โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

6 อาหาร กินเหลืออย่าเก็บ อุ่นซ้ำกลายเป็น "ยาพิษ" สะสมเรื่อยๆเสี่ยงมะเร็ง!

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
6 อาหารที่กินไม่หมด ควรทิ้ง อุ่นซ้ำอาจกลายเป็นยาพิษ เสี่ยงท้องเสีย-อาหารเป็นพิษ

6 อาหารที่กินไม่หมด ควรทิ้ง ถ้าเก็บไม่ถูก อุ่นซ้ำ อาจกลายเป็นยาพิษ เสี่ยงท้องเสีย-อาหารเป็นพิษ

การเก็บอาหารเหลือไว้กินมื้อต่อไปเป็นเรื่องปกติในหลายบ้าน เพราะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารบางชนิด หากเก็บไม่ถูกวิธี ตั้งทิ้งไว้นาน หรือถูกนำมาอุ่นซ้ำหลายครั้ง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษ หรือการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ กินประจำอาจเพิ่มแนวโน้มโรคมะเร็ง

หลักสำคัญของอาหารเหลือคือ ต้องเก็บเข้าตู้เย็นภายใน 2 ชั่วโมงหลังปรุงเสร็จ หรือภายใน 1 ชั่วโมงหากอยู่ในอากาศร้อนจัด และเมื่อจะนำมากินอีกครั้ง ควรอุ่นให้ร้อนทั่วถึงอย่างน้อย 74 องศาเซลเซียส หรือ 165 องศาฟาเรนไฮต์

อย่างไรก็ตาม อาหารบางประเภทมีความเสี่ยงมากกว่าอาหารทั่วไป โดยเฉพาะอาหารที่เน่าเสียง่าย มีความชื้นสูง หรือไวต่อการปนเปื้อน หากไม่มั่นใจว่าเก็บถูกต้องหรือไม่ มีกลิ่น สี หรือเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือ “ทิ้ง” แทนการอุ่นซ้ำ

1. เห็ด อาหารชื้นสูง เสียไว หากเก็บไม่ดีไม่ควรอุ่นซ้ำ

เห็ดเป็นอาหารที่มีความชื้นสูงและเน่าเสียง่าย หากปรุงแล้วตั้งทิ้งไว้นาน หรือเก็บในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม อาจเปิดโอกาสให้จุลินทรีย์เติบโตได้ง่าย เมื่อนำกลับมาอุ่นซ้ำ แม้ความร้อนจะช่วยลดเชื้อบางส่วน แต่ไม่ใช่ทางออกที่ปลอดภัยเสมอไปหากอาหารเริ่มเสียแล้ว

สำหรับเห็ดที่ปรุงสุกแล้ว ควรเก็บในภาชนะสะอาด ปิดมิดชิด และนำเข้าตู้เย็นให้เร็วที่สุด หากเห็ดมีกลิ่นเปรี้ยว เมือก สีเปลี่ยน หรือถูกทิ้งไว้นอกตู้เย็นนานเกินไป ควรทิ้งทันที ไม่ควรเสียดายนำมาอุ่นใหม่

2. อาหารทะเล ปลา กุ้ง ปลาหมึก เสี่ยงปนเปื้อนหากเก็บไม่เย็นพอ

อาหารทะเลเป็นกลุ่มอาหารที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเน่าเสียง่ายและไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ หากปรุงเสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้นาน เชื้อแบคทีเรียอาจเพิ่มจำนวนจนทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้

ในปลาบางชนิด เช่น ทูน่า แมคเคอเรล หรือปลาทะเลบางประเภท หากถูกเก็บในอุณหภูมิไม่เหมาะสม อาจเกิดสารฮิสตามีนจากกระบวนการเสื่อมสภาพของปลา ซึ่งสารนี้ทนความร้อน การนำไปอุ่นซ้ำหรือปรุงสุกอีกครั้งอาจไม่สามารถทำให้ปลอดภัยได้

ดังนั้น หากอาหารทะเลมีกลิ่นผิดปกติ เนื้อเละ เหนียว เมือก หรือไม่แน่ใจว่าเก็บเย็นต่อเนื่องหรือไม่ ควรทิ้งมากกว่านำมาอุ่นซ้ำ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนที่อาหารเสียได้เร็วขึ้น

3. ผักโขมและผักใบเขียว ควรกินหลังปรุงสุกใหม่ ๆ

ผักโขมและผักใบเขียวบางชนิดมีไนเตรตตามธรรมชาติ ซึ่งโดยทั่วไปไม่ได้เป็นอันตรายเมื่อบริโภคในปริมาณเหมาะสม แต่หากปรุงแล้วเก็บไม่ถูกวิธี หรือปล่อยทิ้งไว้นาน อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ได้

ประเด็นที่ควรระวังคือ ไม่ควรอุ่นผักใบเขียวซ้ำหลายรอบ โดยเฉพาะหากผักถูกตั้งทิ้งไว้นอกตู้เย็นเป็นเวลานาน เพราะนอกจากคุณค่าทางอาหารจะลดลงแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยของอาหาร

วิธีที่เหมาะสมคือปรุงในปริมาณพอดีกิน หากเหลือจริง ๆ ควรรีบแช่เย็นในภาชนะสะอาด และอุ่นเพียงครั้งเดียวให้ร้อนทั่วถึงก่อนรับประทาน

4. ไข่ต้มยางมะตูมหรือไข่กึ่งสุกกึ่งดิบ ไม่ควรเก็บไว้อุ่นซ้ำ

ไข่กึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น ไข่ลวกหรือไข่ต้มยางมะตูม เป็นอาหารที่ควรกินทันทีหลังปรุงเสร็จ เพราะหากไข่ยังไม่สุกทั่วถึง อาจมีความเสี่ยงจากเชื้อซัลโมเนลลา ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการท้องเสียและอาหารเป็นพิษ

แม้ไข่ปรุงสุกสามารถเก็บในตู้เย็นและอุ่นซ้ำได้ในบางกรณี แต่ต้องอุ่นให้ร้อนทั่วถึงตามอุณหภูมิที่ปลอดภัย สำหรับไข่ยางมะตูมหรือไข่ที่ไม่สุกเต็มที่ หากเก็บค้างคืนหรือไม่แน่ใจเรื่องอุณหภูมิการเก็บ ควรหลีกเลี่ยงการนำมาอุ่นซ้ำ

ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือกินไข่กึ่งสุกกึ่งดิบทันทีหลังทำเสร็จ และหากมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ควรเลือกกินไข่ที่สุกดีมากกว่า

5. ซุปเห็ดหูหนูขาวหรือเห็ดหิมะ ระวังการเก็บค้างนาน

เห็ดหูหนูขาว หรือที่หลายคนเรียกว่าเห็ดหิมะ มักถูกนำไปทำซุปหรือของหวาน เพราะมีเนื้อสัมผัสนุ่มและกินง่าย แต่เมื่อปรุงเป็นซุปแล้ว อาหารจะมีความชื้นสูงและเป็นสภาพแวดล้อมที่จุลินทรีย์เติบโตได้หากเก็บไม่ถูกต้อง

หากทำซุปเห็ดหูหนูขาวแล้วกินไม่หมด ควรรีบแบ่งใส่ภาชนะตื้น ปิดฝา และแช่เย็นโดยเร็ว ไม่ควรตั้งไว้บนโต๊ะอาหารนานหลายชั่วโมง โดยเฉพาะในอากาศร้อน

หากซุปมีกลิ่นเปรี้ยว สีเปลี่ยน มีฟอง หรือถูกอุ่นซ้ำหลายครั้ง ควรทิ้งทันที เพราะการอุ่นซ้ำไม่ใช่วิธีแก้อาหารที่เริ่มเสียแล้วให้กลับมาปลอดภัย

6. นม อุ่นแล้วควรดื่มทันที ไม่ควรอุ่นซ้ำหลายรอบ

นมเป็นอาหารที่ต้องเก็บเย็นและไวต่อการเสีย หากเทออกมาอุ่นแล้วปล่อยให้เย็นลงที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน แบคทีเรียสามารถเพิ่มจำนวนได้ โดยเฉพาะหากอุ่นแล้ววางทิ้งไว้หรือเทกลับเข้าภาชนะเดิม

การอุ่นนมซ้ำหลายครั้งยังอาจทำให้คุณภาพ รสชาติ และเนื้อสัมผัสของนมเปลี่ยนไป แม้ไม่ใช่ว่าการอุ่นนมทุกครั้งจะเป็นอันตรายทันที แต่หากนมมีกลิ่นเปรี้ยว จับตัวเป็นก้อน รสชาติผิดปกติ หรือถูกวางทิ้งไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง ควรทิ้ง ไม่ควรนำมาอุ่นใหม่

คำแนะนำที่ปลอดภัยคือ อุ่นเฉพาะปริมาณที่จะดื่ม และดื่มทันทีหลังอุ่นเสร็จ ส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ควรเก็บในตู้เย็นตามอุณหภูมิที่เหมาะสม

อาหารเหลือแบบไหนควรทิ้งทันที?

ไม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดใด หากเข้าข่ายต่อไปนี้ ควรทิ้งทันทีมากกว่านำมาอุ่นซ้ำ เพราะอาจเสี่ยงต่ออาหารเป็นพิษได้

  • ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง หรือเกิน 1 ชั่วโมงในวันที่อากาศร้อนจัด
  • มีกลิ่นเปรี้ยว กลิ่นเหม็นหืน หรือกลิ่นผิดปกติ
  • มีเมือก สีเปลี่ยน เนื้อสัมผัสเละ หรือมีฟอง
  • เก็บในภาชนะไม่สะอาด หรือไม่ปิดฝา
  • อุ่นซ้ำหลายครั้ง หรืออุ่นแล้วกินไม่หมดหลายรอบ
  • เก็บในตู้เย็นนานเกิน 3-4 วัน

วิธีเก็บและอุ่นอาหารเหลือให้ปลอดภัย

หากต้องการเก็บอาหารเหลือไว้กินมื้อต่อไป ควรแบ่งอาหารใส่ภาชนะตื้น ๆ เพื่อให้เย็นเร็ว ปิดฝาให้มิดชิด และนำเข้าตู้เย็นภายใน 2 ชั่วโมงหลังปรุงเสร็จ

เมื่อนำกลับมากิน ควรอุ่นให้ร้อนทั่วถึงอย่างน้อย 74 องศาเซลเซียส และควรอุ่นเฉพาะส่วนที่จะกินในครั้งนั้น ไม่ควรนำทั้งกล่องออกมาอุ่นซ้ำหลายรอบ เพราะการเปลี่ยนอุณหภูมิไปมาทำให้อาหารเสียเร็วขึ้น

ที่สำคัญ การอุ่นอาหารไม่สามารถทำให้อาหารที่เริ่มเสียกลับมาปลอดภัยได้เสมอไป เพราะสารพิษบางชนิดที่แบคทีเรียสร้างขึ้นอาจไม่ถูกทำลายด้วยความร้อน ดังนั้น หากไม่แน่ใจว่าอาหารยังปลอดภัยหรือไม่ หลักง่าย ๆ คือ “สงสัยไว้ก่อน ให้ทิ้ง”

สรุป

อาหารเหลือไม่ใช่สิ่งที่กินไม่ได้เสมอไป หากเก็บและอุ่นอย่างถูกวิธี แต่สำหรับอาหารบางประเภท เช่น เห็ด อาหารทะเล ผักใบเขียว ไข่กึ่งสุกกึ่งดิบ ซุปเห็ดหูหนูขาว และนม ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเน่าเสียง่ายหรือไวต่อการปนเปื้อน

หากอาหารเหล่านี้ถูกตั้งทิ้งไว้นาน เก็บไม่ถูกวิธี มีกลิ่นหรือสีเปลี่ยน หรือผ่านการอุ่นซ้ำหลายครั้ง ควรทิ้งแทนการนำมาอุ่นใหม่ เพื่อป้องกันความเสี่ยงท้องเสีย อาหารเป็นพิษ และปัญหาสุขภาพที่อาจตามมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...