Subway เร่งเครื่องตลาดไทย รับ QSR โต 8% ปรับเกม “สั่งง่าย” ดันเมนูใหม่-ขยายสาขา
นางสาวเพชรัตน์ อุทัยสาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลัค จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจมาสเตอร์แฟรนไชส์ ซับเวย์ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว เปิดเผยว่า ตลาดร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant: QSR) ในไทยยังเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าปี 2569 จะมีมูลค่าแตะ 51,500 ล้านบาท หรือเติบโตอีก 8% จากปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า 47,700 ล้านบาทซึ่งขยายตัว 6% จากมูลค่า 45,000 ล้านบาทในปี 2567
ทั้งนี้โครงสร้างตลาดยังคงนำโดย ไก่ทอด ครองสัดส่วนมากที่สุดราว 57-58% รองลงมาคือ เบอร์เกอร์และแซนด์วิช สัดส่วน 23-25% และ พิซซ่า ประมาณ 19-20% บ่งชี้ว่าตลาด QSR ไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง
สำหรับ ซับเวย์ (Subway) หลังจากบริษัทได้รับสิทธิในไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนเม.ย.2567 ที่ผ่านมาและเคลียร์ปัญหาแฟรนไชส์เป็นที่เรียบร้อยและเริ่มดำเนินการตลาดอย่างจริงจัง จนถึงล่าสุดแผนการนับว่าบรรลุเกินเป้าหมายทั้งในรูปแบบการขยายสาขาและการใช้จ่ายต่อบิลของผู้บริโภคภายในร้าน
วางเกมกึ่งกลางฟาสต์ฟู้ด-สายสุขภาพ
Subway วางตำแหน่งแบรนด์อยู่กึ่งกลางระหว่างร้านฟาสต์ฟู้ดกับอาหารเพื่อสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “Eat Fresh, Feel Good” โดยชูจุดเด่นเรื่องขนมปังอบสดใหม่ทุกวัน มีให้เลือก 5 ชนิด ผักสดที่ลูกค้าเลือกได้เอง และการใช้เนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการแปรรูป เช่น อกไก่ 100% ทูน่า 100% และเนื้อวัวแท้ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ กลุ่ม First Jobber และครอบครัวที่ต้องการอาหารสะดวกแต่ยังใส่ใจโภชนาการ พร้อมชูจุดขาย “Real Food” เพื่อสร้างความแตกต่างจากร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไป
โดยผู้บริหารยอมรับว่า กระแสซีรีส์เกาหลีมีส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้แบรนด์ Subway ผ่านการทำ Product Placement (PPL) ทำให้กลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานคุ้นเคยกับแบรนด์มากขึ้น
รวมทั้งแก้โจทย์สำคัญ คือ ภาพจำของผู้บริโภคที่มองว่า Subway เป็นร้านที่ “สั่งยาก” เนื่องจากต้องเลือกขนมปัง ผัก ซอส และส่วนผสมหลายขั้นตอน ส่งผลให้ลูกค้าใหม่จำนวนไม่น้อยรู้สึกกังวลหรือเกรงใจผู้ที่รอคิวอยู่ด้านหลัง บริษัทจึงพัฒนา “Subway Series” เมนูสูตรแนะนำที่จัดชุดวัตถุดิบไว้เรียบร้อย ลูกค้าเพียงเลือกเมนูที่ต้องการก็สามารถสั่งได้ทันที ลดขั้นตอนการตัดสินใจ ลดเวลาการให้บริการต่อออเดอร์เหลือไม่เกิน 200 วินาที และช่วยให้การบริการในร้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยลดความกดดันของลูกค้าใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับการเลือกขนมปัง ผัก และซอสหลายขั้นตอน
ชู Localize-ดิจิทัล ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทเดินหน้าปรับเมนูให้สอดคล้องกับรสนิยมของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้แนวคิด Localize โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะอาหารไทย แต่เลือกนำรสชาติที่ได้รับความนิยมมาพัฒนาต่อยอด เช่น เมนูหมูเกาหลี และเมนูใหม่ “Shrimp Spicy Mayo” ซึ่งทีมวิจัยและพัฒนาในประเทศไทยเป็นผู้คิดค้นสูตร เลือกใช้กุ้งทั้งตัวและซอสที่พัฒนาขึ้นให้ถูกปากคนไทย เปิดตัวในรูปแบบ Limited Time Offer ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-24 กันยายนนี้ ในราคาโปรโมชั่น 149 บาท จากปกติ 219 บาท เพื่อทดสอบการตอบรับของตลาดก่อนพิจารณาบรรจุเป็นเมนูประจำ
“เราไม่ได้มองแค่การเพิ่มจำนวนร้าน แต่ต้องทำให้ลูกค้าเข้าร้านง่าย สั่งง่าย และอยากกลับมาใช้บริการอีกครั้ง เพราะหากประสบการณ์ของลูกค้าดี การเติบโตจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน” นางสาวเพชรัตน์กล่าว
ควบคู่กันนั้น Subway ยังลงทุนด้านดิจิทัลผ่านการติดตั้งตู้สั่งอาหารอัตโนมัติ (Self-Ordering Kiosk) เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกและใช้เวลาตัดสินใจด้วยตนเอง โดยผลการทดลองใช้งานในพื้นที่ท่องเที่ยว ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพีพี และภูเก็ต พบว่ายอดสั่งซื้อผ่านตู้สูงกว่าการสั่งหน้าเคาน์เตอร์ประมาณ 30% เนื่องจากลูกค้าสามารถศึกษาเมนูและเลือกส่วนผสมได้อย่างเต็มที่โดยไม่รู้สึกกดดันจากคิวที่รออยู่ ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเริ่มขยายการติดตั้ง Kiosk ในสาขากรุงเทพฯ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป
เร่งขยายสาขา เชื่อมฐานสมาชิก PTG
ในด้านการขยายธุรกิจ Subway ปรับยุทธศาสตร์จากการพึ่งพาสาขาในศูนย์การค้าเป็นหลัก ไปสู่ทำเลที่ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งสถานีบริการน้ำมัน PT โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน โครงการมิกซ์ยูส โรงเรียน คอนโดมิเนียม รวมถึงร้านรูปแบบ Drive-Thru เพื่อรองรับพฤติกรรมการซื้ออาหารที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว
ปัจจุบัน Subway มี 112 สาขาทั่วประเทศ และตั้งเป้าขยายเป็น 148 สาขาภายในปีนี้ โดยตั้งเป้าขยายสาขาให้ได้ปีละ 35-50 สาขา โดยอาศัยเครือข่ายทำเลของ PTG เป็นกลไกสำคัญในการเร่งการเติบโต พร้อมพัฒนารูปแบบร้านให้มีความคล่องตัว
โดยบริษัทมองว่าการมีสาขาในจุดที่ผู้บริโภคใช้ชีวิตประจำวันจะช่วยเพิ่มความถี่ในการเข้าร้าน มากกว่าการพึ่งพาทำเลในศูนย์การค้าเพียงอย่างเดียว ทั้งรูปแบบร้านในอาคาร ร้าน Drive-Thru และร้านแบบ Pre-cast ที่สามารถติดตั้งได้รวดเร็ว รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปัจจุบันมีสัดส่วนการสั่งผ่านเดลิเวอรีสูงถึง 40-45% ขณะที่ยอดขายหน้าร้านอยู่ที่ 55-60%
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการเชื่อม Subway เข้ากับระบบนิเวศธุรกิจของ PTG ผ่านแอปพลิเคชัน Max Me ทั้งการสั่งล่วงหน้า รับสินค้าที่ร้าน และสะสมคะแนน รวมถึงสิทธิประโยชน์ของสมาชิก Max Card เพื่อเชื่อมฐานลูกค้ากว่า 20 ล้านราย ของ PTG เข้าสู่ร้าน Subway และเพิ่มอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำ ควบคู่กับการขยายสาขาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อผลักดันการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Subway เร่งเครื่องตลาดไทย รับ QSR โต 8% ปรับเกม “สั่งง่าย” ดันเมนูใหม่-ขยายสาขา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เอสซีย้ำผู้นำตลาดบ้านหรู จับมือแบงก์ไทยพาณิชย์สร้างเวลธ์อีโคซิสเต็ม
- Subway เร่งเครื่องตลาดไทย รับ QSR โต 8% ปรับเกม “สั่งง่าย” ดันเมนูใหม่-ขยายสาขา
- รัฐจ่อขึ้นแบลคลิสต์ห้ามประมูลงานรัฐ 2-10 ปี ผู้รับเหมาชุ่ยทำ“บาดเจ็บ-ตาย-ทรัพย์เสียหาย”
- เมื่อ "ค่าเงิน" กลายเป็นอำนาจใหม่ของโลก กรุงเทพฯ ติดTop 10 เมืองลักชัวรีโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์
- ประธานหอการค้าย้ำลั่น “เราพร้อมแล้ว” งานบิ๊กบึ้ม “มหกรรมไทย-จีน” ครบทุกมิติ
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath