โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิ่งที่ประเทศไทยต้องการ

ไทยโพสต์

อัพเดต 45 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เสียงสะท้อนของประชาชนต้องรับฟัง!

เนี่ย..นายกรัฐมนตรี คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ได้แค่พูด แต่ได้ทำให้เห็นมาหลายเรื่อง-หลายกรณี อย่างล่าสุดนี้..

ก็ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังทบทวนและยกเลิกการใช้มาตรการ “ลดหย่อนภาษีค่าอุปการะบิดามารดา” เป็นเกณฑ์คัดกรองหรือตัดสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ..

ภายหลังมีเสียงค้าน-เสียงวิจารณ์จากสังคมอื้ออึง-หนวกหู!

และคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็อย่างไว..รีบสั่งทบทวนปมตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทันควัน!

ซึ่งก็ไม่ทันได้เห็นครอบครัว (ของใครไม่รู้) ต้องแตกแยก พ่อแม่ลูกทะเลาะกัน แต่ที่เห็นจะ “อกแตกตุย” ก็นักวิชาการหนวด “พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต” ที่โพสต์..

“นายอนุทินสั่งให้นายเอกนิติไปออกเกณฑ์บัตรคนจนใหม่ แบบเอาให้ละเอียดยิบถี่ยิบเพื่อกรองคนจนให้เหลือเพียงกลุ่มที่พวกเขาคิดว่า “จนจริง” เท่านั้น ที่จะได้บัตร

นัยคือ ใครไม่จนติดดินจริงๆ หรือไม่ยากไร้จนแทบไม่มีอะไรกินก็จะไม่ได้บัตรคนจน

เอกนิติเลยไปคิดเกนฑ์เกือบโหล และมีข้อหนึ่งที่เขียนประมาณว่า ลูกคนใดที่เอาชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี พ่อแม่จะถูกยกเลิกบัตรคนจน

และหากพ่อแม่ไม่ต้องการถูกยกเลิกบัตร ต้องไปอุทธรณ์ว่าลูกไม่ได้ส่งเงินมาให้จริง แต่เรื่องอาจบานปลาย เพราะลูกจะถูกเรียกภาษีย้อนหลัง

ผลคือ เกิดการทะเลาะกันภายในครอบครัว ลูกกับพ่อแม่ ทำให้หลายครอบครัวแตกสลาย

คำสั่งนายอนุทิน และการทำตามสั่งโดยคิดไม่รอบคอบของนายเอกนิติ สร้างความหายนะให้กับระบบครอบครัวไทย หรืออนุทินจะแก้ตัวว่าไม่ได้สั่ง นายเอกนิติทำเองโดยพลการ

คนเลยวิจารณ์กันทั้งเมืองต่อความไม่เอาไหนของการคิดและการทำงานของรัฐบาล นายอนุทินจึงคิดกลับลำ วันนี้เลยมีข่าวออกมาว่า เขาจะสั่งให้นายเอกนิติยกเลิกเกณฑ์นี้

คำถามคือ แตกแยกของครอบครัวที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นความเสียหายที่ทำลายทุนทางสังคมของประเทศไทยอย่างมหาศาล

ใครจะรับผิดชอบ และรับผิดชอบอย่างไร ระหว่าง นายอนุทิน กับ นายเอกนิติ”

เพราะเมื่อคุณอนุทินสั่งเบรก และคุณเอกนิติไม่รั้น-ไม่ดื้อ “ยอมจอด” ไม่ (ฝืน) ไปต่อ การออกเกณฑ์บัตรคนจนก็จบลงแค่นี้..

จึงไม่มีครอบครัวไหนแตกแยก ให้พิชายได้ (สะใจ) นำมาโจมตีรัฐบาล!

อย่างไรก็ตาม มีคนฝากถามพิชายว่า แล้วทีกลุ่มคน-พรรคการเมืองบางพรรคปลุกปั่นเด็ก-เยาวชนให้มีทัศนคติเกี่ยวกับสถาบันครอบครัวก็ดี

การให้ยกเลิกใช้คำว่าพี่น้องลุงป้าน้าอา ก็ดี หรือ “พ่อแม่ไม่ได้มีบุญคุณกับลูก” ก็ดี ทำไมไม่เห็นเดือดร้อนและตั้งคำถามเลยว่า..

คนที่พูด-กลุ่มที่ปลุกปั่นจะรับผิดชอบและรับผิดชอบอย่างไร?

ทั้งๆ ที่ก็ประจักษ์และรับรู้อยู่กับใจว่า..หลายครอบครัวได้เกิดความแตกแยก เป็นความเสียหายที่ทำลายทุนทางสังคมของประเทศไทยอย่างมหาศาลอยู่ ณ ขณะนี้!

หรือคนที่พูด-กลุ่มที่ปั่น ก็เป็นฝ่ายเดียวกัน มีทัศนคติตรงกันกับพิชาย อย่างนั้นก็พอจะเข้าใจได้ แต่ก็อยากให้หยิบ-ฉกเอาเฉพาะประเด็นแรงๆ-หนักๆ มาวิพากษ์วิจารณ์จะดีกว่า..

ต้องเอาอย่าง “สมศักดิ์ เจียม” ที่แหลมคม ชนตรงๆ ไม่อ้อมค้อม มันถึงจะได้ใจ-สะใจคนคอเดียวกัน!

เออ..แล้วนั่นก็ “แหลมคม” พูดตรง-ไม่อ้อมค้อม ผมหมายถึง รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและคณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

ที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “เมื่อทุกฝ่ายอยากชนะ รัฐธรรมนูญจึงกลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่กติกากลาง” ก่อนจะทิ้งท้ายว่า..

“รัฐธรรมนูญจึงมักกลายเป็นสนามต่อสู้ทางการเมืองมากกว่าจะเป็นพื้นที่สร้างความเห็นพ้องร่วมกัน ทุกครั้งที่ดุลอำนาจเปลี่ยน ผู้ชนะอยากแก้ ผู้แพ้อยากรื้อ

จนท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญถูกทำให้เป็นแพะรับบาปของทุกปัญหา ทั้งที่รากของปัญหาอาจอยู่ที่ความไม่ไว้วางใจ ความหวาดระแวง และการไม่ยอมรับความชอบธรรมของฝ่ายที่คิดต่าง

บางทีสิ่งที่ประเทศไทยต้องการอาจไม่ใช่เพียงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่คือ “ฉันทามติทางการเมืองฉบับใหม่” ที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันว่า

แม้จะคิดต่าง แข่งขันกัน หรือสลับกันเป็นรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่ก็ยังอยู่ร่วมกันได้ภายใต้กติกาเดียวกัน

หากทำสิ่งนี้ไม่ได้ ต่อให้แก้รัฐธรรมนูญอีกกี่ครั้ง วงจรความขัดแย้งเดิมก็อาจย้อนกลับมาอีกเช่นเคย”

ครับ..ในฐานะ “คนคอเดียวกัน” ผมน่ะเห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์..แก้ให้ตาย ถ้าส้มไม่ได้เป็นรัฐบาล ประเทศไทยก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย..

หรือพิชาย..ว่าพรือ?.

สันต์ สะตอแมน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...