โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอลนีโญ” มาแรงพายุลด แต่พลังทำลายล้างสูง เอเชียเสี่ยงแล้ง-ร้อนนานขึ้น

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ดร.สนธิ เผยปรากฎการณ์ “เอลนีโญ” มีแนวโน้มแตะระดับรุนแรง ซึ่งส่งผลให้พายุที่จะเคลื่อนผ่านประเทศไทยลดลง แต่มีความรุนแรงมากขึ้น เสี่ยงเกิดฝนตกหนักเฉพาะจุดและเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ แถมยังเสี่ยงภัยพิบัติในรูปแบบอื่น ทั้งคลื่นความร้อน และภัยแล้งยาวนานขึ้นกว่าเดิม

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat ระบุว่า ช่วงปีที่เกิดปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้น จะเป็นเชื้อเพลิงให้กับพายุโซนร้อนมากขึ้น ส่งผลให้พายุไต้ฝุ่นที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชียมีความรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายทำลายล้าง

ผลกระทบของเอลนีโญ (El Niño) และอุณหภูมิน้ำทะเลที่ร้อนขึ้นไม่ได้ทำให้พายุ "เกิดบ่อยขึ้น" เสมอไป แต่มีแนวโน้มอย่างมากที่จะทำให้พายุที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงและอันตรายมากขึ้น โดยพายุที่ก่อตัวขึ้นนั้นมีโอกาสจะทวีความรุนแรงจนกลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่อันตรายได้มาก

กลไกการเกิดพายุในช่วงที่โลกเผชิญกับปรากฎการณ์เอลนีโญนั้น มีสาเหตุมาจากอุณหภูมิทะเลที่ร้อนขึ้น เมื่อพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวจะดึงพลังงานโดยตรงจากอุณหภูมิความร้อนของน้ำทะเล เมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงเกิน 26-27 องศาเซลเซียส น้ำจะระเหยกลายเป็นไออย่างรวดเร็วส่งผลให้พายุสะสมพลัง งานได้มากกลายเป็นพายุที่ทวีความรุน แรงได้อย่างรวดเร็ว(Rapid Intensifica tion), มีลมกระโชกแรงกว่าเดิม และมีปริมาณฝนตกหนักขึ้นอย่างมหาศาล

อุณหภูมิน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นแม้ในระดับลึก (Subsur face) ช่วยให้พายุคงความรุนแรงไว้ได้นานขึ้นแม้จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งแล้วก็ตาม เป็นสาเหตุให้พายุเคลื่อนตัวได้ช้าลง และอยู่ได้นานขึ้น นอกจากนี้อิทธิพลจาก “เอลนีโญ” ยังเปลี่ยนตำแหน่งและทิศทางของพายุที่เคยเกิดขึ้น เนื่องจากกระแสลมและอุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรเปลี่ยนแปลงไปและส่งผลต่อพายุในภูมิภาคเอเชียที่แตกต่างกัน

สำหรับเอเชียตะวันออก บริเวณประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และจีนด้านตะวันออก มีแนวโน้มที่แหล่งกำเนิดพายุจะย้ายไปทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกมากขึ้น ทำให้พายุมีระยะทางเคลื่อนตัวบนพื้นผิวน้ำทะเลได้ยาวนานขึ้น ส่งผลให้พายุมีระยะเวลาในการสะสมพลังงานจนกลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่รุนแรงก่อนพัดขึ้นฝั่ง

ส่วนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยทั่วไปภูมิภาคนี้จะแห้งแล้งและอากาศร้อนจัดในช่วงที่เกิดปรากฎการณ์เอลนีโญ แม้ว่าจำนวนพายุที่พัดเข้าโดยตรงจะลดลง แต่หากมีพายุก่อตัวขึ้นและเคลื่อนเข้ามา พายุนั้นจะมีความรุนแรง เนื่องจากหอบฝนเข้ามาตกหนักเฉพาะจุด และอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ง่าย

ขณะที่เอเชียใต้ บริเวณประเทศอินเดียและบังกลาเทศ ปรากฎการณ์เอลนีโญมักทำให้ลมมรสุมในฤดูร้อนอ่อนกำลังลง ส่งผลให้เกิดภัยแล้งในหลายพื้นที่ แต่ขณะเดียวกันก็สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดพายุไซโคลนที่รุนแรงผิดปกติในอ่าวเบงกอลได้เช่นกัน

หากถามว่าพายุแย่ลงไหม ดร.สนธิ ระบุว่า แย่ลงในด้านความโหดร้าย เนื่องจากลมแรงขึ้น ฝนตกหนักขึ้น และมีพลังทำลายล้างเมืองได้มากกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดพายุขึ้นหลายลูกพร้อม ๆ กัน ขณะเดียวกัน “เอลนีโญ” ยังสร้างภัยพิบัติในรูปแบบอื่นที่รุนแรงไม่แพ้กันในเอเชีย เช่น คลื่นความร้อน และภัยแล้งที่จะยาวนานมากขึ้นกว่าเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...