ตร.ไซเบอร์ทลายเว็บพนันยักษ์ใหญ่ ใช้ AI ปลอมหน้า “ฮาย อาภาพร” โปรโมท พบเงินหมุนเวียนกว่า 2.5 พันล้าน
ตร.ไซเบอร์ทลายเว็บพนันยักษ์ใหญ่ ใช้ AI ปลอมหน้า “ฮาย อาภาพร” โปรโมท พบเงินหมุนเวียนกว่า 2.5 พันล้าน
1 ก.ค. 2569 ที่ชั้น 1 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) น.ส.จันทร์เพ็ญ คงประกอบ หรือ "ฮาย อาภาพร นครสวรรค์" นักร้องลูกทุ่งและนักแสดงหญิงชื่อดัง พร้อมด้วย นายศุภสิทธิ์ ศิริ ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางมาร่วมแถลงข่าวผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ ในคดีทลายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ที่มีเงินหมุนเวียนกว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งมีการนำเทคโนโลยี AI มาปลอมแปลงใบหน้าและเสียงของนักร้องสาวเพื่อใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อ
การแถลงข่าวในครั้งนี้มี พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 และ พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเปิดเผยพฤติการณ์ของเครือข่ายดังกล่าว หลังจากการบุกเข้าตรวจค้นบริษัท Payment Gateway ชื่อดัง ซึ่งทำหน้าที่รับโอนเงินให้กับเว็บไซต์พนัน คดีนี้สืบเนื่องมาจาก ฮาย อาภาพร ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ บก.สอท.1 ไว้เมื่อประมาณ 3-4 เดือนก่อนหน้า ต่อมา พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้มีคำสั่งการให้ยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะกลุ่มเว็บไซต์พนันออนไลน์ในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก หรือ FIFA World Cup 2026 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจไซเบอร์ กก.2 บก.สอท.1 ได้ตรวจพบการกระทำความผิดบนแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก โดยพบคลิปวิดีโอสั้น (Reels) จากบัญชีผู้ใช้ชื่อ “สูตรแม่ฮาย” มีการโพสต์ข้อความและวิดีโอโฆษณาชักชวนให้ประชาชนเข้าเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งคลิปดังกล่าวมีการใช้เทคโนโลยี AI ตัดต่อใบหน้าและเสียงให้ดูเหมือนเป็น ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ กำลังพูดเชิญชวน โดยที่ตัวศิลปินไม่มีส่วนรู้เห็นหรือให้ความยินยอมแต่อย่างใด ทางด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.1 จัดส่งทีมสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.ชูเกียรติ ชาตะรูปะ สว.กก.2 บก.สอท.1 ลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการขยายผลพบว่าหน้าโปรไฟล์เฟซบุ๊กดังกล่าวมีการเชื่อมโยงไปยังบัญชีไลน์ชื่อ "HUAY69" ซึ่งเมื่อทำการเพิ่มเพื่อนจะมีระบบข้อความอัตโนมัติส่งกลับมาเพื่อเชิญชวนให้สมัครสมาชิกเว็บไซต์พนันออนไลน์ชื่อ “KFC888”จากการตรวจสอบและสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ พบหลักฐานยืนยันว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเปิดให้มีการเล่นพนันออนไลน์เพื่อเอาทรัพย์สินกันจริง โดยมีบริการหลากหลายประเภท เช่น หวยออนไลน์ หวยหุ้นจีน หวยหุ้นนิเคอิ และการทายผลพนันฟุตบอลโลก นอกเหนือจากนี้ยังพบว่ามีผู้ให้บริการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Payment Gateway รายหนึ่ง เข้ามาทำหน้าที่ให้บริการรับชำระเงินจากสมาชิกของเว็บไซต์พนันนี้ เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินพบเงินหมุนเวียนสูงถึง 120 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านบาทต่อปี เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญา
ล่าสุด พ.ต.อ. โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธวัชชัย บุญรอด รอง ผกก.2 บก.สอท.1, พ.ต.ท.ชูเกียรติ ชาตะรูปะ สว.กก.2 บก.สอท.1 และ พ.ต.ท.ชัยโชติ ศรีวรขาน สว.กก.2 บก.สอท.1 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 2 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 บ้านพักหรูภายในโครงการแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง ซอยรามคำแหง 9 ถนนรามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ตามหมายค้นศาลอาญาที่ ค.416/2569 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ซึ่งสืบทราบว่าเป็นสถานที่กบดานของกลุ่มผู้บริหารเว็บไซต์ ผลการตรวจค้นไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยหรือสิ่งของผิดกฎหมาย และ จุดที่ 2 ที่ทำการบริษัท Payment Gateway รายใหญ่ ย่านลุมพินี ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ ตามหมายค้นศาลอาญาที่ ค.417/2569 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จำนวน 2 ชุด และแฟ้มเอกสารสำคัญรวม 5 เล่ม พนักงานสอบสวนได้ทำการออกหมายเรียกกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท Payment Gateway ดังกล่าว เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (หวยออนไลน์)” และ “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นภาพของบุคคลอื่นอันเกิดจากการสร้าง ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลง โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือได้รับความอับอายฯ” รวมถึงเตรียมขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องรายอื่นทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการเร่งสืบสวนหาตัวผู้ต้องหารายอื่นในขบวนการ ตลอดจนผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง และดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่ออายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดต่อไป สำหรับกรณีที่ทางกลุ่มผู้ต้องหากล่าวอ้างว่ารู้จักกับตำรวจไซเบอร์นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงว่าเป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่ผู้ต้องหาสามารถพูดได้ เนื่องจากผู้ร้ายมักอ้างว่ารู้จักคนไปทั่ว แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีทุกอย่างอย่างถูกต้อง มีความซื่อตรง และให้ความเป็นธรรมตามกระบวนการกฎหมายอย่างที่สุด ทางด้าน ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ ได้เปิดเผยความรู้สึกว่า ตนเองเริ่มเข้ามาจัดการเรื่องนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว เนื่องจากแฟนคลับคอยส่งข้อมูลมาให้ดูโดยตลอดว่ามีเว็บไซต์ลักษณะนี้เกิดขึ้น จึงได้นำเรื่องไปปรึกษากับท่านผู้การและทนายความเพื่อหาแนวทางแก้ไข ซึ่งทีมงานใช้เวลาทำงานร่วมกันนานถึง 6-7 เดือนกว่าจะสามารถสืบหาต้นตอจนเจอและนำมาสู่การแถลงข่าวในวันนี้ ตนต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เอาจริงเอาจัง เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวทุกคนมาก ฮาย อาภาพร ระบุต่อไปว่า ในตอนแรกตนคิดจะปล่อยผ่านไป แต่เมื่อทบทวนดูแล้วหากประชาชนเกิดความเข้าใจผิด และคิดว่าตนเป็นผู้เชิญชวนให้เล่นการพนัน ความผิดทั้งหมดจะตกมาอยู่ที่ตนเอง จึงจำเป็นต้องปกป้องสิทธิ์ของตนเองด้วยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทั้งตำรวจไซเบอร์และทนายความ โดยมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ซึ่งในช่วงเดือนที่ผ่านมามีมิจฉาชีพโทรศัพท์เข้ามาหาตนจำนวนมากเพื่อถามว่าไปแจ้งความจับพวกตนทำไม พร้อมทั้งอ้างว่ารู้จักกับตน ซึ่งตนจำเสียงไม่ได้และไม่รู้ว่าเป็นใคร แม้ว่าเขาจะรู้จักตนในฐานะคนสาธารณะก็ตาม โดยกลุ่มคนเหล่านี้พยายามจะขอเจรจาหลังบ้านเพื่อเคลียร์ปัญหากันโดยไม่ให้เป็นข่าว แต่ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง จึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายความและตำรวจ เนื่องจากตนต้องทำงานทุกวันและไม่มีเวลาไปพูดคุยด้วย นอกจากนี้ ฮาย อาภาพร ยังระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวมีลูกข่ายจำนวนมากและเข้าถึงทุกพื้นที่ เช่น เวลาตนถ่ายภาพคู่กับคุณแม่ตอนถือลอตเตอรี่ลงสื่อสังคมออนไลน์ หรือภาพโชว์หน้าจอโทรศัพท์ว่าถูกรางวัลจากแอปพลิเคชัน มิจฉาชีพจะนำภาพเหล่านั้นไปตัดต่อ หรือใช้เทคโนโลยี AI สร้างวิดีโอให้ปากขยับพูดเชิญชวนให้คนมาเล่นการพนันใน "บ้านแม่ฮาย" ซึ่งมีความแนบเนียนเหมือนจริงถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมกันนี้ยังได้ฝากเตือนให้ประชาชนคอยติดตามคดีนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าจะมีเรื่องที่สร้างความประหลาดใจเกิดขึ้นอีกแน่นอนเนื่องจากตนจะไม่ปล่อยให้คนกลุ่มนี้ลอยนวล เพราะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมาก แม้กระทั่งน้องสาวของตนเองก็เคยประสบปัญหานี้เมื่อปีที่แล้วและยังคงติดตามเรื่องอยู่ ที่ผ่านมามีคนส่งข้อความมาปรับทุกข์กับตนว่าเหลือเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต 40,000 บาท แต่นำไปเล่นแล้วเมื่อถูกรางวัลกลับไม่ได้รับเงิน ซึ่งตนจะพูดเตือนอยู่เสมอว่าอย่าเข้าไปเล่น และขอยืนยันว่าตนไม่เคยเชิญชวนให้ใครเล่นการพนัน หากใครประสบปัญหาในลักษณะนี้ขอให้รีบเข้ามาปรึกษาตำรวจไซเบอร์เพื่อรับความช่วยเหลือ ในช่วงท้าย ฮาย อาภาพร กล่าวว่า มิจฉาชีพบางรายโทรศัพท์เข้ามาโดยที่ตนคิดว่าเป็นเรื่องติดต่องานจึงรับสาย แต่กลับถูกถามว่า "พี่แจ้งความหนูทำไม" ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีคนอีกมากที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้ การแถลงข่าวในวันนี้จึงอยากให้ทุกคนตระหนักว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว ต้องรู้เท่าทันโลกเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อซ้ำซาก เพราะปัจจุบันมีข่าวการหลอกลวงปรากฏอยู่ตลอดเวลา ทั้งการหลอกลวงในเชิงชู้สาวและการหลอกให้หมดตัว ซึ่งบางคนที่ตกเป็นเหยื่อก็รู้สึกอับอายจนไม่กล้าออกมาเปิดเผย สำหรับมิจฉาชีพที่นำชื่อของตนไปแอบอ้าง ตนจำเป็นต้องดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถึงที่สุดเพราะไม่อย่างนั้นตนเองอาจจะต้องกลายเป็นผู้ต้องหาเสียเอง พร้อมทั้งฝากข้อคิดว่าผู้ที่กระทำการดังกล่าวเป็นคนที่มีความเก่งและความฉลาด หากนำความรู้ความสามารถไปใช้ในทางที่ถูกต้อง บ้านเมืองคงจะเจริญมากกว่านี้ ซึ่งยอมรับว่าตนเองรู้สึกเหนื่อยและอารมณ์เสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก