“เอลนีโญ” มาแรงพายุลด แต่พลังทำลายล้างสูง เอเชียเสี่ยงแล้ง-ร้อนนานขึ้น
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat ระบุว่า ช่วงปีที่เกิดปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้น จะเป็นเชื้อเพลิงให้กับพายุโซนร้อนมากขึ้น ส่งผลให้พายุไต้ฝุ่นที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชียมีความรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายทำลายล้าง
ผลกระทบของเอลนีโญ (El Niño) และอุณหภูมิน้ำทะเลที่ร้อนขึ้นไม่ได้ทำให้พายุ "เกิดบ่อยขึ้น" เสมอไป แต่มีแนวโน้มอย่างมากที่จะทำให้พายุที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงและอันตรายมากขึ้น โดยพายุที่ก่อตัวขึ้นนั้นมีโอกาสจะทวีความรุนแรงจนกลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่อันตรายได้มาก
กลไกการเกิดพายุในช่วงที่โลกเผชิญกับปรากฎการณ์เอลนีโญนั้น มีสาเหตุมาจากอุณหภูมิทะเลที่ร้อนขึ้น เมื่อพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวจะดึงพลังงานโดยตรงจากอุณหภูมิความร้อนของน้ำทะเล เมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงเกิน 26-27 องศาเซลเซียส น้ำจะระเหยกลายเป็นไออย่างรวดเร็วส่งผลให้พายุสะสมพลัง งานได้มากกลายเป็นพายุที่ทวีความรุน แรงได้อย่างรวดเร็ว(Rapid Intensifica tion), มีลมกระโชกแรงกว่าเดิม และมีปริมาณฝนตกหนักขึ้นอย่างมหาศาล
อุณหภูมิน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นแม้ในระดับลึก (Subsur face) ช่วยให้พายุคงความรุนแรงไว้ได้นานขึ้นแม้จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งแล้วก็ตาม เป็นสาเหตุให้พายุเคลื่อนตัวได้ช้าลง และอยู่ได้นานขึ้น นอกจากนี้อิทธิพลจาก “เอลนีโญ” ยังเปลี่ยนตำแหน่งและทิศทางของพายุที่เคยเกิดขึ้น เนื่องจากกระแสลมและอุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรเปลี่ยนแปลงไปและส่งผลต่อพายุในภูมิภาคเอเชียที่แตกต่างกัน
สำหรับเอเชียตะวันออก บริเวณประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และจีนด้านตะวันออก มีแนวโน้มที่แหล่งกำเนิดพายุจะย้ายไปทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกมากขึ้น ทำให้พายุมีระยะทางเคลื่อนตัวบนพื้นผิวน้ำทะเลได้ยาวนานขึ้น ส่งผลให้พายุมีระยะเวลาในการสะสมพลังงานจนกลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่รุนแรงก่อนพัดขึ้นฝั่ง
ส่วนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยทั่วไปภูมิภาคนี้จะแห้งแล้งและอากาศร้อนจัดในช่วงที่เกิดปรากฎการณ์เอลนีโญ แม้ว่าจำนวนพายุที่พัดเข้าโดยตรงจะลดลง แต่หากมีพายุก่อตัวขึ้นและเคลื่อนเข้ามา พายุนั้นจะมีความรุนแรง เนื่องจากหอบฝนเข้ามาตกหนักเฉพาะจุด และอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ง่าย
ขณะที่เอเชียใต้ บริเวณประเทศอินเดียและบังกลาเทศ ปรากฎการณ์เอลนีโญมักทำให้ลมมรสุมในฤดูร้อนอ่อนกำลังลง ส่งผลให้เกิดภัยแล้งในหลายพื้นที่ แต่ขณะเดียวกันก็สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดพายุไซโคลนที่รุนแรงผิดปกติในอ่าวเบงกอลได้เช่นกัน
หากถามว่าพายุแย่ลงไหม ดร.สนธิ ระบุว่า แย่ลงในด้านความโหดร้าย เนื่องจากลมแรงขึ้น ฝนตกหนักขึ้น และมีพลังทำลายล้างเมืองได้มากกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดพายุขึ้นหลายลูกพร้อม ๆ กัน ขณะเดียวกัน “เอลนีโญ” ยังสร้างภัยพิบัติในรูปแบบอื่นที่รุนแรงไม่แพ้กันในเอเชีย เช่น คลื่นความร้อน และภัยแล้งที่จะยาวนานมากขึ้นกว่าเดิม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- NOAA ประกาศเอลนีโญเริ่มแล้ว จ่อทวีความรุนแรงปลายปี อาจรุนแรงสุดในรอบศตวรรษ
- ปากีสถานเดือดทะลุ 51 °C คลื่นความร้อนถล่มหลายเมือง!
- ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” เริ่มต้นขึ้นแล้ว นักวิทย์คาดทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงช่วงปลายปี
- โลกยังเดือดไม่หยุด พ.ค.69 ร้อนเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์โลก!
- “วิกฤตน้ำโลก” น่าเป็นห่วง คนกว่า 2.1 พันล้านคน ยังเข้าไม่ถึงน้ำสะอาด!