โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ข้าวญี่ปุ่น-ข้าวเกาหลี-ข้าวหอมมะลิไทย" แตกต่างกันอย่างไร รวมวิธีหุงให้เม็ดสวยกินอร่อย

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ข้าวญี่ปุ่น ข้าวเกาหลี ข้าวหอมมะลิไทย แตกต่างกันอย่างไร แม้จะเป็นข้าวเหมือนกัน แต่คุณสมบัติแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ข้าวญี่ปุ่น ข้าวเกาหลี ข้าวหอมมะลิไทย แตกต่างกันอย่างไร แม้จะเป็นข้าวเหมือนกัน แต่คุณสมบัติแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สำหรับใครที่หลงใหลในรสชาติของข้าว ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิไทยที่หอมละมุน หรือข้าวญี่ปุ่นและข้าวเกาหลีที่มีความเหนียวนุ่มหนึบ การรู้จักความแตกต่างและวิธีหุงที่ถูกต้องจะช่วยยกระดับมื้ออาหารของคุณให้เหมือนเชฟมาทำเองที่บ้านเลยเลยทีเดียว

ไขความลับ ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวญี่ปุ่น และข้าวเกาหลี แตกต่างกันอย่างไร?

แม้จะเป็นข้าวเหมือนกัน แต่สายพันธุ์และถิ่นกำเนิดที่แตกต่างกันทำให้คุณสมบัติของข้าวแต่ละประเภทมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน

  • ข้าวหอมมะลิไทย

  • ลักษณะ: เมล็ดเรียวยาว เมื่อหุงสุกแล้วจะมีความนุ่มฟู มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เกาะตัวกันจนเหนียวเกินไป เหมาะสำหรับการทานคู่กับกับข้าวไทยที่มีน้ำแกงหรือผัดต่างๆ

  • ข้าวญี่ปุ่น

  • ลักษณะ: เมล็ดสั้นและกลมกว่าข้าวไทย มีปริมาณแป้ง (อะมิโลเพกติน) สูงกว่า ทำให้หุงสุกแล้วมีความเหนียวนุ่มและมีความมันวาว เกาะตัวกันดี เหมาะสำหรับการทำซูชิ ข้าวปั้น หรือทานคู่กับอาหารญี่ปุ่น

  • ข้าวเกาหลี:

  • ลักษณะ: เป็นข้าวเมล็ดสั้นเช่นเดียวกับข้าวญี่ปุ่น แต่มีความเหนียวนุ่มและมี "ความหนึบ" สูงกว่าเล็กน้อยเนื่องจากมีปริมาณแป้งที่สูงกว่า เนื้อสัมผัสจะมีความเข้มข้นและแน่นกว่าข้าวญี่ปุ่นเล็กน้อย เหมาะสำหรับทานคู่กับกิมจิหรือเครื่องเคียงเกาหลี

เคล็ดลับการหุงข้าวให้เม็ดเรียงสวย ทานอร่อยกับทุกเมนู

การหุงข้าวให้อร่อยไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพข้าวเพียงอย่างเดียว แต่ขั้นตอนการเตรียมมีความสำคัญไม่แพ้กัน

1. วิธีหุงข้าวหอมมะลิไทย

  • อัตราส่วน: ข้าว 1 ส่วน ต่อ น้ำ 1.2 - 1.5 ส่วน (ขึ้นอยู่กับความชอบว่าชอบทานแบบนิ่มมากหรือนิ่มน้อย)

  • ขั้นตอน: ซาวข้าวเพียงครั้งเดียวด้วยน้ำสะอาดเพื่อล้างฝุ่นละอองออก (อย่าขัดนานเกินไปเพื่อให้คงกลิ่นหอม) เติมน้ำแล้วหุงตามปกติ เมื่อสุกแล้วควรพักข้าวไว้ประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ระอุทั่วกัน

2. วิธีหุงข้าวญี่ปุ่น

  • อัตราส่วน: ข้าว 1 ส่วน ต่อ น้ำ 1.1 - 1.2 ส่วน

  • ขั้นตอน:

  • ซาวข้าว: ต้องซาวด้วยน้ำสะอาดจนน้ำเริ่มใส (ประมาณ 3 รอบ) เพื่อล้างแป้งส่วนเกินออก

  • แช่ข้าว: เคล็ดลับสำคัญคือต้องแช่ข้าวในน้ำทิ้งไว้ 15-30 นาที ก่อนกดปุ่มหุงเพื่อให้เมล็ดข้าวอิ่มน้ำ

  • ระอุ: เมื่อข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ให้ปล่อยไว้ในหม้ออีกอย่างน้อย 10-15 นาที แล้วใช้ทัพพีจุ่มน้ำแล้วค่อยๆ "ซุย" ข้าว (ตัดข้าวเป็นตารางแล้วพลิกเบาๆ) เพื่อไล่ความชื้น

3. วิธีหุงข้าวเกาหลี

  • อัตราส่วน: ข้าว 1 ส่วน ต่อ น้ำ 1.5 ส่วน (ข้าวเกาหลีมักใช้น้ำมากกว่าข้าวญี่ปุ่นเล็กน้อยเพื่อให้ได้ความเหนียวนุ่ม)

  • ขั้นตอน: คล้ายกับข้าวญี่ปุ่นคือต้องซาวจนน้ำใสและแช่ข้าวก่อนหุงประมาณ 20-30 นาที เมื่อสุกแล้วให้ทิ้งไว้ให้ระอุเช่นกัน ข้าวเกาหลีมักเสิร์ฟในชามใบใหญ่เพื่อให้คนในโต๊ะแบ่งกันทานได้ง่าย

เคล็ดลับฉบับแม่บ้านมือโปร

  • อย่าเปิดฝาระหว่างหุง: เพราะไอน้ำจะระเหยออก ทำให้ข้าวสุกไม่สม่ำเสมอ

  • ใช้น้ำสะอาด: ปริมาณและคุณภาพของน้ำมีผลอย่างมากต่อรสสัมผัสของข้าว

  • การพักข้าว: ไม่ว่าจะเป็นข้าวชนิดใด การพักข้าวหลังสุก (ระอุ) คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เม็ดข้าวสวย นุ่มฟู ไม่แฉะ และไม่แข็งจนเกินไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...