โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Bitcoin จะฟื้นในเดือนกรกฎาคมไหม? สถิติชี้ BTC ขึ้นเฉลี่ย 7.6% นักวิเคราะห์ลุ้นแตะ 75,000 ดอลลาร์

ทันหุ้น

อัพเดต 29 มิ.ย. เวลา 04.06 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. เวลา 04.06 น.

Bitcoin จะฟื้นในเดือนกรกฎาคมไหม? สถิติชี้ BTC ขึ้นเฉลี่ย 7.6% นักวิเคราะห์ลุ้นแตะ 75,000 ดอลลาร์

ราคา Bitcoin (BTC) กำลังจะปิดเดือนมิถุนายน 2569 ด้วยการร่วงราว 18.5% ซึ่งเป็นการขาดทุนรายเดือนหนักที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2565 และยังต้องลุ้นรักษาแนวรับเชิงจิตวิทยาที่ 60,000 ดอลลาร์ (~2.00 ล้านบาท) พูดง่ายๆ ก็คือ เดือนหน้ากลายเป็นจุดวัดใจ ว่าจะฟื้นตามสถิติเดือนกรกฎาคมที่ BTC เคยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +7.6% หรือจะร่วงต่อตามสัญญาณทางเทคนิคที่ยังน่ากังวล น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว

📉 มิถุนายนสุดโหด — BTC หลุดแนว 60,000 ดอลลาร์

เดือนมิถุนายน 2569 เป็นช่วงเวลาที่หนักหน่วงสำหรับนักลงทุน Bitcoin โดยราคาเปิดเดือนที่ระดับราว 73,600 ดอลลาร์ ก่อนไหลลงต่อเนื่องจนมาเคลื่อนไหวใกล้ 60,000 ดอลลาร์ (~2.00 ล้านบาท) คิดเป็นการปรับลงราว 18.5% ภายในเดือนเดียว ซึ่งสอดคล้องกับแรงกดดันจากเงินไหลออกของกองทุน Spot Bitcoin ETF (กองทุน ETF ที่อิงราคา Bitcoin โดยตรง) ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนเรื่องการลดดอกเบี้ยของเฟด

กราฟรายเดือนของBTC/USD แหล่งที่มา: TradingView

คำถามสำคัญตอนนี้คือ แรงขายจะลากยาวต่อในเดือนกรกฎาคม หรือ BTC กำลังตั้งหลักเพื่อฟื้นตัว?

🧲 “โซนแม่เหล็ก” ที่ 67,600 ดอลลาร์ และโอกาส Short Squeeze

นักวิเคราะห์ Fleh (@cryptofleh) มองว่ากรกฎาคมอาจเป็น “เดือนกระทิง” ของ Bitcoin โดยตั้งเป้าราคาไว้ที่ 75,000 ดอลลาร์ (~2.50 ล้านบาท) สมมติฐานนี้อ้างอิงจาก Liquidation Heatmap (แผนภาพแสดงระดับราคาที่สถานะเลเวอเรจมีโอกาสถูกบังคับปิด) ของคู่ BTC/USDT บน Binance ที่แสดงการกระจุกตัวของสถานะ Short จำนวนมากเหนือราคาปัจจุบัน

จุดที่น่าสนใจที่สุดอยู่ใกล้ระดับ 67,645 ดอลลาร์ (~2.26 ล้านบาท) ซึ่งกราฟแสดงเลเวอเรจรอชำระบัญชีราว 247.39 ล้านดอลลาร์ (~8,260 ล้านบาท) และเลเวอเรจ Short สะสมรวมราว 2.26 พันล้านดอลลาร์ (~7.55 หมื่นล้านบาท) สำหรับมือใหม่ บริเวณแบบนี้มักถูกเรียกว่า “Magnet Zone” (โซนแม่เหล็ก) เพราะเมื่อสถานะเลเวอเรจกระจุกตัวกันมากๆ ราคามักถูกดึงเข้าหาโซนนั้น

หากราคาดีดกลับขึ้นไปทดสอบ 67,600 ดอลลาร์ ผู้ที่เปิดสถานะ Short อาจถูกบังคับปิดสถานะ ซึ่งการปิด Short ต้องซื้อ Bitcoin กลับคืน จึงเกิดแรงซื้อใหม่และอาจจุดชนวน Short Squeeze (ภาวะที่ผู้ขายชอร์ตแห่ปิดสถานะพร้อมกัน ดันราคาพุ่งแรง) ทั้งนี้เป็นเพียงมุมมองของนักวิเคราะห์รายดังกล่าว ไม่ใช่การฟันธงทิศทางราคาแต่อย่างใด

ผลตอบแทนรายเดือนของBitcoin โดยติดตามผลการดำเนินงานในเดือนกรกฎาคมตั้งแต่ปี2013 ที่มา: CoinGlass/CGT_Trader

แนวโน้มนี้ปรากฏแม้ในปีตลาดหมี เช่น กรกฎาคม 2561 BTC ขึ้น 20.96% และกรกฎาคม 2565 ขึ้น 16.8% ส่วนข้อมูลล่าสุด กรกฎาคม 2567 ขึ้น 2.95% และกรกฎาคม 2568 ขึ้น 8.13% นอกจากนี้ สถิติ Seasonality (รูปแบบผลตอบแทนตามฤดูกาล) ของ “ปีกลางเทอมเลือกตั้งสหรัฐฯ” ยังชี้ว่ากรกฎาคมเฉลี่ยสูงถึง +10.3% เทียบกับมิถุนายนที่เฉลี่ย -17%

หากคำนวณจากราคาปัจจุบันราว 60,000 ดอลลาร์ ค่าเฉลี่ย 7.6% จะชี้ไปที่ราว 64,500 ดอลลาร์ (~2.15 ล้านบาท) ขณะที่ค่าเฉลี่ยปีกลางเทอม 10.3% ชี้ไปราว 66,100 ดอลลาร์ (~2.21 ล้านบาท) และหากเกิดการรีบาวด์แบบปี 2561/2565 ราคาอาจขยับไปโซน 70,000–72,500 ดอลลาร์ (~2.34–2.42 ล้านบาท)

⚠️ อีกด้านของเหรียญ — สัญญาณทางเทคนิคที่ยังเสี่ยงขาลง

อย่างไรก็ตาม ภาพทางเทคนิคยังไม่ปลอดภัยเสียทีเดียว การที่ BTC หลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาวบริเวณราว 62,445 ดอลลาร์ (~2.09 ล้านบาท) เพิ่มความเสี่ยงขาลงต่อในเดือนกรกฎาคม เพราะการหลุดแนวรับค่าเฉลี่ยระยะยาวลักษณะนี้เคยเกิดก่อนช่วงอ่อนตัวรุนแรงในตลาดหมีปี 2565 มาแล้ว

นอกจากนี้ การเบรกลงของรูปแบบ Bear Flag (รูปแบบกราฟที่ราคาพักตัวเล็กน้อยหลังร่วงแรง ก่อนปักหัวลงต่อ) ยังเพิ่มโอกาสที่ราคาจะไหลลงทดสอบ 55,000 ดอลลาร์ (~1.84 ล้านบาท) หาก BTC ไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยดังกล่าวได้เร็วพอ

อ้างอิงต้นฉบับ:Cointelegraph

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/bitcoin-price-july-recovery

Binance เงินไหลออกสุทธิทะลุ 400 ล้านดอลลาร์! หลังถอน MiCA ในกรีซ ก่อนเส้นตาย EU 1 ก.ค.

Binance (เอ็กซ์เชนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้านปริมาณการซื้อขาย) เผชิญเงินไหลออกสุทธิ (Net Outflows — ยอดเงินที่ถูกถอนออกมากกว่าที่ฝากเข้าในช่วงเวลาหนึ่ง) กว่า 400 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.34 หมื่นล้านบาท) ในสัปดาห์ที่เริ่มต้นวันที่ 22 มิ.ย. 2569 หลังประกาศถอนใบสมัครใบอนุญาตภายใต้กฎ MiCA ในกรีซ เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเส้นตายการเปลี่ยนผ่านของสหภาพยุโรปในวันที่ 1 ก.ค. ที่ Binance จะเริ่มจำกัดบริการบางส่วนสำหรับผู้ใช้ใน EU พูดง่ายๆ ก็คือ ตลาดกำลังจับตาว่ากระแสเงินจะไหลไปทางคู่แข่งรายใดมากที่สุด

💸 เงินไหลออก 400 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของสินทรัพย์ Binance?

จากข้อมูลของ DefiLlama (แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลออนเชนด้าน DeFi และเอ็กซ์เชน) ที่ Cointelegraph ตรวจสอบเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยอดเงินไหลออกสุทธิ 7 วันของ Binance คิดเป็นเพียง 0.3% ของสินทรัพย์ที่ติดตามได้มูลค่า 1.333 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 4.45 ล้านล้านบาท) และหากตัด BNB (โทเคนประจำแพลตฟอร์มของ Binance) ออก ยอดดังกล่าวจะเท่ากับ 0.35% ของสินทรัพย์คริปโตมูลค่า 1.138 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 3.8 ล้านล้านบาท)

Binance เป็นผู้นำในบรรดาเว็บเทรดที่ติดตามในด้านยอดเงินไหลออกสุทธิรายสัปดาห์แหล่งที่มา: DefiLlama

จุดที่น่าสนใจคือ Binance บันทึกเงินไหลออกสุทธิรายวันสูงถึง 1.96 พันล้านดอลลาร์ (ราว 6.55 หมื่นล้านบาท) ในวันพุธ ซึ่งเป็นวันที่ประกาศถอนใบสมัคร MiCA ในกรีซ ก่อนจะตามมาด้วยอีก 2.52 พันล้านดอลลาร์ และ 1.46 พันล้านดอลลาร์ในสองวันถัดมา

การไหลเข้าสุทธิรายวันในระดับหลายพันล้านดอลลาร์ไม่ใช่เรื่องผิดปกติสำหรับBinance แหล่งที่มา: DefiLlama

อย่างไรก็ตาม ขนาดของเงินไหลออกระดับนี้ถือว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ สำหรับ Binance ที่มียอดเงินเข้า-ออกระดับพันล้านดอลลาร์ต่อวันเป็นประจำ และข้อมูลชุดนี้ก็ไม่ได้ระบุแหล่งที่มาเชิงภูมิศาสตร์ของการเคลื่อนย้ายเงินแต่อย่างใด

🇪🇺 MiCA คืออะไร และทำไมเส้นตาย 1 ก.ค. จึงสำคัญ

MiCA (Markets in Crypto-Assets Regulation — กรอบกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์คริปโตฉบับรวมศูนย์ของสหภาพยุโรป) คือกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ให้บริการคริปโตต้องได้รับใบอนุญาตจึงจะดำเนินกิจการในกลุ่มประเทศ EU ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป Binance จะเริ่มจำกัดการเปิดบัญชีใหม่และบริการบางส่วนสำหรับผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบใน EU

ทาง ESMA (European Securities and Markets Authority — หน่วยงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดของสหภาพยุโรป) ระบุในแถลงการณ์วันที่ 23 มิ.ย. ว่า ผู้ให้บริการที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตภายใน 1 ก.ค. ต้อง “ดำเนินการทันที” เพื่อยุติกิจกรรมใน EU และจำกัดบริการให้เหลือเพียงการขาย โอน ย้ายสินทรัพย์ หรือปิดสถานะเท่านั้น

🏆 ใครคือผู้ชนะจาก MiCA? คำตอบยังไม่ชัดอย่างที่คิด

เอ็กซ์เชนคู่แข่งหลายรายพยายามดึงดูดผู้ใช้ Binance ก่อนถึงเส้นตาย โดย OKX ซึ่งเป็นหนึ่งในเอ็กซ์เชนที่ออกตัวชัดเจนที่สุดในการชิงผู้ใช้ บันทึกเงินไหลเข้าสุทธิ 285.5 ล้านดอลลาร์ (ราว 9.54 พันล้านบาท) ในช่วงเดียวกัน และได้รับอนุมัติ MiCA ในมอลตาตั้งแต่เดือนมกราคม 2568

แต่ที่น่าสนใจคือ OKX กลับอยู่อันดับ 3 ในด้านเงินไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์ ตามหลัง Bitget ที่ 710 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.37 หมื่นล้านบาท) และ Bitfinex ที่ 400 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.34 หมื่นล้านบาท) — โดยทั้งสองรายนี้ ยังไม่ปรากฏ อยู่ในทะเบียน MiCA ชั่วคราวของ ESMA ที่อัปเดตล่าสุดเมื่อวันศุกร์

🗣️ Binance ยืนยัน “ยุโรปยังสำคัญ” แม้พลาดเส้นตาย

นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant (แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน) นาม Maartunn เปิดเผยกับ Cointelegraph ว่า การเทรดด้วยสกุลเงินยูโรคิดเป็นเพียง 1% ของปริมาณการซื้อขาย Spot บน Binance ซึ่งอาจช่วยจำกัดผลกระทบจาก MiCA ต่อเอ็กซ์เชนได้

อย่างไรก็ตาม Binance ส่งสัญญาณต่อสาธารณะว่าตั้งใจจะเดินหน้าขอใบอนุญาต MiCA ต่อไป แม้จะพลาดเส้นตาย 1 ก.ค. ก็ตาม โดย Yi He ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า บริษัทให้ความสำคัญกับตลาดยุโรป แม้จะเป็นส่วนเล็กแต่ก็เป็นส่วนที่สำคัญของธุรกิจ

ขณะเดียวกัน Binance ได้เริ่มแจ้งผู้ใช้บางรายใน EU ให้ย้ายเงินไปยังกระเป๋าแบบ Self-custodial (กระเป๋าที่ผู้ใช้ถือกุญแจส่วนตัวเอง ไม่ผ่านตัวกลาง) หรือเอ็กซ์เชนอื่น โดยตัวแทนของ Binance ชี้แจงว่าข้อจำกัดจะแตกต่างกันไปตามเขตอำนาจศาลของผู้ใช้ และผู้ใช้ที่ไม่ได้รับบริการผ่านนิติบุคคลที่จดทะเบียนในท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ

อ้างอิงต้นฉบับ:Cointelegraph (ข้อมูล: DefiLlama, ESMA, CryptoQuant)

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/binance-400m-net-outflows-mica-deadline

Grayscale แนะ Strategy ขาย Bitcoin 3 พันล้านดอลลาร์ กู้ความเชื่อมั่น หลัง STRC ร่วง

Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale ออกมาโพสต์บน X เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าเขา “หวัง” ให้ Strategy(บริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก เดิมชื่อ MicroStrategy) ขาย Bitcoin อย่างน้อย 3 พันล้านดอลลาร์ (~100,170 ล้านบาท) เพื่อปิดภาระเงินสดเกือบทั้งหมดในอีก 2 ปีข้างหน้า และฟื้นความเชื่อมั่นในโครงสร้างทุนของบริษัท ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางหุ้นบุริมสิทธิ์ STRC ที่ร่วงต่ำกว่าราคาพาร์มาหลายสัปดาห์ และหุ้นสามัญ MSTR ที่ดิ่งลงเกือบ 27% ภายในสัปดาห์เดียว

📉 Pandl เสนออะไร และทำไมถึงน่าสนใจ

Grayscale (บริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโตรายใหญ่ ผู้ออกกองทุน Bitcoin และ Ethereum หลายตัว) โดย Zach Pandl วางสองฉากทัศน์สำหรับสัปดาห์ที่จะถึงนี้ของ Strategy ไว้อย่างตรงไปตรงมา

ฉากแรกคือสิ่งที่เขา “คาดว่าจะเกิด” นั่นคือ Strategy จะขึ้นอัตราปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ์ STRC อีก 50 เบสิสพอยต์ (basis point — หน่วยวัดอัตราดอกเบี้ย โดย 100 bp = 1%) ซึ่งจะเพิ่มภาระจ่ายปันผลราว 100 ล้านดอลลาร์ (~3,340 ล้านบาท) ต่อปีในช่วง 2 ปีข้างหน้า โดย Pandl ระบุว่าทางเลือกนี้ “อาจไม่ช่วยเรื่องความเชื่อมั่นของตลาดเท่าไรนัก”

ส่วนฉากที่เขา “หวังให้เกิด” คือการที่ Strategy ขาย Bitcoin มูลค่าตั้งแต่ 3 พันล้านดอลลาร์ (~100,170 ล้านบาท) ขึ้นไป ซึ่งจะครอบคลุมภาระเงินสดเกือบทั้งหมดได้ในคราวเดียว และน่าจะช่วยกู้ความเชื่อมั่นกลับมาได้ดีกว่า

💡มุมที่น่าคิดคือคำแนะนำนี้สวนสัญชาตญาณตลาดพอสมควรเพราะการขายBitcoin ก้อนใหญ่มักถูกมองว่าเป็นข่าวร้ายแต่Pandl มองว่าการขายอย่างโปร่งใสและมีแบบแผนกลับช่วย“ปลดล็อก” ความไม่แน่นอนที่ตลาดกำลังกังวลอยู่ได้

💸 ภาระปันผล STRC และเงินสดที่หดตัวลงเรื่อยๆ

ปัจจุบัน Strategy มีภาระจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ์ราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ (~40,070 ล้านบาท) ต่อปี โดยมาจาก STRC (หุ้นบุริมสิทธิ์อัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ Strategy ออกขายเพื่อระดมทุนไปซื้อ Bitcoin) เป็นหลัก

STRC ถูกออกแบบให้ซื้อขายใกล้ราคาพาร์ที่ 100 ดอลลาร์ (~3,339 บาท) ต่อหุ้น แต่กลับร่วงลงมาต่อเนื่อง โดยเมื่อวันศุกร์ลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 71.25 ดอลลาร์ (~2,379 บาท) หรือคิดเป็นส่วนลดถึง 28.75% จากพาร์ ขณะที่หุ้นสามัญ MSTR ก็ไม่ต่างกันนัก ปิดตลาดวันศุกร์ที่ 82.31 ดอลลาร์ (~2,748 บาท) ลดลง 26.86% ตลอดสัปดาห์

ตามเอกสาร 8-K (รายงานเหตุการณ์สำคัญที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ) ฉบับล่าสุด Strategy ซื้อ Bitcoin เพิ่ม 520 เหรียญ มูลค่า 34.9 ล้านดอลลาร์ (~1,170 ล้านบาท) ในช่วงวันที่ 15–21 มิถุนายน พร้อมเพิ่มเงินสดสำรองอีก 300 ล้านดอลลาร์ (~10,020 ล้านบาท) ขึ้นเป็น 1.4 พันล้านดอลลาร์ (~46,750 ล้านบาท) — แต่ตัวเลขนี้ครอบคลุมการจ่ายปันผลได้เพียงราว 14 เดือนเท่านั้น ลดลงอย่างมากจากที่เคยมีกันชนยาวถึง 7 ปี

🔄 ทางเลือกอื่นนอกจากการขาย Bitcoin

ฝั่ง CryptoQuant (บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน) ออกรายงานเมื่อวันอังคาร เสนอว่า Strategy ควร “หยุดซื้อ Bitcoin” และหันมาเติมเงินสดสำรองที่ลดลงไปแล้ว 38% ในปี 2569 (2026) แทน โดยย้ำว่าบริษัทไม่จำเป็นต้องขาย Bitcoin เพื่อพยุงราคา STRC เพราะมีเครื่องมืออื่น เช่น การขึ้นอัตราผลตอบแทนปันผลที่ปัจจุบันอยู่ที่ 11.5%

ด้าน Samson Mow ผู้สนับสนุน Bitcoin คนสำคัญ มองต่างออกไป เขาชี้ว่า STRC มี “กลไกซ่อมแซมตัวเอง” (self-repairing mechanism) ในตัว — เมื่อราคาตกต่ำกว่าพาร์ที่ 100 ดอลลาร์ Strategy จะหยุดการออกหุ้นใหม่แบบทยอยเข้าตลาด (ATM issuance) ทำให้ Supply หุ้นใหม่หยุดไหลเข้า ขณะเดียวกันราคาที่ต่ำลงก็ทำให้ผลตอบแทนสำหรับผู้ซื้อรายใหม่สูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่ง Mow เชื่อว่าจะดึงดูดแรงซื้อใหม่ และค่อยๆ ดันราคากลับเข้าใกล้พาร์ในที่สุด

อ้างอิงต้นฉบับ:Cointelegraph (ตรวจสอบเพิ่มเติมจากKuCoin, U.Today, Bloomingbit และเอกสาร8-K ของStrategy ต่อก.ล.ต. สหรัฐฯ)

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/grayscale-pandl-strategy-sell-3b-bitcoin-restore

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...