โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปปช.สอบเส้นเงิน‘ผอ.พ.’ แจ้งข้อหาเพิ่ม‘ปลัดภูเก็ต’

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.32 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ป.ป.ช.เร่งตั้ง กก.ไต่สวนทุจริตสอบท้องถิ่นสัปดาห์หน้า เตรียมสอบเส้นทางการเงิน "ผอ.พ." ปมร่ำรวยผิดปกติ "ทรงศักดิ์" เดินหน้าเอาผิดกลุ่มปล่อยคลิปเสียงหวังทำลายกระบวนการประมูล ด้านตำรวจแถลงเส้นเงินมัด "ปลัดภูเก็ต" ตบทรัพย์เจ้าของโรงแรม ยันไม่เกี่ยวการเมือง

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยถึงขั้นตอนการตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งสำนักงานจะเสนอให้ที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวนว่า หลังได้มีการเรียกประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปฏิบัติการ และสำนักไต่สวนเจ้าของสำนวน ก็จะมีการพิจารณาในส่วนของรายละเอียดคดี พิจารณาเนื้อหา และกำหนดแนวทางในการทำงาน ยืนยันว่าเรื่องนี้ ป.ป.ช.ได้มีการดำเนินการได้เร็วพอสมควร โดยจะต้องไต่สวนและสืบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งวิธีการไต่สวนจะแตกต่างจากการทำงานของพนักงานสืบสวน

ส่วนรายละเอียดใน TOR จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่ได้ข้อยุติว่าเป็นการล็อกสเปกหรือไม่ แต่จะต้องสอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง พยาน ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญมาช่วย ป.ป.ช. โดยเลขาธิการ ป.ป.ช.ได้มอบหมายให้มีการไปสรุปสำนวน อย่างเร็วภายใน 1 สัปดาห์ อย่างช้าภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช. ซึ่งขั้นตอนจากนี้ก็เป็นขั้นตอนของการไต่สวน สามารถเชิญผู้ถูกกล่าวหามาแจ้งข้อกล่าวหา และรับฟังการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาว่าจะชี้มูลหรือไม่

ขณะที่การตรวจสอบเส้นเงินบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นก็สามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการได้ทยอยพิจารณารายละเอียดแล้ว และในส่วนของนาย พ. ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรีนั้น ขณะนี้ ป.ป.ช.ได้ตั้งสำนวนในเรื่องของการร่ำรวยผิดปกติแล้ว และจะตรวจสอบเส้นทางการเงิน

ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายทิวา การกระสัง ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนา ซึ่งมีการพาดพิงเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่น

นายทิวาเปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ได้รับคลิปเสียงดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 แต่ในขณะนั้นยังไม่มีการเอ่ยถึงชื่อนายทรงศักดิ์ ต่อมาภายหลังมีการเผยแพร่คลิปเสียงผ่านเพจ “บังแจ็ค” ซึ่งมีการเอ่ยชื่อนายทรงศักดิ์อย่างชัดเจน ให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของรองนายกรัฐมนตรีอย่างร้ายแรง จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ส้ม และนายกิจ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของเสียงในคลิป รวมถึงผู้เผยแพร่คลิปผ่านเพจ “บังแจ็ค” ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 รวมทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

นายทิวายังระบุว่า เชื่อว่าคลิปเสียงดังกล่าวมีเจตนาทำลายกระบวนการประมูล เนื่องจากกลุ่มบุคคลบางกลุ่มไม่ได้รับประโยชน์ อีกทั้งยังมุ่งสร้างความเสียหายต่อนายทรงศักดิ์และพรรคการเมืองที่สังกัด ทั้งที่นายทรงศักดิ์ไม่เคยรู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลทั้ง 2 คนมาก่อน

สอบทุจริตคืบไปมาก

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันที่ 1 ก.ค. จะครบกำหนดที่กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งยอมรับว่าในขณะนี้ได้ความคืบหน้ามาเยอะแล้ว เห็นถึงพฤติกรรม พฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ที่จะบอกได้ว่าเกิดความผิดพลาดที่ตรงไหน ส่วนรายละเอียดที่ใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้างนั้น ขอให้คณะกรรมการเป็นผู้ชี้แจง

รมช.มหาดไทยยังเปิดเผยภายหลังประชุมหารือผ่านระบบออนไลน์กับผู้เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับผลคะแนนสอบเป็นศูนย์ (0) ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 300 คน ว่า ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบรวมตัวกันประมาณ 270 คน โดยผู้เข้าสอบส่วนใหญ่เชื่อว่าปัญหาเกิดจากความผิดพลาดในการฝนรหัสหรือการอ่านรหัสของเครื่องตรวจข้อสอบ ส่งผลให้คะแนนออกมาเป็นศูนย์ จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกระบวนการสอบและการประกาศผลอย่างละเอียด เพื่อสร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นต่อระบบการสอบแข่งขัน ทั้งที่ประชุมจะรวบรวมประเด็นปัญหา และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าสอบ ประสานไปยังคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา รวมถึงหาแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เข้าสอบทุกคนอย่างสูงสุด

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงกรณีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้จัดสอบข้าราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้มีประเด็นเรื่องการทุจริตสอบอยู่ ว่า จากการที่ได้พูดคุยกับปลัดกระทรวง อว.และอัยการ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือเรื่อง TOR ทาง มศว ยืนยันว่าทำตามระบบครบถ้วนรอบคอบและส่งข้อมูลครบทั้งหมดแล้ว รวมถึงได้ส่งข้อมูลให้กับสำนักงาน ป.ป.ช.เรียบร้อยแล้ว และจะต้องทำคู่ขนานกันไป ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอดูว่าทาง ป.ป.ช.จะมีความเห็นอย่างไร

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กล่าวถึงการเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ตั้งศูนย์เฉพาะว่า ยังเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอยู่ และขณะนี้มีประชาชนร้องเรียนมาจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่คาดว่าคงรอวันที่ 1 ก.ค. ที่จะเปิดให้มีการรายงานตัว จึงขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายทยอยแจ้งมา และขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลข ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าที่ชี้แจงข้อมูลและเบาะแสมาจะปิดเป็นความลับ

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจากสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (ส.ต.ป.) กรณีพบความไม่โปร่งใสและส่อทุจริตในการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569 โดยนายพิชัย พิทักษ์ เลขาธิการ ส.ต.ป. ลำดับเหตุการณ์ว่า ปัญหาเริ่มตั้งแต่ปี 2567 ที่มีการร้องเรียนดีเอสไอให้ชะลอโครงการหลังพบการเรียกรับเงิน ต่อมาปี 2568 พบพิรุธการกำหนดขอบเขตงาน (TOR) จนมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ซึ่งเป็นผู้ร่วมประมูลสั่งคัดค้าน กระทั่งมีการเปลี่ยนรัฐบาลและผู้กำกับดูแลมาเป็นกลุ่มการเมืองพรรคภูมิใจไทย และมีการประกาศให้ มศว เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ทั้งนี้ สมาคมตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมการกำหนด TOR และคณะกรรมการออกข้อสอบเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้หลังตำรวจสอบสวนกลางเข้าจับกุมเครือข่ายทุจริตที่อำเภอบางบัวทอง พบกระดาษคำตอบกว่า 3,000 แผ่น ซึ่งพิมพ์ออกมาจากไฟล์ในแฟลชไดรฟ์ที่ไม่มีการเข้ารหัสหรือล็อกรหัสผ่านตามที่ TOR กำหนด อีกทั้งไฟล์ดังกล่าวใช้นามสกุล LTSC ซึ่งเป็นระบบที่ใช้เฉพาะในองค์กรภาครัฐอย่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) หรือ มศว เท่านั้น จึงขอให้ กมธ.ประสาน ปปง.เร่งตรวจสอบเส้นทางเงินและอายัดทรัพย์สินขบวนการนี้ก่อนถูกโยกย้ายฟอกเงิน

ด้านนายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ผู้ร้องระบุ ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ขนาดประชาชนขอรายการเดินบัญชีจากธนาคารยังต้องมีการเข้ารหัสความปลอดภัย แต่การจัดสอบระดับประเทศกลับปล่อยปละละเลย มาตรฐานอยู่ตรงไหน และต้องมีผู้บริหารระดับสูง รวมถึงฝ่ายการเมืองร่วมรับผิดชอบด้วยหรือไม่

"คดีทุจริตถือเป็นคดีมูลฐานฟอกเงิน มาตรการสำคัญที่ กมธ.จะนำมาใช้คือ การประสาน ปปง.ไล่ยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อตัดวงจรและทำลายแรงจูงใจในระยะยาว และต้องตั้งคำถามดังๆ ว่า ขบวนการนี้จำกัดอยู่แค่ข้าราชการประจำ หรือมีฝ่ายการเมืองร่วมขบวนการด้วย" นายรังสิมันต์กล่าว

เส้นเงินมัดปลัดภูเก็ต

ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก. 2 บก.ปอท. รักษาราชการแทนผู้กำกับการ 5 บก.ป., พ.ต.อ.ธนพงษ์ ทัพกล่ำ ผกก.6 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายรุ่งเรือง ปลัดจังหวัดภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 ในความผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์เป็นการตอบแทน ในการจะจูงใจเจ้าพนักงาน โดยวิธีทุจริตหรือผิดกฎหมาย และความผิดฐานเป็นคนกลาง หรือผู้รับสินบน เพื่อนำไปจูงใจเจ้าหน้าที่รัฐ ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางเรียกรับเงินจากอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) 3 คน คนละ 3 แสนบาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น

พ.ต.อ.สุพจน์เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในเคสดังกล่าว พบว่าเป็นบัญชีเดียวกับที่ปรากฏในอีกคดี ก็คือคดี อส.ถูกนายรุ่งเรืองเรียกรับเงินช่วยเหลือสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ทำให้พบความเชื่อมโยงของทั้ง 2 คดี และพบการโอนเงินไป-กลับเป็นทอดๆ จนกลายเป็นเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงมายังตัวผู้ต้องหา ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงดำเนินการจับกุมนายรุ่งเรือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 ความผิดฐานเรียกรับผลประโยชน์ และตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 175 ตัวกลางเรียกรับผลประโยชน์ และเมื่อเชื่อมโยงทั้ง 2 คดีได้ จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในคดีเรียกรับเงินจากเจ้าของโรงแรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ฐานเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับพฤติการณ์ของนายรุ่งเรืองที่นำไปสู่การจับกุมนั้น แม้เส้นทางการเงินจะไม่ได้โยงไปถึงนายรุ่งเรืองโดยตรง แต่พบว่าเกี่ยวพันกับคนรอบข้าง โดยเฉพาะเลขาฯ ปลัด เนื่องจากตอนที่นายรุ่งเรืองเรียกรับเงินจากเจ้าของโรงแรม ได้ให้เจ้าของโรงแรมโอนเงินจำนวน 1 ล้านบาท ไปที่บัญชี 1 ใน 3 ของ อส.เพื่อคืนเงินที่เรียกรับมา จากนั้นนายรุ่งเรืองให้ อส.รายดังกล่าวทอนเงินคืน 100,000 บาท โอนเข้าบัญชีเลขาฯ จากนั้นให้เลขาฯ กดเงินสดมาให้ปลัด

พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. กล่าวว่า ในเคสดังกล่าวเป็นคนละเคสกับคดีโกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่ทาง ป.ป.ช.เป็นผู้รับผิดชอบ ถึงแม้ว่าจะมี สถ.เกี่ยวข้องกับทั้ง 2 คดี อย่างไรก็ตาม จะทำงานควบคู่กันไป หากพบความเชื่อมโยงจะดำเนินการในภายหลัง ยืนยันว่าการดำเนินคดีไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง แต่เป็นผลจากการสืบสวนที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตามไทม์ไลน์ โดยมีการบูรณาการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...