โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนไม่ใช่หุ่นยนต์!! ทำไมผู้ตัดสินในฟุตบอลโลก 2026 ถึงดูเหมือน "ไซบอร์ก"

SIAMSPORT

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
หากจำกันได้

หากจำกันได้ "มีม" ไวรัลชิ้นแรกของศึกฟุตบอลโลก 2026 เกิดขึ้นตั้งแต่นัดเปิดสนาม และตัวเอกกลับไม่ใช่นักเตะ แต่เป็น "ผู้ตัดสิน" ที่ลงทำหน้าที่พร้อมอุปกรณ์ไฮเทค ทั้งชุดหูฟัง ไมโครโฟน และกล้องขนาดเล็กที่ติดอยู่บริเวณขมับ

ภาพลักษณ์ดังกล่าวทำให้โลกออนไลน์พากันเปรียบเทียบผู้ตัดสินกับ "โรโบคอป" (RoboCop) หุ่นตำรวจไซบอร์กชื่อดังในภาพยนตร์ยุค 90 จนกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์

ขณะเดียวกัน บนโซเชียลมีเดียก็เต็มไปด้วยมุกตลกและการจินตนาการว่า ผู้ตัดสินในฟุตบอลโลกครั้งต่อไป หรืออีก 10 ปีข้างหน้า อาจสวมใส่อุปกรณ์ล้ำสมัยมากยิ่งกว่านี้ จนดูเหมือนมนุษย์กึ่งจักรกลอย่างแท้จริง

จริงๆ แล้วเทคโนโลยีที่ติดตัวผู้ตัดสินเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้กับวงการลูกหนัง และทำให้เกมมีความยุติธรรมมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากสิ่งเหล่านี้จะมีการพัฒนาเพื่อทำให้ฟุตบอลเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความขาวสะอาด!!

จุดเด่นสำคัญคือ "กล้องติดขมับ" ที่ทำงานร่วมกับ "เอไอ" (AI)

หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญของฟุตบอลโลก 2026 คือ "เรฟแคม" (RefCam) หรือกล้องที่ติดอยู่กับตัวผู้ตัดสิน ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนมองว่าตุลาการสนามดูคล้าย "ไซบอร์ก"

อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นกล้องขนาดเล็กที่ติดไว้บริเวณขมับหรือบนชุดหูฟังของผู้ตัดสิน ทำหน้าที่บันทึกภาพจากมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ทำให้ผู้ชมได้เห็นภาพเกือบทุกอย่างเหมือนกับที่ผู้ตัดสินเห็นแบบเรียลไทม์

  • แม้เมื่อสวมใส่อุปกรณ์ทั้งหมดแล้วจะดูค่อนข้างเทอะทะ แต่ตัวกล้องเรฟแคมมีน้ำหนักเพียง ไม่เกิน 15 กรัม

  • สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียด 1080p และส่งสัญญาณผ่านเครือข่าย 5G ส่วนตัว

  • อุปกรณ์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดย รีเดล คอมมินิเคชั่นส์ (Riedel Communications) บริษัทจากเยอรมนีที่เชี่ยวชาญด้านระบบสื่อสารสำหรับการถ่ายทอดสดกีฬา

นอกจากตัวกล้องแล้ว ยังมีชุดแบตเตอรี่และอุปกรณ์ส่งสัญญาณแยกต่างหาก ซึ่งโดยทั่วไปจะติดไว้บริเวณต้นแขน แต่ผู้ตัดสินบางคนเลือกติดไว้ด้านหลัง ทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมยิ่งดูเหมือนอุปกรณ์จากโลกอนาคต

อย่างไรก็ตาม การใช้งานเรฟแคมไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น เพราะยังต้องรับมือกับปัญหาหลายด้าน ทั้งแรงสั่นสะเทือนจากการวิ่งของผู้ตัดสิน ความหน่วงของสัญญาณ รวมถึงคลื่นรบกวนจากโทรศัพท์มือถือหลายหมื่นเครื่องภายในสนามและอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ระบบจึงยังต้องสามารถส่งภาพถ่ายทอดสดออกอากาศได้แทบจะ ไร้ความหน่วง เพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์แบบเรียลไทม์มากที่สุด

ยกระดับการชมฟุตบอลให้ตื่นเต้นสมจริงยิ่งขึ้น

ฟีฟ่าใช้ "เอไอ" (AI) ช่วยประมวลผลภาพจากเรฟแคม เพื่อให้ถ่ายทอดสดได้อย่างลื่นไหล โดยเบื้องหลังการทำงานของเรฟแคมไม่ได้มีเพียงกล้องตัวเล็กที่ติดอยู่กับผู้ตัดสินเท่านั้น แต่องค์กรลูกหนังโลกยังใช้ระบบส่งสัญญาณไร้สายแบบพิเศษ

ขณะที่ ลีโนโว่ (Lenovo) นำสัญญาณภาพไปประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ภายในสนาม เพื่อช่วยลดการสั่นไหวและทำให้ภาพมีความนิ่งมากขึ้น โดย "เอไอ" จะวิเคราะห์สิ่งที่อยู่ในเฟรมแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นพื้นสนาม ขานักเตะ อัฒจันทร์ สกอร์บอร์ด หรือท้องฟ้า ก่อนเลือกอัลกอริทึมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับปรับภาพให้ลื่นไหล

  • เรฟแคมถูกนำมาใช้งานในการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้ง 104 นัด

  • ระหว่างการถ่ายทอดสด ผู้ชมจะได้เห็นภาพจากกล้องดังกล่าวเฉพาะในบางจังหวะที่ถูกเลือกเท่านั้น

เป้าหมายสำคัญของ ฟีฟ่า (FIFA) คือการยกระดับประสบการณ์รับชมฟุตบอลให้ตื่นเต้นและสมจริงยิ่งขึ้น โดย ปิแอร์ลุยจิ คอลลิน่า ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินของฟีฟ่า ระบุว่า เรฟแคมจะช่วยให้แฟนบอลเข้าใจการทำงานของผู้ตัดสินมากขึ้น เพราะสามารถเห็นมุมมองเดียวกับผู้ตัดสินและรับรู้ว่าพวกเขาต้องตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ที่รวดเร็วเพียงใด

นอกจากนี้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติยังมีแผนนำภาพที่บันทึกจากเรฟแคมมาใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์และประเมินผลงานของผู้ตัดสินแต่ละคน เพื่อยกระดับมาตรฐานการทำหน้าที่ในอนาคต

ผู้ตัดสินฟุตบอลโลก 2026 มีอุปกรณ์อะไรติดตัวบ้าง?

ในอดีตผู้ตัดสินฟุตบอลต้องมีเพียงนกหวีดและใบเหลือง-ใบแดงก็เพียงพอสำหรับการทำหน้าที่ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก จนผู้ตัดสินในฟุตบอลโลก 2026 ต้องสวมใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดระหว่างการแข่งขัน:

  • ชุดหูฟัง: ช่วยให้ผู้ตัดสินสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ช่วยผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินที่สี่ และทีมงานวีเออาร์ (VAR) ได้ตลอดการแข่งขัน

  • ไมโครโฟน: ใช้สำหรับพูดคุยและยืนยันเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงประกาศผลการตัดสินหลังการตรวจสอบ VAR ผ่านระบบเสียงในสนามและการถ่ายทอดสด

  • สมาร์ตวอตช์ (เรือนที่ 1): เชื่อมต่อกับระบบ "โกล-ไลน์ เทคโนโลยี" (Goal-line Technology) หากลูกฟุตบอลข้ามเส้นประตูเต็มใบ ระบบจะส่งสัญญาณไปยังนาฬิกาภายในเวลาไม่ถึง 1 วินาที

  • นาฬิกาจับเวลา (เรือนที่ 2): ใช้สำหรับติดตามเวลาการแข่งขัน รวมถึงควบคุมเวลาที่ใช้ในการแข่งขันทั้งหมด

เทคโนโลยีอะไรบ้างที่ช่วยผู้ตัดสินในฟุตบอลโลก 2026?

เบื้องหลังการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้มีเพียงอุปกรณ์ที่สวมใส่เท่านั้น แต่ยังมีระบบเทคโนโลยีขนาดใหญ่คอยสนับสนุนการตัดสินตลอดการแข่งขัน

  • ห้องปฏิบัติการ VAR แบบศูนย์กลาง: ตั้งอยู่ที่เมืองดัลลัส สหรัฐอเมริกา ผู้ตัดสินวิดีโอสามารถติดตามและตรวจสอบการแข่งขันจากทุกสนามทั่วอเมริกาเหนือได้จากห้องเดียว

  • การขยายขอบเขต VAR: เพิ่มเติมกรณีการแทรกแซงใบเหลืองที่สองซึ่งนำไปสู่ใบแดง และการแก้ไขกรณีให้ลูกเตะมุมผิดทีม

  • ระบบล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ: ใช้กล้องติดตามการเคลื่อนไหวจำนวน 16 ตัว เก็บข้อมูลมากกว่า 150 ล้านจุดต่อหนึ่งนัด และสร้างภาพการแข่งขันในรูปแบบ 3 มิติ (นักเตะทุกคนถูกสแกนร่างกายแบบ 3 มิติก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์)

  • ลูกฟุตบอลอัจฉริยะ (Triondo): ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวความถี่ 500 เฮิรตซ์ (500 Hz Motion Sensor) บันทึกการเคลื่อนที่ของลูกบอลแบบเรียลไทม์และระบุช่วงเวลาที่นักเตะสัมผัสบอลได้อย่างแม่นยำ

ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในลูกบอลจะทำงานร่วมกับระบบล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ โดยระบบจะนำข้อมูลตำแหน่งนักเตะและจังหวะการจ่ายบอลมาประมวลผลร่วมกัน เพื่อช่วยให้การตัดสินจังหวะล้ำหน้ามีความถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด

ทั้งอุปกรณ์ในตัวผู้ตัดสิน และเทคโนโลยีรอบด้าน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในอนาคตคอบอลจะได้เห็น "ท่านเปา" แต่งตัวเป็นโรโบคอปลงไปทำหน้าที่ตัดสินในสนาม!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...