เอพี เผยตลาดแนวราบไตรมาส 2 ฟื้นตัว ชูยอดพรีเซล 7 โครงการใหม่ทะลุ 2,300 ล้านบาท
สัญญาณบวกอสังหาริมทรัพย์แนวราบเริ่มชัดเจน หลังยอดขายรอบ VIP แข็งแกร่ง สะท้อนกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภค “เอพี ”เปิดแผนรุกตลาด เดินหน้าเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมตามกำหนดการ ดึงกลยุทธ์จับมือสถาบันการเงินบริหารจัดการสินเชื่อเชิงรุก ช่วยขับเคลื่อนการตัดสินใจซื้อในสภาวะตลาดปัจจุบัน
9 มิถุนายน 2569 บมจ.เอพี ไทยแลนด์ เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยระบุว่าเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในเชิงบวกที่ชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากผลการดำเนินงานล่าสุดในการเปิดตัวโครงการใหม่พร้อมกันจำนวน 7 โครงการ ทั้งในรูปแบบรอบ VIP และรอบพรีเซล ซึ่งสามารถสร้างยอดขายรวมได้มากกว่า 2,300 ล้านบาท
[caption id="attachment_249162" align="aligncenter" width="1000"]
นายเมธา รักธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าแนวราบ บมจ. เอพี ไทยแลนด์[/caption]
นายเมธา รักธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าแนวราบ บมจ. เอพี ไทยแลนด์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดและทิศทางของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันไว้ว่า
“ในไตรมาส 2 ภาพรวมตลาดอสังหาฯ แนวราบได้ส่งสัญญาณฟื้นตัวเชิงบวกที่ชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากปรากฏการณ์การเปิดตัวรอบ VIP และพรีเซล 7 โครงการใหม่พร้อมกัน ซึ่งสามารถกวาดยอดขายรวม ทะลุ 2,300 ล้านบาท ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลลัพธ์จากการวางกลยุทธ์ที่มีความแม่นยำในเรื่องจังหวะเวลา ผ่านการปักธงเปิดเข้าชมรอบ VIP และพรีเซล 7 โครงการใหม่ที่มีความพร้อมสมบูรณ์ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามแผนการเปิดโครงการใหม่ที่วางไว้”
นอกจากการเลือกจังหวะเวลาในการเปิดตัวโครงการใหม่แล้ว ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนยอดขายในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน คือการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสินเชื่อของระบบธนาคาร โดยเอพีได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานเพื่ออำนวยความสะดวกและลดข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ซื้อบ้าน
โดย นายเมธา รักธรรม ได้ระบุเพิ่มเติมถึงแผนงานด้านการเงินว่า:“เอพียังได้ยกระดับการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ด้วยการผสานความร่วมมือกับสถาบันการเงินพันธมิตรชั้นนำ ในการเข้ามาเป็นที่ปรึกษาและช่วยบริหารจัดการกระบวนการสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้แก่ลูกค้าอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและคลายความกังวลให้กับลูกค้าที่มองหาบ้านหลังใหม่ในช่วงกลางปี แต่ยังสนับสนุนให้ทุกกระบวนการตัดสินใจซื้อเป็นไปได้อย่างราบรื่น คล่องตัว”
จากแนวทางการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้กลุ่มโครงการใหม่ที่เปิดตัวไปในช่วงที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากผู้บริโภค โดยสามารถแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์และการทำตลาดออกเป็น 3 เซกเมนต์หลัก ดังนี้
เจาะลึกผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์
1. กลุ่มตลาดบ้านเดี่ยวระดับบน (Luxury Segment)
ในกลุ่มนี้มีการเปิดตัวโครงการภายใต้โมเดลดีไซน์ใหม่ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และการติดตั้งระบบหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน ประกอบด้วยสองโครงการสำคัญบนทำเลที่แตกต่างกัน ได้แก่:
- THE CITY เสรีไทย – วงแหวน: บ้านเดี่ยวระดับหรู พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 260 – 458 ตารางเมตร เน้นความเป็นส่วนตัวและการออกแบบพื้นที่เฉพาะตัว โดยเปิดระดับราคาขายอยู่ที่ 14.9 – 25 ล้านบาท
- CENTRO สุขุมวิท – บางนา: บ้านเดี่ยวโมเดลล่าสุด พื้นที่ใช้สอย 292 ตารางเมตร ขนาดฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 3 ที่จอดรถ ทำเลเชื่อมต่อระบบคมนาคมสู่ใจกลางเมือง ทำราคาตั้งต้นอยู่ที่ 11.9 – 16 ล้านบาท
2. กลุ่มตลาดบ้านแฝดและทาวน์โฮม (Townhome & Twin Home Segment)
เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เน้นการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยให้ยืดหยุ่นตามลักษณะการอยู่อาศัยจริง โดยมีโครงการเด่นที่สร้างยอดขายสำคัญในรอบพรีเซล ประกอบด้วย:
- บ้านกลางเมือง สาทร – กัลปพฤกษ์ 2: ลักชัวรีทาวน์โฮม 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 173 ตารางเมตร ชูจุดขายด้านทำเลที่ห่างจากย่านสาทรประมาณ 10 นาที เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท
- GRANDE PLENO ศรีนครินทร์ – เทพารักษ์: โครงการบ้านแฝดที่เน้นรองรับกลุ่มครอบครัวขยายและกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง พื้นที่ใช้สอยสูงสุด 224 ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้น 5.59 – 7 ล้านบาท
- PLENO แพรกษา – สุขุมวิท: โครงการบ้านแฝดและทาวน์โฮมที่ทำยอดพรีเซลสูงที่สุดในกลุ่มโครงการเปิดใหม่ ทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีเคหะฯ) โดยทาวน์โฮมเริ่มต้นที่ 2.59 ล้านบาท และบ้านแฝดเริ่มต้นที่ 4.89 ล้านบาท
- PLENO TOWN เอกชัย – บางบอน: โครงการระดับราคาเริ่มต้นสำหรับกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรก ฟังก์ชัน Double Master Bedroom โดยทาวน์โฮมราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท และบ้านแฝดเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท
3. กลุ่มตลาดต่างจังหวัด (Provincial Market)
- อภิทาวน์ หัวหิน: โครงการขยายฐานธุรกิจสู่ภูมิภาค ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 154 – 338 ตารางเมตร สามารถสร้างยอดขายในช่วงพรีเซลได้มากกว่า 300 ล้านบาท โดยวางระดับราคาขายของโครงการไว้ที่ 3.79 – 7.89 ล้านบาท
จากตัวเลขยอดขายที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก ทางบริษัทฯ ประเมินว่าสัญญาณการตอบรับดังกล่าวจะช่วยสร้างเสถียรภาพและกระตุ้นความต้องการซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบให้มีความคึกคักมากขึ้น ทั้งนี้ เอพี มีแผนที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาโครงการและการขายให้เป็นไปตามเป้าหมายและแผนการดำเนินงานประจำปี 2569 ที่ได้กำหนดไว้ ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและการบริหารจัดการมาตรฐานการก่อสร้างรวมถึงบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในฐานะผู้ประกอบการรายใหญ่ของตลาดในระยะยาว