โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คกก.สอบทุจริตบรรจุขรก.ท้องถิ่น ขึงขังล้างบางให้จบ ตั้งใจโกงตั้งแต่แรก ประเทศไปต่อไม่ได้

ไทยโพสต์

อัพเดต 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.32 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ปกรณ์" นำถก คกก.สอบแข่งขันทุจริตบรรจุท้องถิ่น นัดที่ 2 ลั่น ล้างบางให้จบ ตั้งใจมาโกงตั้งแต่แรกไม่ควรอยู่ในระบบราชการ เตรียมรายงานนายกฯทุก 10 วัน อุบรายละเอียดหวั่นข้อมูลรั่วไหล ผบ.ตร. ยอมรับคืบหน้าสอบทุจริตท้องถิ่น เผยเห็นรายชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่ขั้นตอนร่าง TOR ถึง ประกาศผล ชี้ต้องสรุปภายใน 1 สัปดาห์

14 กรกฎาคม 2569 - เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 2/2569

โดยมีพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ เลขาธิการสำนักงานพัฒนาระบบราชการ (กพร.)

จากนั้นเวลา 14.40 น. นายปกรณ์ กล่าวภายหลังการประชุม ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 2 ที่มีพล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ได้มาเป็นประธานและสรุปรายงาน ความคืบหน้าของการรวบรวมข้อมูล และการกำหนดแนวทางในการดำเนินการ ทั้งการดำเนินการที่ผ่านมาและการดำเนินงานในอนาคต สำหรับผลการประชุมในวันนี้มีการรับทราบกรอบแนวทาง และข้อมูลเบื้องต้นที่คณะทำงานได้ดำเนินการมา ซึ่งไม่ขอลงลึกในรายละเอียด เพราะจะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการในอนาคต

นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า หน้าที่หลักของคณะกรรมการชุดนี้ได้ดูว่ากระบวนการทั้งหมดมีข้อบกพร่องจุดไหนบ้าง มีใครที่รับผิดชอบในขั้นตอนไหนบ้าง เราจะไม่ลงลึกไปถึงตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่ใครที่รับผิดชอบอยู่ในแต่ละกระบวนการเราจะระบุแค่นั้น และเรื่องของการลงโทษ หรือการดำเนินคดีอาญา เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะต้องดำเนินการต่อไป เราจะไม่ระบุว่าตัวคนๆนั้นเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่จะไปดูเรื่องกระบวนการว่ามีข้อบกพร่องอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “ไอทีริส” (ITRIS) มุ่งเน้นการดำเนินงานภายใต้ กรอบจริยธรรม อันนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และเป็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่ไม่น่าเกิดขึ้น

เราเห็นข้อมูลที่น่าตกใจหลายอย่างที่นายกรัฐมนตรีเคยเปิดเผยไปแล้ว ผลอันหนึ่งไม่ตรงกับอีกอันหนึ่ง ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง ตนคิดว่าคนเหล่านี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเข้ามารับราชการไม่ว่าตำแหน่งใดๆ เพราะตั้งใจที่จะมาโกงเสียตั้งแต่แรก ประเทศนี้คงไปต่อไม่ได้ ซึ่งคณะกรรมการทุกคนเห็นพ้องต้องกันด้วยความสลดหดหู่ว่า มันแย่จริงๆ

นายปกรณ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามผลการหารือในวันนี้จะรายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพราะจะต้องรายงานทุก 10 วัน เหตุผลที่ไม่รายงานต่อสื่อมวลชน เพราะเดี๋ยวจะมีประเด็นเรื่องที่เราต้องทำต่อ ข้อมูลอาจจะรั่วไหล แต่ย้ำว่า เราได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย บริษัทเอกชนผู้เกี่ยวข้อง และมหาวิทยาลัย ทุกคนมุ่งหวังที่จะล้างบางมันซักที ให้มันจบๆไปในเรื่องนี้

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงว่า คณะกรรมการตรวจสอบ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตรวจสอบ เรื่องการสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า โดยเหมาะมอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม เป็นต้นมา ที่มีการประชุมครั้งที่ 1 ได้มีหลักคิดและกรอกแนวคิด ว่าสิ่งที่ปรากฏ ในกรณีที่คิดว่ามีการทุจริตในการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น เราก็เห็นข้อมูลทั่วไปทั้งเรื่องของการออกสื่อ และการวิพากษ์วิจารณ์กัน

ซึ่งตนย้ำว่าเป็นการพูดในเรื่องของข้อมูล แต่คณะกรรมการและคณะทำงานชุดนี้ มีหน้าที่ทำให้เกิดข้อเท็จจริง ว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นอย่างไรกันแน่ จึงได้วางกรอบแนวคิดไว้ 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรกคือขั้นตอนการเตรียมการสอบ การอะไรขึ้นในกระบวนการ มีข้อเท็จจริงอะไรเกิดขึ้นบ้าง เช่น มีการวิพากษ์วิจารณ์ ว่า TOR ถูกหรือไม่ การรับสมัครถูกหรือไม่ การออกข้อสอบ การเก็บข้อสอบ การรักษาความปลอดภัย ถูกหรือไม่ เป็นหน้าที่ของคณะทำงานชุดนี้ที่ต้องทำให้ปรากฏ ว่าประเด็นเหล่านั้นมีข้อเท็จจริงเป็นแบบไหน

ขั้นที่ 2 คือ ในระหว่างการสอบ การแบ่งกลุ่ม การจัดสถานที่ การแจกข้อสอบ การทำข้อสอบ การนั่งคุมข้อสอบ มีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในขั้นตอนและกระบวนการนี้อย่างไร และขั้นตอน3 สุดท้าย คือขั้นตอนหลังการสอบ ทั้งการประมวลผลการสอบ การตรวจข้อสอบ มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแก้ไขคำตอบ เรื่องคะแนนสอบ เป็นหน้าที่ที่พวกตนจะต้องนำข้อมูลต่างๆมาประกอบ

ซึ่งในขั้นตอนก่อนและหลังการสอบ นอกจากข้อเท็จจริงมีใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนต่างๆ และมีกฎหมาย ระเบียบคำสั่ง ที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่วันที่ 10 - 13 กรกฎาคม เป็นช่วงที่พวกเราทำงานกันอย่างหนัก เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมา ซึ่งใน 4 วันนี้ได้มีหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งสถาบันการศึกษา สถาบันการเงินต่างๆ เราขอเอกสารมา และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการวิเคราะห์แยกแยะข้อมูล

ส่วนรายละเอียดเชิงลึก รวบรวมต้องรอคณะทำงานรวบรวมข้อมูลก่อน ว่าเกี่ยวข้องกับผู้ใด ซึ่งจะนำไปสู่การวิเคราะห์และออกมาเป็นข้อสรุป เพื่อรายงานคณะกรรมการที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรายงานต่อนายกรัฐมนตรี ว่าบทสรุปและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น มีเรื่องวินัยจริยธรรมและการแก้ไขในระยะยาว ในเรื่องการจัดสอบในเชิงระบบ และเชิงนโยบายอย่างไร เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องที่สุด และจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกได้อย่างไร และหลังจากนั้นเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน เนื่องจากในคำสั่งระบุไว้ว่าต้องทำภายใน 30 วัน เราจะพยายามตั้งใจในการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี และนายปกรณ์ ได้เน้นย้ำ ว่าถึงเวลาที่เราต้องจัดระเบียบบ้านเมืองให้ดี แล้วเราจะนำข้อเท็จจริง มานำเสนออย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง

เมื่อถามว่า ตอนนี้ตำรวจได้รับข้อมูลครบถ้วนเพื่อจะไปการสอบสวนใช่หรือไม่ ผบ.ตร. ยอมรับว่า ได้มาพอสมควร แต่หากถามว่าครบหรือไม่ก็ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับข้อเท็จจริงตั้งแต่ก่อน ขณะสอบและหลังสอบอีกหลายเรื่อง ซึ่งจะต้องนำมาหาข้อมูลผ่านการเรียกเอกสารจากการขอความร่วมมือมาเรียกสอบ จึงจะเรียกว่าครบถ้วน และสรุปในช่วง 1 สัปดาห์จากนี้จะเดินหน้าเร่งรัดดำเนินการ และจากการที่ได้รับเอกสารจากหน่วยงานต่างๆทั้ง มศว กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะมาตรฐานการสอบจาก ก.พ.ซึ่งมีข้อปฏิบัติ 10 กว่าข้อข้อ เราเอามาตั้งเป็นมาตรฐานไว้ซึ่งเปรียบเทียบไม่ยากแต่มีรายละเอียดเยอะ

ฉะนั้นการใช้เวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงจำเป็น แต่หากเปิดเผยรายละเอียดออกไปก็จะทำให้กระทบต่อวิธีการตรวจสอบได้ ตนให้แนวคิดก่อน ขณะสอบและหลังสอบเราตั้งประเด็นเรื่องข้อเท็จจริงไว้ตั้งแต่วันวันที่ 9 ก.ค. ซึ่งทีมงานได้มีการรวบรวมเอกสารเพื่อวิเคราะห์ในเบื้องต้น แต่ย้ำว่ามีความคืบหน้าไปมาก และใครเกี่ยวข้องในกระบวนการใดก็จะนำมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีกฎหมายอะไรที่เกี่ยวข้องในแต่ละกระบวนการก็จะทำข้อเสนอแนะเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการเชื่อมโยงไปถึงระดับพรรคการเมือง นายกฯ มีการกำชับอะไรหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำชับเพียงอย่างเดียวคือให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคมและตรงไปตรงมา ส่วนจะไปเชื่อมโยงกับใครตนคิดว่าวันข้างหน้าก็คงจะได้ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นกลุ่มใดบ้าง ซึ่งเราคงไม่ชี้หนึ่งชี้สองใครผิดใครถูก แต่ขอให้ข้อเท็จจริงออกมาก่อนจึงจะมองออก

เมื่อถามว่า ได้รายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่ ผบ.ตร. ยอมรับว่า ได้แล้ว ได้รับข้อมูลตั้งแต่ผู้สมัครจำนวนหลายแสนคน ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ โดยผู้เกี่ยวข้องถูกจัดแบ่งออกเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มขั้นเตรียมการ ตั้งแต่คณะคณะกรรมการจัดทำทีโออาร์ กระบวนการกำหนดตำแหน่ง การรับสมัครสอบ การพิจารณาคุณสมบัติและการประกาศ ฉะนั้นขอให้ลองนึกว่าใครเกี่ยวข้องบ้างในแต่ละขั้นตอนบ้าง

ผบ.ตร. ยอมรับว่า เรื่องการตรวจสอบทุจริตสอบตนเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมี พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาเป็นคณะทำงานด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...