งนำเข้า และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไป

>> สืบนครบาล รวบหนุ่มวัย 33 ปี อ้างตัวเป็นทหาร ข่มขู่พนักงานปั๊มน้ำมัน

11.22 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาล ร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และ สน.คันนายาว จับกุม ชายไทย อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามข้อหาแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ และข่มขู่ผู้อื่นให้เกิดความตกใจกลัว หลังปรากฏคลิปเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ขณะขี่รถจักรยานยนต์เข้าใช้บริการภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ก่อนพูดจาข่มขู่พนักงาน พร้อมแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร โดยมีถ้อยคำลักษณะคุกคามและเรียกขอดูบัตรประชาชน

ภายหลังเจ้าหน้าที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบตัวผู้ก่อเหตุ และเข้าตรวจสอบจนพบว่าเป็นนายพิชิตจริง โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นบุคคลตามที่ปรากฏในคลิป พร้อมยินยอมให้ตรวจค้นบ้านพัก ซึ่งพบหมวกกันน็อกที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุเป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ทลายโรงงานเถื่อนผลิตหมูยอ - ลูกชิ้น ส่งขายทั่วประเทศ ยึดของกลางกว่า 7 ล้านบาท

12.20 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) สนธิกำลังร่วมกับกรมปศุสัตว์, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี นำหมายค้นเข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เถื่อน ในพื้นที่ ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบว่าลักลอบผลิตลูกชิ้นและหมูยอโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคในวงกว้าง

จากการตรวจค้นพบ นายอรรถพล แสดงตนเป็นเจ้าของกิจการ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปผิดกฎหมายรวมกว่า 20 ยี่ห้อ อาทิ ซึ่งแยกเป็นสินค้าไม่มีเลข อย. สินค้าที่ใช้เลข อย. ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว และสินค้าที่สวมเลข อย. ปลอม รวมกว่า 10,416 ถุง พร้อมวัตถุดิบเนื้อสัตว์ 800 กิโลกรัม และเครื่องจักรการผลิต รวมมูลค่าของกลางกว่า 7 ล้านบาท . ตรวจสอบพบว่าโรงงานดังกล่าวเคยมีใบอนุญาต แต่หมดอายุไปตั้งแต่ปลายปี 2568 และไม่มีการยื่นต่ออายุ อีกทั้งสภาพโรงงานยังตกเกณฑ์มาตรฐานด้านความสะอาดและสุขอนามัยอย่างรุนแรง โดยเจ้าของโรงงานสารภาพว่าเปิดดำเนินกิจการมานานกว่า 10 ปี ปัจจุบันมีกำลังการผลิตสูงถึงเดือนละ 30 ตัน ส่งขายกระจายไปยังตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ สร้างรายได้หมุนเวียนเฉลี่ยสูงถึงเดือนละ 3 ล้านบาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในข้อหาตั้งโรงงานผลิตอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต, ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอม และแสดงฉลากไม่ถูกต้อง พร้อมกันนี้ได้ส่งตัวอย่างอาหารไปยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อตรวจหาจุลินทรีย์ก่อโรคและสารเคมีต้องห้ามจำพวกบอแรกซ์และสารกันบูด หากตรวจพบสารอันตรายเพิ่มเติม จะถูกแจ้งข้อหาผลิตอาหารไม่บริสุทธิ์ ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับตาม พ.ร.บ. อาหาร ทันที

>> หนุ่ม สปป.ลาว ถูกลิฟต์ กดทับจมน้ำดับปริศนา ภายในอาคารร้าง ย่านพัทยา

12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสลดกลางเมืองพัทยา เมื่อหนุ่มสัญชาติลาวถูกลิฟต์ภายในอาคารร้าง กดทับจนเสียชีวิตจมอยู่ใต้น้ำที่ขังภายในช่องลิฟต์ ที่อาคารร้าง สูง 6 ชั้น บริเวณถนนเพนียดช้าง หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารร้างที่สร้างติดกันหลายหลัง สูง 6 ชั้น สภาพทรุดโทรม ภายในตัวอาคารบริเวณชั้น 1 พบช่องลิฟต์ที่มองลงไปด้านล่างพบว่า ลิฟต์ได้ตกลงมาอยู่ชั้นล่างสุด และบริเวณใต้ลิฟต์พบร่างชายชาวลาวสัญชาติลาว ผู้เสียชีวิตในลักษณะถูกตัวลิฟต์กดทับจมอยู่ในน้ำที่ขังอยู่ใต้ช่องลิฟต์ สันนิษฐานว่าเกิดจากสลิงลิฟต์ขาด ทำให้ตัวลิฟต์ตกกระแทกลงมาทับร่างของผู้ตาย ส่งผลให้ผู้ตายเสียชีวิตทันที

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า มีคนเดินมาแจ้งว่ามีคนถูกลิฟต์ตกใส่ภายในอาคารร้างดังกล่าว จึงรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่เมื่อมาถึงก็พบว่าผู้เสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายอาจจะเป็นกลุ่มคนเร่ร่อนที่อาศัยอยู่ภายในอาคารร้างแห่งนี้ และได้เข้ามาทำกิจกรรมภายในอาคารจนเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน

เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกู้ร่างของผู้เสียชีวิตส่ง รพ.พัทยาปัทมคุณ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จะเร่งดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป

>> “รองสงกรานต์” นำทีมสืบจังหวัดโคราช กองสืบภาค 3 บุกทลายแก๊งลักตัดสายไฟเสาสัญญาณมือถือ เสียหายกว่า 10 ล้าน

13.20 น. พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รองผู้กำกับการสืบสวนภูธร จว. นครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.ท.สงกรานต์ เตชะณรงค์ รอง ผกก.สส.ภ.จว. นครราชสีมา และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายผู้ต้องหาลักตัดสายไฟจากเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

จุดแรกเข้าตรวจค้นบ้านพักเอื้ออาทรแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา พบตัว ชาย ชาวจ.ศรีสะเกษ ภายในบ้านพบเศษสายไฟจำนวนมาก รวมทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้สำหรับตัดสายไฟ ยาบ้า 5 เม็ด อุปกรณ์การเสพยาเสพติด จึงยึดไว้เป็นหลักฐานและควบคุมตัวดำเนินคดี

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้ตระเวนลักตัดสายไฟจากเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือของเครือข่ายทรูมูฟ เอช ในหลายพื้นที่ โดยก่อเหตุต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 จนถึงปัจจุบัน รวมแล้วกว่า 70 ครั้ง ส่งผลกระทบต่อระบบสื่อสารและสร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท

หลังการตรวจค้นบ้านพัก เจ้าหน้าที่ขยายผลเข้าตรวจค้นร้านรับซื้อของเก่าแห่งหนึ่งริมถนนมิตรภาพ ในพื้นที่ ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน หลังพบหลักฐานเส้นทางการเงินและการโอนเงินเชื่อมโยงกับผู้ก่อเหตุอย่างชัดเจน พบว่าร้านดังกล่าวรับซื้อทองแดงที่ถูกปอกจากสายไฟ ก่อนส่งจำหน่ายต่อไปยังพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องตามหมายจับมาสอบสวนเพิ่มเติม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมเสนอศาลออกหมายจับผู้ประกอบการหรือบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดฐานรับของโจร

>> " ทนายอนันต์ชัย-กองทัพธรรม" บุกร้อง บก.ปปป. บี้สอบวัดดังเมืองเลยบุกรุกป่า 754 ไร่ ฝ่าฝืนคำพิพากษาศาลฎีกา

14.22 น. ทนายอนันต์ชัย ไชยเดชพร้อมทีมงานกองทัพธรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อขอให้ตรวจสอบวัดชื่อดัง ในพื้นที่จังหวัดเลย กรณีบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติและป่า ส.ป.ก. รวมกว่า 754 ไร่ โดยสร้างสิ่งปลูกสร้างกว่า 1,300 หลัง ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ถึงที่สุดแล้วตั้งแต่ปี 2560 พร้อมจี้ให้ตรวจสอบอดีตเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ที่แอบออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อนที่ดินพิพาทในปี 2561 ชี้เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และบ่อนทำลายอำนาจตุลาการ ทั้งนี้ แม้ ส.ป.ก. และศาลจังหวัดเลยจะมีคำสั่งเพิกถอนและยกคำร้องของทางวัดไปแล้วในปี 2569 แต่ปัจจุบันก็ยังไม่สามารถบังคับคดีให้ออกจากพื้นที่ได้

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า บก.ปปป. ได้บูรณาการร่วมกับกรมป่าไม้ กรมบังคับคดี และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อวางแผนนำผู้อยู่อาศัยออกจากพื้นที่อย่างรอบคอบ ป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง เนื่องจากในวัดมีบุคคลพำนักอยู่นับพันคน โดยเฉพาะพระสงฆ์ชาวเวียดนามที่ใช้ช่องว่างทางกฎหมายขอวีซ่าเข้ามาในฐานะผู้ศึกษาธรรม นอกจากนี้ยังส่งสัญญาณเตือนไปยังเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนว่า หากพบการออกเอกสารสิทธิ์ ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารใดๆ โดยมิชอบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้วัดแห่งนี้ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น

>> กรมควบคุมมลพิษ แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย จากฝนตกหนักต่อเนื่อง

15.11 น. นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า หลายพื้นที่ของประเทศมีความเสี่ยงเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก อาจก่อให้เกิดปัญหาขยะมูลฝอยและน้ำชะขยะไหลออกนอกพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำ สิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยของประชาชนในพื้นที่โดยรอบสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย โดยเฉพาะสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้แจ้งเตือนเฝ้าระวังสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ซึ่งเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมบริหารจัดการสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ประเมินแนวโน้มสถานการณ์น้ำ ติดตามข้อมูลสภาพอากาศ และปริมาณฝนต่อเนื่อง รวมถึง วางแผนการเก็บขนขยะมูลฝอยในช่วงเกิดอุทกภัย เพื่อป้องกันปัญหาขยะตกค้างและผลกระทบต่อประชาชน

ทั้งนี้ คพ. ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและจัดทำแผนรองรับสถานการณ์อุทกภัยล่วงหน้า คือ ดำเนินการตรวจสอบและเสริมแนวคันดินหรือแนวกระสอบทราย เพื่อป้องกันน้ำไหลหลากเข้าสู่พื้นที่สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและลดความเสี่ยงการพัดพาของขยะมูลฝอยออกสู่ภายนอก, ดำเนินการตรวจสอบระบบรวบรวมและระบบบำบัดน้ำเสีย รวมทั้ง ระบบสูบน้ำเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และป้องกันน้ำเสียไหลออกนอกพื้นที่หรือปะปนกับน้ำท่วมขังในชุมชนและแหล่งน้ำสาธารณะ, จัดเตรียมพื้นที่รองรับขยะมูลฝอยจากเหตุอุทกภัยชั่วคราว และวางแผนจัดการขยะมูลฝอยที่เพิ่มสูงขึ้นภายหลังเกิดอุทกภัย เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดปัญหาขยะตกค้าง, ติดตามและเฝ้าระวังการรั่วไหลของน้ำชะขยะมูลฝอย และการปนเปื้อนของสารอันตรายหรือสารมลพิษ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศ สุขอนามัย และความปลอดภัยของประชาชน

>> รวบโจรกระชากสร้อยอาม่า โวยลั่นยังบริสุทธิ์ ตรวจฉี่เจอสีม่วง ตะโกนไล่นักข่าวไปทำข่าวอื่น

16.00 น. จากกรณีคนร้ายก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอสีแดงดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ที่จอดไว้ในโรงพยาบาลศิริราช จากนั้นคนร้ายได้ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ไปก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ของ น.ส.ศุภลักษณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี และไปกระชากสร้อยคอนากของนางสาวยุพา (สงวนนามสกุล) หรือยายเช็ง อายุ 75 ปี ขณะกำลังยืนรอใส่บาตร อยู่ที่หน้าบ้านของตัวเอง ทำให้ล้มหัวฟาดพื้นต้องเย็บ 5 เข็ม โดยทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในวันที่ 7 มิ.ย.69

คืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.อ.สิริภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ พร้อมด้วยชุดสืบสวนจังหวัดนนทบุรี ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง และชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ ได้ร่วมกับจับกุมตัวผู้ต้องหาชาย 1 ราย อายุ 51 ปี ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ซอยสวนผัก แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีแดงดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ที่ขโมยมาใช้ก่อเหตุ

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้ต้องหาว่าใช้อาวุธอะไรถึงทำให้ยายเช็งหัวแตก ผู้ต้องหากล่าวปฏิเสธด้วยน้ำเสียงดุดันว่า ไม่รู้อะไรทั้งนั้น ตนเองไม่ได้ทำอะไรใครเลย ส่วนเรื่องสร้อยคอก็ไม่รู้เรื่อง และไม่มีอะไรจะพูด ไม่ต้องมาถาม ตนเองยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ต้องรอให้ขึ้นศาลและให้ศาลตัดสินก่อน คุณจะมาถามอะไรแบบนี้ไม่ได้ ส่วนเรื่องสร้อยคอคุณจะมาถามอะไร ผมก็อยู่บ้านผม ถามอะไรเลอะเทอะไปหมด ไม่มีข่าวจะออกแล้วหรือไง นักข่าวกลับไปเถอะ พูดอะไรเลอะเทอะ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าไปเอารถจักรยานยนต์เอามาจากไหนเพราะเจ้าของรถแจ้งความรถหายไว้ แต่ผู้ต้องหารายนี้ไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด

พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด พนักงานสอบสวนจึงดำเนินคดีข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดก่อน แล้วจะดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องกระชากสร้อย โดยผู้เสียหายมายืนยันชี้ตัวเรียบร้อยแล้ว ทางตำรวจมีพยานหลักฐานเพียงพอ และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบเคยก่อคดีมาแล้ว 3 คดี

>> ตร.เตรียมออกหมายจับครูวัย 43 แชตหวานนักเรียนหญิง 14 ล่าสุด สหวิชาชีพเข้าพูดคุยได้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม

17.28 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้า กรณีโลกออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่ภาพแชตหลุด ระหว่างครูชายอายุ 43 ปี โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ที่แชตข้อความเชิงชู้สาวกับนักเรียนหญิงวัย 14 ปี กระทั่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอ่างทอง (สพป.อ่างทอง) ได้เร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ป่าโมก พร้อมตำรวจ และ เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและมนุษย์ หรือ พม.อ่างทอง ลงพื้นที่โรงเรียนที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ได้พูดคุยสอบถามเรื่องราวกับทางเด็กนักเรียนหญิงวัย 14 ปี ที่มีแชตหลุดดังกล่าว เบื้องต้นได้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม โดยทางเจ้าหน้าที่ได้พาเด็กไปตรวจร่างกายที่ รพ.ป่าโมก

ขณะที่ ทางผู้ปกครองเด็กหญิงวัย 14 ปี ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ป่าโมก ทางตำรวจได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับครูรายดังกล่าว ในข้อหา "พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาฯ เพื่อกระทำอนาจาร และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี" ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดก่อนสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

>> คอมมานโด ล็อกตัวคาสถานีกลางฯ หนุ่มบัญชีม้าแก๊งตุ๋นกดออเดอร์ แอบอ้างห้างดัง

19.04 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) , เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโด (บก.ปพ.) นำกำลังเข้าจับกุม ชายไทย อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ข้อหาฉ้อโกงประชาชนและเปิดบัญชีม้า โดยรวบตัวได้บริเวณหน้าสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ ขณะผู้ต้องหากำลังเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

สืบเนื่องจาก พบพฤติการณ์ของแก๊งมิจฉาชีพ ที่สร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมแอบอ้างชื่อห้างสรรพสินค้า ชวนทำงานพาร์ทไทม์ออนไลน์ “ภารกิจคอนเฟิร์มออเดอร์” โดยใช้หน้าม้าโปรยรีวิวสลิปปลอมกระตุ้นให้เหยื่อโอนเงินสำรองซื้อสินค้าเพื่อรับกำไร ช่วงแรกยอมจ่ายผลตอบแทนก้อนเล็กเพื่อสร้างความไว้ใจ ก่อนจะหลอกให้โอนเงินก้อนใหญ่รวมกว่า 64,560 บาท แล้วบล็อกช่องทางติดต่อหนีหายไป

จากการสอบสวน ชายไทยคนดังกล่าว ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าอดีตตนเป็นพ่อค้าผักในตลาดสี่มุมเมือง และได้เปิดบัญชีธนาคารพร้อมสแกนใบหน้าให้แรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา 2 คนที่สนิทกันยืมไปใช้ ก่อนที่กลุ่มดังกล่าวจะหอบบัญชีหนีกลับประเทศ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบมีคดีค้างเก่าในลักษณะบัญชีม้าติดตัวอีกหลายคดี

เบื้องต้น จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

>> เพลิงไหม้หัวรถลาก รถบรรทุก 10 ล้อ ใกล้เคียงซอยรามอินทรา 87

19.18 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ใกล้เคียงซอยรามอินทรา 87 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ (10 ล้อ) หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้ยางรถบรรทุกด้านหลังซ้าย ลุกลามไฟเลี้ยวด้านหน้า และไฟเลี้ยวด้านหลัง อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน

>> นายกฯ แถลงผลทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ยึดสารตั้งต้นผลิตยาบ้าได้ 1,100 ล้านเม็ด หลังร่วมมือเกาหลีใต้ บูรณาการทุกหน่วยงานขยายผลเชื่อมโยงธุรกรรม

20.15 น. ณ โกดังเก็บสารเคมี จ.สมุทรปราการ (โกดังที่ 20) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่ายนายฐปนันท์ หรือ “หนูเฉิน” และเครือข่ายจีนเทา

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยสำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (National Intelligence Service - NIS) ได้ขยายผลทางการข่าว และมีการส่งตัวนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ คือ นายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ หนูเฉิน ให้กับทางการไทยหลังหนีออกจากไทยไป 14 ปี ก่อนที่สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคี ทั้งตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะขยายพบเครือข่ายที่เชื่อมโยงไปยังธุรกรรมต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงทั้งในไทยและต่างประเทศ และหนึ่งในธุรกรรมนั้นคือการลักลอบซื้อ - ขาย และส่งสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ เพื่อนำไปใช้ในโรงงานผลิตยาเสพติดในพื้นที่ผลิตสามเหลี่ยมทองคำ

โดยปฏิบัติการในวันนี้ มีการปฏิบัติการทั้งสิ้น 3 บริษัท ในพื้นที่ 4 จังหวัด (กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ระยอง และนนทบุรี) ทั้งหมด 10 จุดปฏิบัติการ นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทเหล่านี้ มีความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มจีนเทาที่กระทำผิดในไทย ที่ลักลอบนำสารเคมีไปใช้การผลิตเอโทมิเดต (วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2) ซึ่งนำไปผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และได้มีการจับกุมไปแล้ว จำนวน 4 ครั้ง

การปฏิบัติการครั้งนี้ จึงเป็นการผนึกกำลังกันอีกครั้ง เพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องและตัดตอนการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ไม่ให้เข้าสู่ประเทศไทย โดยสามารถตรวจยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติดได้จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ อาเซโตน 9,105 กก. (อุตสาหกรรมพลาสติก) กรดไฮโดรคลอริก 225 กก. (อุตสาหกรรมโลหะ การฟอกขาวผลิตปุ๋ยทำความสะอาด ยา และสารอินทรีย์) กรดอะซิติก 10,170 กิโลกรัม (ใช้สำหรับอุตสาหกรรมย้อมผ้า ฟอกหนัง) กรดซัลฟิวริก 4,500 กิโลกรัม (สารใช้ล้างคราบไขมัน หรือชุบผิวโลหะ) และ ไดออกทิล ทาเลต 26,000 กิโลกรัม จำนวนรวม 50 ตัน โดยสารเคมีดังกล่าวหากส่งไปถึงโรงงานผลิตยาเสพติด จะสามารถนำไปผลิตยาบ้าได้ปริมาณ 1,100 ล้านเม็ด เท่ากับปริมาณการตรวจยึดยาบ้าได้ทั้งปี หรือผลิตไอซ์ได้ 21 ตัน

"รัฐบาลยืนยันการเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดและสารตั้งต้นที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด ทั้งภายในประเทศและการลักลอบส่งข้ามแดน โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในทุกมิติ พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เชื่อมั่นว่าทุกหน่วยงานตระหนักถึงภัยอันตรายที่เกิดขึ้น และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่" นายกรัฐมนตรี กล่าว

>> เพลิงไหม้รถยนต์ ภายในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. ใกล้เคียงเจเจมอลล์ พื้นที่เขตจตุจักร

01.47 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (แท๊กซี่) ชนิดเก๋ง สีชมพู หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินและแก๊ส เป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้ภายในห้องเครื่อง รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพหลโยธิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...