ดีเดย์ 15 มิ.ย. “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สั่ง Food Delivery จ่ายผ่านเป๋าตังได้แล้ว
"ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)" รัฐบาล ผนึก 5 แพลตฟอร์มเดลิเวอรีดัง สั่งอาหารจ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตังได้แล้ววันนี้ - 30 ก.ย. 2569 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) เวลา 11.30 น. ณ บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงการคลัง ผู้แทนสถาบันการเงิน และภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการร่วมด้วย
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหารกระทรวงการคลังและผู้แทนภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการและรับฟังการนำเสนอแนวทางดำเนินงานจากหน่วยงานและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมบูทนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวม 5 บูท ประกอบด้วย
- AI “นกกระซิบ” ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
- บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด (Grab)
- บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด (Lineman)
- บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (Robinhood)
- บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด (ShopeeFood)
ซึ่งร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ของรัฐบาลให้เกิดการขยายตัวอย่างเป็นรูปธรรม โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสะดวกและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน โครงการยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ผ่านการส่งเสริมการ Reskill และ Upskill โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขาย ตลอดจนขยายขนาดกิจการได้ในอนาคต
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากการดำเนินโครงการลักษณะนี้ คือประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบการมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งผู้ซื้อและผู้ขายตามแนวคิด “ไทยช่วยไทย”
นอกจากนี้ สิ่งที่ได้รับนอกเหนือจากการกระตุ้นการใช้จ่าย คือการเพิ่มยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการ โดยจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการหลายรายมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 5 เท่า ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการเติบโตของธุรกิจ เมื่อผู้ประกอบการมียอดขายเพิ่มขึ้นและมีช่องทางเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น จะช่วยยกระดับฐานรายได้ของธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้โครงการจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม โดยเชื่อว่าจะสามารถปรับฐานรายได้ของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นได้อย่างน้อย 2 เท่า อันเป็นการตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
“รัฐบาลมุ่งมั่นเดินหน้าส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีความเข้มแข็งและมั่นคงในระยะยาว”นายกรัฐมนตรี ย้ำ
ทั้งนี้ แพลตฟอร์มผู้ให้บริการส่งอาหารที่เข้าร่วมโครงการต่างกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” โดยระบุว่า หลังเข้าร่วมโครงการ ยอดขายของร้านค้าและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงผลสำเร็จของมาตรการในการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน ช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อย และส่งเสริมให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
สำหรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ประชาชนสามารถใช้สิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00 - 21.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของภาครัฐและเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และร้านค้าในทุกพื้นที่