CENTCOM แถลง “สหรัฐ” โจมตีอิหร่านกว่า 80 เป้าหมาย ตอบโต้เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ เสี่ยงปะทุศึกระลอกใหม่
CENTCOM แถลง "สหรัฐ" โจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศ ศูนย์บัญชาการ และเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามกว่า 80 เป้าหมาย ตอบโต้เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ เสี่ยงปะทุศึกระลอกใหม่
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.57 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวันอังคาร เพื่อตอบโต้กรณีที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำ ซึ่งกำลังเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก
CENTCOM ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมุ่งเป้าโจมตีกว่า 80 จุด ครอบคลุมระบบป้องกันภัยทางอากาศ ศูนย์บัญชาการและควบคุม รวมถึงขีดความสามารถด้านขีปนาวุธต่อต้านเรือของอิหร่าน
นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐยังโจมตีเรือเร็วของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) มากกว่า 60 ลำ เพื่อบั่นทอนศักยภาพของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ที่ใช้เส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ
CENTCOM ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ "สร้างต้นทุนที่สูง" ให้กับอิหร่านจากการโจมตีเรือพาณิชย์ที่มีพลเรือนเป็นลูกเรือในน่านน้ำสากล พร้อมย้ำว่าการกระทำของอิหร่านเป็นการยั่วยุที่ไม่มีเหตุอันสมควร เป็นอันตราย และถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าอิหร่านได้ตอบโต้กลับหรือไม่ แต่กระทรวงมหาดไทยของบาห์เรนได้ออกประกาศให้ประชาชนรีบเดินทางไปยังสถานที่ปลอดภัยที่ใกล้ที่สุด ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์อาจลุกลาม
การปะทะครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านเพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกลับมาปะทุอีกครั้ง และอาจนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซซ้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงและซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลก
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อเดือนก่อน สหรัฐและอิหร่านต่างเปิดฉากโจมตีกันภายหลังอิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะยอมลดระดับความตึงเครียดและบรรลุ บันทึกความเข้าใจ (MOU) ในเดือนมิถุนายน ซึ่งกำหนดให้ยุติการสู้รบและเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการตอบโต้ล่าสุดของสหรัฐถูกมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญต่อข้อตกลงดังกล่าว แม้ว่าที่ผ่านมาจะยังคงใช้บังคับได้แม้เกิดเหตุปะทะเป็นระยะ
ด้าน Mohammad Bagher Ghalibaf ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐว่าละเมิดบันทึกความเข้าใจอย่างร้ายแรง พร้อมระบุว่าการข่มขู่และการใช้กำลังจะไม่ทำให้อิหร่านยอมอ่อนข้อ โดยย้ำว่า "ยุคแห่งการข่มขู่และบีบบังคับได้สิ้นสุดลงแล้ว"
ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นอีก หลังรัฐบาลสหรัฐประกาศเพิกถอนการผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านในวันเดียวกัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันทีจากความกังวลด้านอุปทาน
ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต โดยรัฐบาลของ Donald Trump ระบุว่า เป้าหมายของปฏิบัติการคือการสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย
ขณะเกิดเหตุ ประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนาโต และหารือกับผู้นำชาติสมาชิก ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
อ้างอิง : cnbc.com