โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วีระยุทธ’ สับรัฐบาลวางงบติดแกลม เพิ่มเงินอุดหนุน EV ต่างประเทศ แต่ลดงบพัฒนาทักษะแรงงานไทย 9%

The Momentum

อัพเดต 30 มิถุนายน 2569 เวลา 1.02 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

วันนี้ (29 มิถุนายน 2569) ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ที่มีงบประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท โดยตอนหนึ่ง วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายโดยชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลกำลังทิ้งอุตสาหกรรมไทย ผ่านการลดงบประมาณด้านการพัฒนาแรงงานเป็นจำนวน 9% เพื่อไปใช้อุดหนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แทน สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำที่ไม่รู้ว่าต้องการสร้างอะไรให้กับประเทศไทย

วีระยุทธอภิปรายว่า ไม่นานมานี้ รัฐบาลมีเป้าหมายจะพาประเทศไทยเป็นประเทศร่ำรวยในอีก 12 ปีข้างหน้า กล่าวคือ คนไทยต้องมีรายได้เฉลี่ย 1.4 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.6 แสนบาท) ประมาณตามเกณฑ์ธนาคารโลก แต่ปัจจุบันคนไทยมีรายได้เฉลี่ยเพียง 7,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.3 แสนบาท) คิดเป็นเกือบ 2 เท่า ดังนั้นรัฐบาลจะมาคิดในกรอบ ‘คนละครึ่ง’ ไม่ได้ เพราะในไตรมาสแรกของปี 2569 ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ทำ GDP โตขึ้นเพียง 2.5% ของเป้าหมายเท่านั้น

รองหัวหน้าพรรคประชาชนระบุต่อว่า ประเทศไทยจะยังไม่หลุดกับดักรายได้ปานกลาง หากรัฐบาลยังทำนโยบายด้วยแรงขับที่เรียกว่า ‘FOMO’ (Fear of Missing Out) หรือกลัวตกกระแส จนต้องทำโปรโมชันลด-แลก-แจก-แถม ไม่กล้าเข้าไปเจรจาต่อรอง เพื่อดึงดูดเทคโนโลยีเข้ามาในประเทศไทย

รวมถึงจัดทำงบประมาณแบบ ‘ติดแกลม’ โดยวีระยุทธมองว่า รัฐบาลมีพฤติกรรม ‘ชอบทิ้งของเก่า กระโจนไปหาของใหม่’ เนื่องจากยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมล่าสุดที่กำลังจะถูกทิ้ง โดยรัฐบาลพยายามจะเกาะกระแสยานยนต์ EV ใช้เงินซื้อรถ แต่ไม่ใช้เงินสร้างอุตสาหกรรม ซึ่งยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่า 10% ต่อ GDP ของประเทศไทย และมีอัตราการจ้างงานสูง แต่กลับกลายเป็นอุตสาหกรรมที่เสี่ยงตกงานมากที่สุด

“พอรัฐบาลติดนิสัย FOMO กลัวตกเทรนด์ กลัวตกกระแส ก็เลยใช้เงินแบบติดแกลม ใช้เงินซื้อยอดขาย ใช้เงินซื้อรถ ไม่ได้ใช้เงินสร้างอุตสาหกรรม”

สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฉายภาพต่อว่า ในปี 2563 รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เพื่อหารือถึงนโยบายสนับสนุนเงินให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลเคยให้งบประมาณสนับสนุนค่ายรถยนต์สูงสุด 1.5 แสนบาทต่อคัน

ปัจจุบันรัฐบาลใช้เงินอุดหนุนค่ายรถไฟฟ้าไปทั้งสิ้น 2.1 หมื่นล้านบาท และยังสูญเสียรายได้จากการยกเว้นภาษีอากรขาเข้าจำนวนปีละ 1.3 หมื่นล้านบาท ปัญหาที่ตามมาคือ การผลิตชดเชยที่ค่ายรถไฟฟ้าที่รัฐบาลให้เงินอุดหนุน ไม่สามารถผลิตรถยนต์ชดเชยได้ตามเป้าหมาย และไม่เชื่อมโยงกับผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content)

ในปีนี้ รัฐบาลตั้งงบประมาณด้านยานยนต์สูงเกือบ 4,000 ล้านบาท แต่กว่า 90% ของงบประมาณยานยนต์สมัยใหม่ ถูกใช้ไปกับการอุดหนุนค่ายรถยนต์คิดเป็น 3,500 ล้านบาท แต่เหลืองบประมาณไม่ถึง 100 ล้านบาทสำหรับการพัฒนาแรงงาน

วีระยุทธตั้งคำถามถึงการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ของทีมเศรษฐกิจรัฐบาลนี้ว่า ต้องการใช้เงินสร้างอะไรให้กับประเทศไทย พร้อมชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลเลือกที่จะให้ความสำคัญกับรถยนต์ EV มากกว่าการพัฒนาแรงงานในอุตสาหกรรม

มิหนำซ้ำ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ด้านการพัฒนาแรงงานกลับถูกตัดงบ 9% ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า งบประมาณเพียงเท่านี้จะ ‘เพียงพอ’ ต่อการยกระดับอุตสาหกรรมจริงหรือไม่ เพราะประเทศไทยไม่ได้ขาดงบประมาณในการลงทุน แต่ขาดยุทธศาสตร์และบุคลากรที่เข้าใจภาคการผลิต ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการจ้างงานและแหล่งพัฒนาเทคโนโลยี

ทั้งนี้ พรรคประชาชนมีข้อเสนอว่า รัฐบาลควรเปลี่ยนบอร์ดอีวีมาเป็นบอร์ดยานยนต์แห่งอนาคต เพื่อรองรับเทคโนโลยีอื่นๆ ในอนาคต และรัฐบาลต้องเปลี่ยนวิธีการใช้เงินอุดหนุน มายกระดับแรงงานและการผลิตให้มากขึ้น รวมถึงรัฐบาลยังต้องช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทย เพื่อสร้างทักษะและทางเลือกให้กับแรงงาน เตรียมพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่าน เช่น อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น

วีระยุทธทิ้งท้ายว่า รัฐบาลต้องเลิกกลัวตกเทรนด์ และหันมายกระดับสิ่งที่ประเทศไทยมีให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งรัฐบาลต้องจัดการใช้งบประมาณให้มีความสมดุลในภาคอุตสาหกรรม และวาง ‘วาระของประเทศ’ เหนือ ‘โควตาทางการเมือง’ เพื่อพาประเทศไทยหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...