จีนตั้งเป้าผลิตหุ่นยนต์มากกว่า 1 แสนตัว ในปี 69 หลัง AI ขยายตัวในภาคอุตสาหกรรม
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หรือหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างและการเคลื่อนไหวคล้ายมนุษย์ กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรมโลก จีนคาดการณ์ว่าปี 2569 จะสามารถผลิตหุ่นยนต์ประเภทนี้ได้มากกว่า 100,000 ตัวภายในปีเดียว
กาน เสี่ยวปิน (Gan Xiaobin) รองผู้อำนวยการกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน กล่าวในงานแถลงข่าวก่อนการจัดประชุม World Artificial Intelligence Conference ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างวันที่ 17-20 กรกฎาคม 2569 ว่า การขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เป็นผลมาจากระบบนิเวศด้านเอไอของจีนที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี การนำเอไอไปใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการสนับสนุนด้านเงินทุน ซึ่งกำลังสร้างแรงส่งใหม่ให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูงของประเทศ
ปัจจุบัน อัตราการนำเอไอไปใช้ในสถานประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของจีนมีสัดส่วนมากกว่า 30% นอกจากนี้ กองทุนเพื่อการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเอไอแห่งชาติ ยังอยู่ระหว่างเร่งดำเนินงานเพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากภาคเอกชนเข้าสู่อุตสาหกรรมมากขึ้น ควบคู่กับมาตรการสนับสนุนของรัฐบาลจีนที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ จีนได้ผลักดันนโยบายให้รัฐวิสาหกิจและรัฐบาลท้องถิ่นเร่งนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และระบบเอไอแบบฝังอยู่ในตัวหุ่นยนต์ (Embodied AI) ไปใช้งานภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นความต้องการของตลาดภายในประเทศ และเร่งให้ผู้ผลิตขยายกำลังการผลิตมากขึ้น
ตัวเลขการผลิตมากกว่า 100,000 ตัวไม่ได้เป็นเพียงสถิติด้านปริมาณ แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โดยตรง เพราะเมื่อไม่นานมานี้ จีนยังผลิตหุ่นยนต์ประเภทนี้ได้เพียงเศษเสี้ยวของจำนวนดังกล่าว
การเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นสู่ระดับแสนตัวต่อปี แสดงให้เห็นว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังเข้าสู่ช่วงของการผลิตจำนวนมาก ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทุกอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จากเดิมที่ผลิตในปริมาณจำกัดสำหรับการวิจัยหรือการทดลอง ไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง
นักวิเคราะห์หลายแห่งจึงมองว่า จีนกำลังกลายเป็นผู้เล่นหลักของโลกในอุตสาหกรรมนี้ ข้อมูลจาก Barclays Research ระบุว่า จีนเป็นศูนย์กลางสำคัญของตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โลก โดยคิดเป็นราว 85% ของการติดตั้งหุ่นยนต์ประเภทนี้ในปี 2568 จากปัจจัยด้านกำลังการผลิต ซัพพลายเชน และการสนับสนุนจากภาครัฐ
อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การผลิตเพิ่มขึ้นคือการแข่งขันด้านต้นทุนของผู้ผลิตจีน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ บริษัท Unitree Robotics ซึ่งปรับลดราคาจำหน่ายหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น R1 ให้มีราคาเริ่มต้นเพียง 29,900 หยวน ส่งผลให้ต้นทุนในการเข้าถึงหุ่นยนต์ลดลง และเปิดโอกาสให้ลูกค้าในภาคธุรกิจสามารถนำหุ่นยนต์ไปทดลองใช้งานหรือประยุกต์ใช้ได้มากขึ้น
การลดราคาดังกล่าวสะท้อนการแข่งขันของผู้ผลิตจีนที่พยายามผลักดันให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไม่ใช่เทคโนโลยีเฉพาะทางที่มีราคาสูง แต่สามารถผลิตและจำหน่ายได้ในปริมาณมากเหมือนสินค้าอุตสาหกรรมประเภทอื่น
แม้ว่าการผลิตได้มากกว่า 100,000 ตัวจะเป็นก้าวสำคัญ แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จทั้งหมดของอุตสาหกรรม การผลิตในระดับนี้หมายความว่าห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดต้องขยายตัวตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตมอเตอร์และแอกชูเอเตอร์ แบตเตอรี่ เซ็นเซอร์ ชิปประมวลผล และฮาร์ดแวร์เฉพาะทางสำหรับการประมวลผลเอไอ ซึ่งล้วนเป็นชิ้นส่วนสำคัญของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อมีหุ่นยนต์จำนวนมากถูกนำไปใช้งานจริง ก็จะเกิดข้อมูลการทำงานจำนวนมหาศาล ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ฝึกโมเดลเอไอ ปรับปรุงการควบคุม การเคลื่อนไหว และพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะสะท้อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมในระยะยาวไม่ใช่เพียงจำนวนหุ่นยนต์ที่ผลิตได้ แต่คือจำนวนหุ่นยนต์ที่ถูกนำไปใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง หากหุ่นยนต์ส่วนใหญ่ยังถูกเก็บไว้ในคลังสินค้า หรือใช้งานเพียงโครงการทดลองระยะสั้น ก็อาจยังไม่สะท้อนว่าตลาดเข้าสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ
เวที WAIC 2026 โชว์เทคโนโลยีเอไอและหุ่นยนต์รุ่นใหม่
ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมเอไอและหุ่นยนต์จีนจะถูกนำเสนอในงาน World Artificial Intelligence Conference 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด AI Partnership for a Brighter Future หรือความร่วมมือด้านเอไอเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
งานปีนี้แบ่งออกเป็น 6 ส่วนหลัก ครอบคลุมการประชุมวิชาการ นิทรรศการ การบ่มเพาะนวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านเทคโนโลยี มีผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมมากกว่า 1,100 ราย และจะมีการจัดแสดงผลงานมากกว่า 3,000 ชิ้น โดยในจำนวนนี้มีผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 300 รายการที่เตรียมเปิดตัวครั้งแรกของโลกภายในงาน
อ้างอิง: Xinhua และ Robots Beat