ซาร์นิโคลัสที่ 2 เยือนสยาม แต่บรรทมไม่หลับ เพราะดอกไม้ประดับพระวิสูตร
ซาร์นิโคลัสที่ 2เคยเสด็จเยือนสยาม ครั้งยังเป็นมกุฎราชกุมาร เป็นฉากสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับรัสเซียสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ด้วยความที่มาประทับต่างบ้านต่างเมือง จึงไม่วายเกิดเรื่องบางอย่างที่ทำให้ถึงกับบรรทมไม่หลับ
พระยาประดิพัทธภูบาล(คอ ยู่เหล ณ ระนอง) เล่าเรื่องนี้ไว้ในบันทึกของท่านว่า เป็นเหตุการณ์ใน พ.ศ. 2434 ซาร์นิโคลัสที่ 2 ขณะยังเป็น “ซาเรวิช” หรือองค์รัชทายาทซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 เป็นผู้แทนพระองค์เสด็จมาเปิดทางรถไฟสายทรานซ์ไซบีเรีย ต่อด้วยเสด็จประพาสรอบโลก โดยมีสยามเป็นเส้นทางผ่าน
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างสัมพันธ์กับรัสเซีย จึงโปรดฯ ให้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อัญเชิญพระราชสาส์นส่วนพระองค์ไปทูลเชิญซาเรวิชถึงสิงคโปร์ ให้เสด็จเยือนสยาม
ซาเรวิชจึงเปลี่ยนเส้นทางและกำหนดการกระทันหัน เพื่อเสด็จเยือนสยามก่อน
รัชกาลที่ 5 ทรงต้อนรับคณะของซาเรวิชอย่างยิ่งใหญ่ ตลอดเวลา 5 วันที่เสด็จเยือนสยาม คือระหว่างวันที่ 20-24 มีนาคม พ.ศ. 2434
ระหว่างคืนวันที่ 22-24 ซาเรวิชเสด็จไปพระราชวังบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา โดยทางการสยามจัดแจงให้ประทับ ณ พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร ในพระราชวังบางปะอิน แล้วคืนหนึ่งก็เกิดปัญหาบางอย่างที่รบกวนการบรรทมของพระองค์…
พระยาประดิพัทธภูบาล ซึ่งรับหน้าที่คอยดูแลประจำพระองค์ซาเรวิชอย่างใกล้ชิด เล่าถึงเหตุการณ์คืนนั้นว่า [ปรับย่อหน้าใหม่ และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกอง บก. ศิลปวัฒนธรรม]
“คืนหนึ่งระหว่างประทับอยู่ที่บางปะอิน เวลาประมาณ ๒ ยามเศษ (เที่ยงคืน)องครักษ์ซาเรวิทซ์มาปลุกและบอกว่า ซาเรวิทซ์รับสั่งให้หา ข้าพเจ้าตกใจคิดว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น รีบไปเฝ้า
ท่านรับสั่งว่า สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงประดับพระวิสูตร์ด้วยดอกมะลิ จำปา เต็มหมดมาครอบพระแท่นจนบรรทมไม่หลับ เพราะกลิ่นดอกไม้แรงเกินไป เอาออกได้ไหมโดยอย่าให้สมเด็จพระบรมราชินีนาถกริ้ว
ข้าพเจ้าจึงทูลว่า ถ้าไม่โปรดก็ปลดทิ้งเสียได้ แล้วจึงเรียกมหาดเล็กมาตัดดอกไม้ออกหมด
รุ่งเช้าได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงทราบ ก็ไม่เห็นกริ้วเป็นแต่มีพระรดำรัสว่า ทำดีกลับเป็นโทษ”
เป็นอันว่า ดอกไม้นานาพรรณที่นำมาประดับตามม่านมุ้งภายในห้องบรรทม คงส่งกลิ่นอบอวลจนมกุฎราชกุมารรัสเซียบรรทมไม่ได้ เพราะไม่คุ้นเคยกับกลิ่นเหล่านี้นั่นเอง ทั้งนี้ ตำแหน่ง “พระราชินี” ในช่วงนั้นคือ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี
อย่างไรก็ดี มกุฎราชกุมารรัสเซียที่ต่อมาคือ ซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงพอพระทัยกับการต้อนรับอย่างดีจากรัฐบาลสยาม กลายเป็นความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพระองค์กับรัชกาลที่ 5 ซึ่งก็เป็นคุณอย่างอเนกอนันต์ในห้วงที่สยามเผชิญภัยคุกคามเรื่องการล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตกชาติอื่น ๆ ในช่วงเวลานั้น
อ่านเพิ่มเติม :
- เปิดบันทึกเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ครั้งทรงเป็นมหาดเล็กรับใช้จักรพรรดินีรัสเซีย
- เบื้องหลังท่าทีมิตรที่ดีของ “พระเจ้าซาร์” ที่มีต่อสยาม
- รัชกาลที่ 5 มีรับสั่งให้ใคร? ไปปฏิบัติ “ราชการลับ”อะไร? หลังอังกฤษเตะตัดขาสยาม
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ประดิพัทธภูบาล, มหาอำมาตย์ตรี พระยา. (2508). เรื่องของเจ้าคุณประดิพัทธฯ. หนังสืออนุสรณ์งานศพวัดบวรนิเวศวิหาร ในงานสตมวารศพ พระยาประดิพันธภูบาล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.
ไกรฤกษ์ นานา. (2552). เบื้องหลังการเยือนกรุงสยามของมกุฎราชกุมารรัสเซีย มิติการเมืองใหม่สมัยรัชกาลที่ 5. กรุงเทพฯ : มติชน.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 มิถุนายน 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ซาร์นิโคลัสที่ 2 เยือนสยาม แต่บรรทมไม่หลับ เพราะดอกไม้ประดับพระวิสูตร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com