InnovestX คัด 3 ธีมหุ้นเด่น รับแรงหนุน Sector Rotation
#ทันหุ้น – นายพบชัย ภัทราวิชญ์, CISA นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่แล้วปรับขึ้นได้อย่างโดดเด่นกว่า 4.5% WoW ขึ้นยืนเหนือ 1600 จุด ได้อย่างแข็งแกร่ง หากแยกเป็นรายหมวดธุรกิจ จะพบว่าเป็นการปรับขึ้นแบบกระจายไปในหลายกลุ่ม อาทิ ธนาคาร ICT พาณิชย์ ประกันฯ ธุรกิจการเงิน การแพทย์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากก่อนหน้าดัชนีปรับขึ้นจากกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก สะท้อนถึงการเกิดการสลับกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) จากหุ้นกลุ่ม Growth ที่ปรับขึ้นไปมากในช่วงก่อนหน้าจน Valuation ตึงตัว เข้าหาหุ้นกลุ่ม Value ที่ยัง Laggard
ฝ่ายวิจัยคาดว่า ในระยะนี้ นักลงทุนจะให้น้ำหนักกับการประกาศผลประกอบการ 2Q69 มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ตลาดเคลื่อนไหวผันผวนไปตามทิศทางของงบที่จะประกาศออกมา โดยกลุ่มที่คาดว่าผลประกอบการ 2Q69 จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ คือ ธุรกิจการเงิน (จากการเติบโตของสินเชื่อที่เร่งตัวขึ้น และ NIM ที่ดีขึ้นจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง) ปิโตรเคมี (การตั้งสำรองที่ลดลงและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้นจะช่วยสนับสนุนให้กำไรเติบโต) สาธารณุปโภค-โรงไฟฟ้า (หนุนจากการเพิ่มกำลังการผลิตจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (หนุนจากการเร่งการผลิตผลิตภัณฑ์ liquid cooling ที่เกี่ยวข้องกับ AI) ส่วนกลุ่มที่คาดว่าผลประกอบการ 2Q69 จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ คือ ธนาคาร (จาก NII และ non-NII ลดลง และ ECL สูงขึ้น) การแพทย์ (จากรายได้ที่เติบโตช้าลงและอัตรากำไรที่ลดลงจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น) ท่องเที่ยว (ผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้การเดินทางลดลงเนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยและการชะลอตัวของเศรษฐกิจ)
ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยยังคาดว่าแรงหนุนจาก Sector Rotation จะยังคงขับเคลื่อนดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ต่อเนื่อง แนะนำ Selective Buy ใน theme ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
- หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และยังแนะนำ Outperform ได้แก่ GULF SCGP IVL MTC SAWAD TIDLOR
- หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H69 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC
- Laggard Play ที่ราคาหุ้น YTD ยัง Underperform SET โดยเน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation และมีพื้นฐานแกร่ง ได้แก่ BDMS MINT CPALL MTC