โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไอติม” เกาะติด “โสภณ” เพิ่งตั้ง คกก. ปมคดีซุกหุ้น “ศักดิ์สยาม” ซื้อเวลา-ฟอกขาวหรือไม่

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“พริษฐ์” เกาะติด ปธ.รัฐสภา ยังไม่ส่งคำร้องต่อ ป.ป.ช. คดีซุกหุ้น “ศักดิ์สยาม” ไปที่ศาล เพิ่งตั้ง คกก. มากลั่นกรอง มองซื้อเวลา-ฟอกขาวหรือไม่ เย้ยบางผลงานที่แถลงอาจเป็นเพียงภาพลวงตาทางสถิติ

วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 16.34 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า ในงานแถลงผลงานของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาวันนี้ เราได้รับความชัดเจนแล้วว่า หลังจากผ่านไป 41 วัน นับแต่วันที่พรรคฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) บางส่วน ได้ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาเพื่อกล่าวหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทางประธานรัฐสภายังไม่ได้ส่งคำร้องต่อไปที่ศาลฎีกาเพื่อให้เกิดการตั้งคณะไต่สวนอิสระ และมีท่าทีจะยืดเวลาออกไปอีก

ทั้งนี้ หลังจากถูกสอบถามโดยสื่อมวลชน ทางประธานโสภณ บอกว่าเมื่อวาน (15 กรกฎาคม) เพิ่งได้เซ็นแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อกลั่นกรองและเสนอแนะว่าประธานรัฐสภาควรจะส่งคำร้องต่อไปที่ศาล หรือปัดตกคำร้องและตัดตอนให้เรื่องไปไม่ถึงศาล โดยนายพริษฐ์ มีข้อสังเกตดังนี้

1. การตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองชุดนี้ เป็นความพยายามในการ “ซื้อเวลา” เพื่อให้เรื่องไปถึงศาลช้าที่สุดหรือไม่ ในเมื่อ

  • 1.1 ครั้งล่าสุดที่มีการยื่นคำร้องตามกลไกนี้ ประธานรัฐสภา ณ เวลานั้น ใช้เวลาไม่ถึง 41 วัน ในการส่งเรื่องไปที่ศาล แต่พอมาครั้งนี้ 41 วันผ่านไป เรื่องยังไปไม่ถึงศาล แต่เรากลับได้เพียงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง
  • 1.2 นายโสภณ ยอมรับเองบนเวทีว่าไม่ได้กำหนดกรอบเวลาใดๆ เลย ว่าคณะกรรมการชุดนี้จะต้องกลั่นกรองและเสนอบทสรุปต่อประธานภายในกี่วัน

2. การตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองชุดนี้ เป็นความพยายามในการ “ฟอกขาว” การตัดตอนการตรวจสอบให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงศาลหรือไม่

  • 2.1 นายโสภณ แจ้งว่า คณะกรรมการชุดนี้ประกอบไปด้วยคนนอกเป็นหลักที่ได้ไปทาบทามเอง แต่กลับไม่เปิดเผยรายชื่อคนนอกให้สังคมได้รับรู้และตรวจสอบเรื่องความเหมาะสม ความเชี่ยวชาญ ความเป็นกลางทางการเมือง

ขณะเดียวกัน นายพริษฐ์ มีข้อเสนอว่า หากการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ไม่ใช่ความพยายามในการซื้อเวลา หรือฟอกขาว การตัดตอนการตรวจสอบ ตนเสนอว่าขั้นต่ำที่ประธานรัฐสภาทำได้ เพื่อเริ่มต้นพิสูจน์ให้สังคมเห็น คือ

1. เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการชุดนี้ให้สังคมได้ร่วมกันตรวจสอบ

2. กำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจนตั้งแต่วันนี้ ว่าคณะกรรมการจะต้องกลั่นกรองเสร็จภายในกี่วัน

3. เชิญผู้เสนอคำร้องเข้าไปชี้แจง เพื่อประกอบการพิจารณา

4. เปิดเผยบันทึกการประชุมทุกนัด และผลการตรวจสอบโดยละเอียด (เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ)

นอกจากนี้ ประธานวิปฝ่ายค้าน ยังเผยถึงผลงานอื่นที่ นายโสภณ พูดถึงบนเวที มีบางผลงานที่เราต้องระมัดระวังในการตีความ เพราะอาจเป็นเพียง “ภาพลวงตาทางสถิติ” ตัวอย่าง 1 การผลักดันกฎหมาย ประธานพูดว่าสมัยแรกของสภาฯ ยุคโสภณ เป็นสมัยประชุมที่มีการผ่านกฎหมายมากที่สุดในรอบ 10 ปีนั้น แม้ในเชิงสถิติอาจจะใช่ แต่เหตุผลหลักที่เป็นเช่นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายหรือการบริหารสภาฯ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (สภาฯ ชุดที่ 27) แต่เป็นเพราะว่าเรามีกฎหมายค้างท่อ ที่ค้างจากสภาฯชุดก่อน (ชุดที่ 26) เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายฉบับผ่านหลายวาระมาแล้ว และเหลืออีกเพียงไม่กี่ขั้นตอนก็จะเสร็จ ก่อนจะมีการยุบสภา

ดังนั้น เมื่อมีการยืนยันกฎหมายที่ค้างจากสภาฯ ชุดที่แล้วให้เข้ามาพิจารณาต่อในสภาฯ ชุดนี้ จำนวนกฎหมายที่ผ่านไปได้ก็ย่อมต้องเยอะเป็นปกติ ส่วนเหตุผลที่เยอะกว่าสภาฯ ชุดก่อนในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ก็เพราะเป็นเพียงการเทียบสภาทั้งหมด 3 ชุด (25 / 26 / 27) ซึ่งสภาฯ ชุดที่ 25 เป็นสภาฯ ที่มาจากการเลือกตั้งชุดแรกหลังรัฐประหาร และสภาฯ ชุดที่ 26 ไม่ได้มีกฎหมายค้างท่อที่เข้าสู่การพิจารณา เพราะการตั้งรัฐบาลมีความล่าช้าจนทำให้เลยกรอบเวลาที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะสามารถมีมติยืนยันกฎหมายค้างท่อได้ทัน

ในทางกลับกันสิ่งที่นายโสภณ พูดแล้วยังไม่ทำ คือการเพิ่มวันประชุมสภาฯ ที่ใช้สำหรับการพิจารณาร่างกฎหมายของ สส. หรือภาคประชาชน (ที่ไม่ใช่กฎหมายของ ครม.) เป็นการเฉพาะ หากทำเช่นนั้นถึงจะพูดได้อย่างเต็มปากว่าสภาฯ ชุดนี้มีการยกระดับประสิทธิภาพในการผลักดันกฎหมายได้จริง ซึ่งตนหวังว่าเราจะได้เห็นสิ่งนี้ในสมัยประชุมหน้า

ตัวอย่าง 2 การตอบกระทู้สดของรัฐมนตรี ประธานพูดว่าสมัยแรกของสภาฯ ยุคโสภณ เป็นสมัยประชุมที่รัฐมนตรีมาตอบกระทู้สดมากหรือมากที่สุด (33 จาก 36 กระทู้) นายพริษฐ์ ระบุว่า แม้สถิติในระบบอาจจะบ่งบอกเช่นนั้น แต่สถิติดังกล่าวเป็นสถิติ “ลวงตา” เพราะแม้ข้อบังคับกำหนดให้ฝ่ายค้านยื่นกระทู้สดในช่วงช่วงเช้าวันพฤหัสบดีว่าจะถามรัฐมนตรีคนไหน เรื่องอะไร แต่ทางวิปรัฐบาลมีการขอให้วิปฝ่ายค้านอำนวยความสะดวกด้วยการแจ้งก่อนล่วงหน้าตั้งแต่วันจันทร์-วันอังคาร ว่าเราจะถามใคร

ดังนั้น หากสัปดาห์ไหนฝ่ายรัฐบาลแจ้งกลับมาว่ารัฐมนตรีคนใดที่ฝ่ายค้านอยากถาม ติดภารกิจหรือไม่สะดวกมาตอบ (ซึ่งความจริงไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะรัฐมนตรีควรวางแผนล่วงหน้าได้ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ) ทางฝ่ายค้านก็อาจจำเป็นต้องยอมเปลี่ยนไปถามรัฐมนตรีคนอื่น เพื่อไม่เสียโควตากระทู้สด เมื่อเป็นแบบนี้สถิติการตอบกระทู้สดที่ขึ้นมาในระบบเลยดูเหมือนจะดี แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนความเป็นจริง เกี่ยวกับความรับผิดชอบของรัฐมนตรีในการจัดสรรเวลามาตอบกระทู้ของฝ่ายค้าน ในหัวข้อที่ฝ่ายค้านต้องการถามเป็นหลัก.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ไอติม” เกาะติด “โสภณ” เพิ่งตั้ง คกก. ปมคดีซุกหุ้น “ศักดิ์สยาม” ซื้อเวลา-ฟอกขาวหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...