โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

EURO เจาะตลาดลักซ์ชัวรี ดันงบโต Double-Digit

ทันหุ้น

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#EURO #ทันหุ้น – EURO ปักหมุดรายได้ปี 2569 โต Double-Digit โชว์รูมยักษ์ “Euro Creations T3” ใจกลางทองหล่อ มูลค่า 450 ล้านบาท เตรียมเปิดปลายปี ชูโมเดล One-Stop Luxury Living Destination รวมแบรนด์ลักซ์ชัวรีครบวงจร ดันยอดขายต่อบิลพุ่ง พร้อมรุกตลาดคอนโด Super High-End รับกระแสเศรษฐีทั่วโลกย้ายลงทุน อยู่อาศัยในไทย

นายเควิน กัมบีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ EURO ผู้ดำเนินธุรกิจ Luxury Lifestyle and Wellness Living Solutions เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้ในระดับ Double-Digit โดยมั่นใจว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกยังเติบโตได้ในระดับดังกล่าว และแนวโน้มครึ่งปีหลังจะยังขยายตัวต่อเนื่อง หลังไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 46.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.07% และมีรายได้รวม366.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

@โชว์รูมใหม่หนุน

สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากโชว์รูมที่เปิดให้บริการไปก่อนหน้านี้ ทั้งสาขาภูเก็ตและทองหล่อ ซอย 5 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และช่วยผลักดันยอดขายอย่างต่อเนื่อง

อีกปัจจัยสำคัญคือ การเปิดตัวโชว์รูมแห่งใหม่ “Euro Creations T3” บนทำเลใจกลางทองหล่อ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยถือเป็นโชว์รูมที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท ใช้งบลงทุนประมาณ 450 ล้านบาท มีพื้นที่รวมกว่า 10,000 ตารางเมตร และพื้นที่จำหน่ายสินค้ากว่า 4,000 ตารางเมตร ส่งผลให้บริษัทมีโชว์รูมรวม 10 สาขาทั่วประเทศ

บริษัทมองว่าในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า อาจไม่มีการลงทุนโชว์รูมขนาดใหญ่ในลักษณะเดียวกันอีก แต่จะเน้นการขยายโชว์รูมขนาดเล็กใช้งบลงทุนราว 10-20 ล้านบาท หรือปรับปรุงโชว์รูมเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขาย

นายเควิน กล่าวต่อว่า จุดเด่นของโชว์รูมแห่งใหม่คือการรวบรวมสินค้าเกือบทุกแบรนด์ไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อสร้างประสบการณ์การเลือกซื้อแบบครบวงจร(One-Stop Luxury Living Destination) ตั้งแต่ระบบ Smart Home ห้องน้ำ ห้องครัว เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เครื่องเสียงแบรนด์ Bang & Olufsen (B&O) ไปจนถึงที่นอนและหมอนระดับพรีเมียม ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าควบคู่ (Cross Selling) และเพิ่มมูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อหนึ่งลูกค้า

@รุกตลาดไฮเอนด์

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายตลาด B2B ผ่านการจำหน่ายสินค้าให้โครงการคอนโดมิเนียมระดับ Super High-End ในกรุงเทพฯ และจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับความนิยมจากกลุ่มนักลงทุนและผู้มีฐานะจากต่างประเทศที่ย้ายเข้ามาพำนักในประเทศไทย โดยเฉพาะในย่านสวนลุมพินีและภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับตลาด B2C ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 60% ของรายได้รวม เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ให้อัตรากำไรสูงกว่า ขณะที่ตลาด B2B จะเป็นตัวช่วยเพิ่มปริมาณยอดขายและขยายฐานลูกค้าในระยะยาว

นายเควิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปัจจุบันต้องพิจารณาเป็นรายเซ็กเมนต์ โดยตลาดระดับกลางถึงระดับล่างยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากแรงซื้อของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งทั้งชาวไทยและต่างชาติ ส่งผลให้ความต้องการคอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยระดับHigh-End ยังอยู่ในระดับสูง และเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...