โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีแก้ “นอนตกหมอน” คอเคล็ด หันไม่ได้ ไขกุศโลบายคนโบราณ ทำไมต้องเอาหมอนไปตากแดด

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ตื่นมาพร้อมอาการ “นอนตกหมอน” ปวดคอจนหันไม่ได้ ปัญหายอดฮิตที่รบกวนการใช้ชีวิต มาเช็กวิธีปฐมพยาบาลบรรเทาปวดที่ถูกต้อง พร้อมไขคำตอบความเชื่อโบราณว่าการเอาหมอนตากแดดช่วยได้จริงไหม

หลายคนคงเคยประสบปัญหาตื่นนอนขึ้นมาแล้วรู้สึกระบมที่ต้นคอ หันซ้ายหันขวาก็เจ็บแปลบจนแทบขยับศีรษะไม่ได้ อาการนี้เรียกกันทั่วไปว่า “นอนตกหมอน” ซึ่งในทางการแพทย์อธิบายว่า คืออาการกล้ามเนื้อคออักเสบเฉียบพลัน (Acute Stiff Neck) มักเกิดจากการนอนในท่าที่ผิดสุขลักษณะเป็นเวลานาน หรือการเลือกใช้หมอนที่ไม่พอดีกับสรีระ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอและบ่าเกร็งตัวจนเกิดการบาดเจ็บ

3 ขั้นตอนปฐมพยาบาลเมื่อนอนตกหมอน คอเคล็ด

เมื่อมีอาการตกหมอน สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดคือการพยายามดัด คลึง หรือบีบนวดคออย่างรุนแรง เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น โดยสถาบันการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดแนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

1. ประคบเย็นสลับประคบร้อนให้ถูกเวลา

  • ช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก (ระยะอักเสบเฉียบพลัน): ให้ใช้เจลเย็นหรือผ้าห่อก้อนน้ำแข็งประคบบริเวณที่ปวดประมาณ 15–20 นาที วันละ 2–3 ครั้ง ความเย็นจะช่วยลดอาการบวมและระงับความเจ็บปวด
  • หลังจาก 48 ชั่วโมงผ่านไป: หากอาการบวมลดลงแต่ยังรู้สึกตึงและขยับคอได้ไม่สุด ให้เปลี่ยนมาใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือผ้าชุบน้ำอุ่นประคบ เพื่อช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง

2. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อคออย่างเบามือ

ค่อยๆ เอียงศีรษะไปด้านตรงข้ามกับข้างที่ปวด (เช่น หากปวดคอด้านขวา ให้เอียงศีรษะไปทางซ้าย) จากนั้นใช้มือซ้ายช่วยกดศีรษะลงเบาๆ จนรู้สึกตึงบริเวณกล้ามเนื้อคอด้านขวา ค้างไว้ 10–15 วินาทีแล้วปล่อย ทำซ้ำ 3–5 ครั้ง โดยต้องทำอย่างนุ่มนวลและไม่ฝืนจนรู้สึกเจ็บแปลบ

3. ปรับพฤติกรรมและงดพฤติกรรมเสี่ยง

ในระหว่างที่ยังมีอาการปวด ควรงดการนั่งก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟน หลีกเลี่ยงการสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว และควรเลือกใช้หมอนหนุนที่มีความนุ่มและระดับความสูงที่รองรับส่วนโค้งของกระดูกสันหลังส่วนคอได้อย่างพอดีในขณะนอนหงายและนอนตะแคง

เฉลยความเชื่อโบราณ เอาหมอนไปตากแดด ช่วยแก้ “นอนตกหมอน” ได้จริงหรือ?

หลายคนอาจเคยได้ยินผู้ใหญ่บอกต่อกันมาว่า หากตื่นมาแล้วนอนตกหมอน ให้รีบนำหมอนใบที่นอนไปตากแดดทันที แล้วอาการปวดคอจะหายไป ซึ่งแท้จริงแล้วเรื่องนี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์รองรับ

ข้อเท็จจริงทางการแพทย์และสุขอนามัยระบุว่า การนำหมอนไปตากแดด ไม่ได้มีสรรพคุณโดยตรงในการรักษาอาการกล้ามเนื้ออักเสบหรือแก้อาการปวดคอ อาการปวดคอที่ค่อยๆ ดีขึ้นหลังจากนำหมอนไปตากแดดนั้น เป็นผลมาจากการที่กล้ามเนื้อคอได้เริ่มเคลื่อนไหวและฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปในระหว่างวัน

อย่างไรก็ดี ความเชื่อนี้ถือเป็นกุศโลบายที่ดีเยี่ยมของคนโบราณในแง่ของ “สุขอนามัยเครื่องนอน” เนื่องจากแสงแดดและความร้อนรังสี UV มีคุณสมบัติช่วยลดความชื้นสะสมในหมอน ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และลดการสะสมของไรฝุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ การนำหมอนไปตากแดดจึงช่วยให้หมอนสะอาด ฟูกระชับ และรองรับสรีระขณะนอนหลับได้ดีขึ้น ส่งผลทางอ้อมให้ลดโอกาสการเกิดอาการนอนตกหมอนซ้ำในอนาคต

สัญญาณเตือนที่ต้องไปพบแพทย์

โดยทั่วไป อาการนอนตกหมอนจะค่อยๆ บรรเทาลงและหายสนิทภายใน 2–3 วัน แต่หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

  • อาการปวดคอรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ดีขึ้นเลยหลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์
  • มีอาการปวดร้าวลามลงไปที่บริเวณหัวไหล่ สะบัก หรือแขน
  • มีอาการชา แขนขาอ่อนแรง หรือควบคุมนิ้วมือได้ลำบาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาท

อาการนอนตกหมอนเกิดจากกล้ามเนื้อคออักเสบเฉียบพลัน สามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นในระยะแรก สลับกับการประคบร้อน และการยืดเหยียดอย่างเบามือ ส่วนความเชื่อเรื่องการนำหมอนไปตากแดดนั้น แม้จะไม่ได้ช่วยรักษาอาการปวดคอโดยตรงตามหลักการแพทย์ แต่ถือเป็นกุศโลบายที่ดีในการฆ่าเชื้อโรคและลดไรฝุ่น ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีในการนอนหลับอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิธีแก้ “นอนตกหมอน” คอเคล็ด หันไม่ได้ ไขกุศโลบายคนโบราณ ทำไมต้องเอาหมอนไปตากแดด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...