โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทวี กางเงื่อนไขนิรโทษที่ดินทำกิน คืนความยุติธรรมเหยื่อทับลาน ชี้คนเผาป่า-นอมินี หมดสิทธิ์

Khaosod

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทวี กางเงื่อนไขนิรโทษที่ดินทำกิน คืนความยุติธรรมเหยื่อทับลาน ชี้คนเผาป่า-นอมินี หมดสิทธิ์

พ.ต.อ.ทวี กางเงื่อนไขนิรโทษกรรม ที่ดินทำกิน ลั่น “คนเผาป่า-นอมินี” หมดสิทธิ์ คืนความยุติธรรม เหยื่อทับลาน

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมและพิสูจน์สิทธิ์แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายที่ดินและป่าไม้ของรัฐ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ

พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยถึงโครงสร้างปัญหาที่ดินของประเทศไทยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเนื้อที่จริงประมาณ 320 ล้านไร่เศษ แต่เมื่อนำแนวเขตที่ดินของรัฐทุกหน่วยงานมารวมกันกลับพบว่ามีสูงถึง 542 ล้านไร่เศษ ซึ่งมากกว่าพื้นที่ประเทศไทยจริงเสียอีก ขณะที่ที่ดินของเอกชนที่มีโฉนดและเอกสารสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดินมีเพียง 128 ล้านไร่ (ไม่ถึง 130 ล้านไร่) ส่วนที่เหลืออีกกว่า 200 ล้านไร่เป็นที่ดินของรัฐ

"ประเทศไทยจึงมีปัญหาแนวเขตที่ดินทับซ้อนกันอย่างรุนแรง ทั้งรัฐทับซ้อนรัฐ และรัฐทับซ้อนประชาชน นอกจากนี้ประมวลกฎหมายที่ดินบ้านเรามองที่ดินเป็นเพียง 'สินทรัพย์' เพื่อการเก็งกำไร ไม่ได้มองเป็น 'ปัจจัยการผลิต' ทำให้เกิดการกักตุนที่ดินและสร้างความเหลื่อมล้ำ โดยชั้นกมธ.เคยพบข้อมูลว่า มีคนเพียง 130 คน ถือครองที่ดินรวมกันเกือบ 4 ล้านไร่ เฉลี่ยคนละกว่า 1,000 ไร่" พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ปัญหากฎหมายที่ซับซ้อนและขัดแย้งกันทำให้ประชาชนสู้คดีได้ยาก เนื่องจากหน่วยงานรัฐที่ดูแลที่ดินและทรัพยากรมีมากถึง 16 กระทรวง 64 หน่วยงาน 11 รัฐวิสาหกิจ 7 องค์กรมหาชน และส่วนราชการอื่น รวมเป็น 84 หน่วยงาน

โดยมีกฎหมาย พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง 16 ฉบับ คณะกรรมการ 21 คณะ และอนุกรรมการอีก 13 คณะ ทำให้เวลาภาครัฐไปประกาศแนวเขตทับที่ดินทำกินเดิมของประชาชน เช่น กรณีอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่พบว่าวัดหรือหมู่บ้านตั้งขึ้นมาก่อนตั้งแต่ปี 2474 แต่รัฐไปประกาศเขตอุทยานทับในปี 2524 ประชาชนจึงกลายเป็นผู้ถูกละเมิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ

Screenshot

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการนิรโทษกรรมในเรื่องอื่น ๆ มาแล้วกว่า 30 ครั้ง โดยเฉพาะการยึดอำนาจ แต่ไม่เคยมีการนิรโทษกรรมความผิดเรื่องที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรเลย ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อคืนความยุติธรรม โดยมีเงื่อนไขสำคัญ
ข้อห้ามเด็ดขาด (ไม่นิรโทษกรรมให้) ผู้กระทำผิดฐานเผาป่า, การทำไม้เพื่อการค้า หรือการทำลายทำให้เสียสภาพพื้นที่ป่า

กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการช่วยเหลือ คือ ประชาชนผู้ที่อยู่อาศัยและทำกินมานาน ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ มีภูมิลำเนาในพื้นที่จริง ไม่ใช่กลุ่มนายทุนหรือนอมินี และกรอบระยะเวลาจะยึดโยงจากมติ ครม. วันที่ 30 มิ.ย. 2541 (จุดเริ่มต้นการให้หยุดดำเนินคดีเพื่อพิสูจน์สิทธิ์) ไปจนถึงวันที่ 10 ก.ย. 2566 (ครอบคลุมช่วงนโยบายทวงคืนผืนป่า)

สำหรับผู้ที่เข้าเงื่อนไข กฎหมายจะให้การคุ้มครองในทุกชั้นกระบวนการยุติธรรม ชั้นสอบสวน/อัยการ ให้ยุติการสอบสวนและยุติการสั่งคดี ชั้นศาล หากอยู่ระหว่างพิจารณาให้ศาลยุติการพิจารณาคดี ชั้นบังคับคดี ให้หยุดการบังคับคดี เช่น การขายทอดตลาด และให้สิทธิ์กลับคืนมา และให้ลบประวัติอาชญากรรมทั้งหมด เนื่องจากถือว่ากลุ่มคนเหล่านี้ คือ "ผู้เสียหาย" ที่ถูกรัฐประกาศที่ดินทับซ้อน

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า หลังจากนิรโทษกรรมแล้ว จะต้องเข้าสู่กระบวนการ "พิสูจน์สิทธิ์ให้เสร็จสิ้นภายใน 4 ปี" โดยจะไม่ปล่อยให้คาราคาซังเหมือนอดีต รัฐจะเป็นฝ่ายสนับสนุนเพราะเครื่องมือและงบประมาณอยู่กับรัฐ ลดภาระประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงภาพถ่ายทางอากาศราคาแพงได้ และจะเปิดรับฟังหลักฐานทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความเป็นมาของชุมชน เช่น การตั้งอยู่ของวัดหรือมัสยิด ประกอบด้วย

โครงสร้างคณะกรรมการตามร่างกฎหมายนี้ จะไม่ใหญ่อุ้ยอ้าย โดยมี นายกรัฐมนตรี (หรือผู้มอบหมาย) เป็นประธาน ร่วมด้วย รมว.ยุติธรรม, รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ, ปลัดมหาดไทย มีเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นเลขานุการร่วมกับปลัดกระทรวงยุติธรรม

และที่สำคัญ คือ ดึงตัวแทนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม อาทิ สมาคม อบจ., นายก อบต., และสันนิบาตเทศบาล (ในฐานะผู้รู้ข้อมูลพื้นที่ดีที่สุด) รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิจากวิปรัฐบาล 1 คน และวิปฝ่ายค้าน 1 คน

Screenshot

พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผ่านการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมที่ดิน กรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ มาเกือบ 20 ครั้งจนเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย เป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่การปล่อยให้บุกรุกป่า แต่เป็นการทำความจริงให้ปรากฏ หากประชาชนพิสูจน์สิทธิ์แล้วสู้รัฐไม่ได้ ก็จะนำเข้าสู่โครงการช่วยเหลือหรือเช่าที่ดินของรัฐอย่างถูกกฎหมาย

"ปัจจุบันเรามีป่าจริงเหลืออยู่ประมาณ 31% เท่านั้น ที่เหลือเป็นป่าทิพย์ในกระดาษ การเคลียร์ปัญหาตรงนี้จะทำให้เราสามารถส่งเสริมให้ประชาชนที่อยู่อาศัยเดิมร่วมกันปลูกป่า เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายสิ่งแวดล้อมที่วางไว้คือเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ 40% ของประเทศ" พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ในช่วงท้าย พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวเชิญชวนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 8 วัน (สิ้นสุดประมาณวันที่ 16 กรกฎาคม 2569) โดยสามารถเข้าไปแสดงความเห็นได้ที่เว็บไซต์ของสภาผู้แทนราษฎร หรือค้นหาคำว่า "มาตรา 77" ในระบบกูเกิล เพื่อร่วมกันตอบคำถามในประเด็นนิยาม เงื่อนไขคณะกรรมการ และการนิรโทษกรรม เพื่อนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่สร้างความสมดุลและเป็นธรรมต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทวี กางเงื่อนไขนิรโทษที่ดินทำกิน คืนความยุติธรรมเหยื่อทับลาน ชี้คนเผาป่า-นอมินี หมดสิทธิ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...